งานเลี้ยงต้อนรับย่อมพังลงเป็ธรรมดา เป็เช่นนี้ทุกคนก็ไม่สามารถจัดงานได้ต่อไป
สองคนสามคนแยกกันไปทานอาหาร จากไปด้วยความรีบร้อน ทุกคนต่างมองออก ว่าเซวียิ่ไม่ใช่คนที่คบหาได้ง่าย ย่อมไม่เต็มใจที่จะกระตือรือร้นกับคนเ็า
ในทางกลับกันเป็เซวียิ่ ทานอาหารกลางวันอันอุดมสมบูรณ์อย่างสุขใจและร่าเริงอยู่ตรงนั้น
เมื่อรอจนทุกคนจากไป เซี่ยตันจึงพูดอย่างโมโห “เซวียิ่ นายทำอะไร! นายรู้ไหม ว่าทำแบบนี้ทุกคนจะปฏิเสธนาย?”
เซวียิ่วางตะเกียบลง เช็ดปาก แล้วจึงพูด “หัวหน้าเซี่ย คุณต้องรู้ว่า มาที่นี่ ผมไม่ได้ขอว่าพวกคุณต้องมา แต่พวกคุณขอให้ผมมา พูดอีก พวกคุณ้าทักษะของผม แต่ผม เพียงแต่้าความอิสระของผม ผมจำเป็ต้องเป็มิตรกับพวกคุณเหรอ?”
คำพูดของเขาแทงทะลุใจของเซี่ยตันอย่างเยือกเย็น เซี่ยตันรู้สึกเสียใจในทันที
หลังจากทำคดีนั้น ในใจของเซี่ยตันก็ค่อนข้างรู้สึกผิด ดังนั้นจึงใส่ใจการใช้ชีวิตของเซวียิ่มาโดยตลอด ทุกเดือนจะกำหนดวันหนึ่งครั้งในการไปเยี่ยมเขา
แต่ ตอนนี้ดูแล้ว จะไม่มีผลลัพธ์อะไรเลย
เซวียิ่ ยังคงปฏิเสธเธออย่างดื้อดึง
หรือแม้แต่เรียกว่าเกลียดเธอ
ในใจของเซี่ยตันปรากฏความไม่สงบในทันที ยืนขึ้นเดินออกไปด้านนอก “นายอยากทำอะไรก็ทำเถอะ!”
ถ้าไม่เห็นก็ไม่นึกถึง เซี่ยตันกำลังหลีกหนีอยู่
เซวียิ่มองเงาหลังของเซี่ยตันที่จากไป มุมปากค่อยๆหยักยก ราวกับอารมณ์ดี
เซี่ยตันออกจากประตู ก็ค่อยๆสงบลง ตอนนี้เธอสงสัย ว่าพาเซวียิ่มาที่นี่ แท้จริงแล้วถูกต้องหรือไม่? เพียงแต่ ตอนนี้ไม่มีทางให้หันหลังกลับ
“เสี่ยวหวง เธอต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของเซวียิ่ให้มากหน่อย ดูว่าเขาอาจลงมืออะไร เขาจะไปที่แลปเมื่อไหร่?”
สาวน้อยขี้อาย ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ของสำนักงานหวงอิง
“ห้องได้ว่างเปล่าแล้ว อุปกรณ์น่าจะถูกย้ายมาพรุ่งนี้ ฉันจะให้พี่อี้เฟยติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องแลปของเขาไว้ พี่เซี่ยวางใจ”
แม้ว่าหวงอิงจะพูดคุยไม่เก่ง แต่เื่ทำงานค่อนข้างทำให้เซี่ยตันวางใจ
“ผู้ช่วยของเขาล่ะ? ถ้าไม่จัดเตรียมผู้ช่วยที่เป็คนของเราเอง แล้วไม่ตรวจสอบการทดลองต่างๆของเขา ฉันไม่วางใจ”
“มหาวิทยาลัยสุ่ยมู่ฟางได้จัดเตรียมผู้ช่วย น่าจะไว้ใจได้”
คำตอบของหวงอิงทำให้เซี่ยตันวางใจเล็กน้อย
“คนแซ่เหยียนล่ะ ตอนนี้พวกเขาสองคนเป็ยังไง? จะสารภาพรึยัง?”
“ยังไม่มี พี่ดู...” หวงอิงเปลี่ยนเป็ภาพกล้องวงจรปิดในห้องสอบปากคำของพวกเขา ดูออกว่า หนังตาของน้องชายเหยียนกำลังต่อสู้ เพียงแต่ ด้านข้างของเขามีโคมไฟกำลังสูงอยู่ และยังมีสเตอริโอหนึ่งเครื่อง รวมกับพนักงานสอบปากคำด้านข้าง ย่อมไม่อาจให้เขาได้นอนหลับ
ถ้าตรวจสอบวิธีการทรมานเช่นนี้ ย่อมดูไม่ออก วิธีการที่เข้มงวดนั้นผิดกฎ เพียงแต่ใครจะสนล่ะ? คดีของพวกเขาค่อนข้างร้ายแรง ไม่อย่างนั้นเซี่ยตันคงไม่อาจออกโรง
คำนั้นของผู้ยิ่งใหญ่พูดไว้ดีมาก แมวขาวหรือแมวดำที่สามารถจับหนูได้ก็คือแมวที่ดี1
เซี่ยตันพยักหน้า เธอต้องจบเื่ทางเจี่ยงจาวตี้ ถึงจะสามารถกลับมาสนใจเื่นี้ ตอนนี้ทำได้เพียงเท่านี้
“ใช่แล้ว พี่เจี่ย ยังมีอีกเื่ที่ต้องรายงานกับพี่ เมื่อวานพวกเราได้ทำการตรวจร่างกายพวกเขาสองคนอย่างเข้มงวด พบว่าในชั้นิัใต้วงแขนของพวกเขา ได้ติดตั้งเครื่องระบุตำแหน่งไว้ หลังพวกเรานำออกมา เครื่องระบุตำแหน่งของทั้งสองคนก็ทำลายตัวเอง” นำเสียงของหวงอิงค่อนข้างกังวล
“เครื่องระบุตำแหน่ง?”
"ใช่แล้ว พวกเราสันนิษฐาน ว่าอาจเป็เพราะเครื่องระบุตำแหน่งสองอันนี้ได้ส่งสัญญาณออกไป จึงมีบุคคลลึกลับปรากฏอยู่ในละแวกของพวกเราเมื่อสองวันก่อน หัวหน้า พี่ว่าพวกเราควรเพิ่มเวรยามไหม?"
“นี่...”
เซี่ยตันพิจารณาเล็กน้อย แล้วส่ายหน้า “ตอนนี้พนักงานไม่เพียงพอ มีกำลังคนถูกย้ายตัวออกไปชั่วคราวจึงไม่สะดวกมาก สำนักงานของเราขึ้นอยู่กับสำนักงานเทศบาล กำลังการป้องกันของเราเองก็ไม่อ่อนแอ พวกเขาไม่น่าใจกล้าขนาดนั้น เพียงแต่เด็กสาวอย่างพวกเธอต้องระวังสักหน่อย ระวังความปลอดภัย อย่าออกไปข้างนอกคนเดียว”
“พี่เซี่ย พี่ก็เป็ผู้หญิง พี่ก็ต้องระวังนะ...”
คำพูดของหวงอิงทำให้เซี่ยตันชะงัก เผยรอยยิ้มขื่นในทันที เธอไม่ค่อยคิดว่าตนเองก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง บางครั้ง เธอรู้สึกว่าตนเองกับเจี่ยงจาวตี้ค่อนข้างคล้ายกัน แข็งแกร่งเหมือนกัน ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน
หานซ่านเฉิงที่ทานจนเต็มอิ่ม และพักผ่อนสักครู่ก็ถูกพาตัวไปที่ห้องสอบปากคำอีกครั้ง
“มีคำถามอะไรก็ถามเถอะ ใช้โอกาสตอนผมอารมณ์ดี”
หานซ่านเฉิงพูดลากเสียง ท่าทางราวกับลุงแก่ ตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างสบายไปวันๆ
“พวกเราอยากถามคุณ ว่าทำไมถึงก่อคดี สามารถเล่าแรงจูงใจในตอนแรกสุดของคุณได้ไหม?”
เซี่ยตันเป็คนถามคำถาม ระหว่างเวลาตอนกลางวัน พวกเราได้ประชุมเล็ก ว่าผู้สอบปากคำหลักในตอนบ่ายคือเซี่ยตัน ประสบการณ์ของเธอสามารถควบคุมทิศทางในการสอบปากคำได้
เมื่อพูดถึงแรงจูงใจ เดิมทีใบหน้าที่มีรอยยิ้มของหานซ่านเฉิงก็ฉุดลงในทันที
“ไม่พูดเื่นี้ได้ไหม?”
ราวกับเขาไม่อยากตอบคำถามนี้
จ้าวอี้ที่เล่นบทคนใจแข็ง เวลานี้ก็ได้พูดขึ้น “พวกเราทำตามคำขอของคุณ เนื้อแกะย่างเมื่อตอนกลางวันก็พอกินได้นี่?”
เขาปกปิดความหมายที่แท้จริง หานซ่านเฉิงเป็คนฉลาด จึงเข้าใจแล้ว ว่าถ้าเขาไม่พูด ก็ย่อมได้แน่นอน แต่การดูแลเช่นนี้ภายหลังก็จะไม่มีอีกแล้ว เื่อื่นๆก็อย่าหวังแม้แต่จะได้คิด
“ที่จริงก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ผู้หญิงเ่าั้ต่างสมควรตาย!” หานซ่านเฉิงยกไหล่ พูดอย่างผ่อนคลาย
“สมควรตาย?”
เซี่ยตันไม่เข้าใจ
เธอพลิกเปิดแฟ้มคดี ในบรรดาผู้หญิงสิบแปดคนที่ถูกหานซ่านเฉิงสังหาร นอกจากพนักงานทำความสะอาดหนึ่งคนที่ฆ่าเพื่อล้างแค้นแล้ว สถานะของคนอื่นๆก็แตกต่างกันไป
มีนักเรียน มีนางพยาบาล มีพนักงานออฟฟิศ มีพนักงานร้านเหล้าและอื่นๆ ดูจากสถานะอย่างเดียว นอกจากจะค่อนข้างอายุน้อย ก็ไม่มีลักษณะพิเศษอื่นที่เหมือนกัน
“สมควรตายทั้งหมด พวกคุณคิดว่าผู้หญิงดีๆคนหนึ่ง จะไม่กลับบ้านตอนดึกดื่น และยังเตร็ดเตร่อยู่บนถนนเหรอ? พวกเธอได้พิสูจน์เื่นี้ ว่าพวกเธอไม่ใช่คนดีอะไร ผมทำเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเธอเกิดเื่ผิดพลาดในภายหลัง!” หานซ่านเฉิงพูดอย่างเต็มไปด้วยเหตุผล ราวกับเขาคิดว่า ที่ตนเองฆ่าคนนั้นไม่มีความผิดอย่างสิ้นเชิง
ความคิดต่อสังคมของคนคนนี้บิดเบี้ยว จ้าวอี้ไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ แต่ปากกลับไม่พูดอะไรออกมา
มองจากบนแฟ้มคดี ไม่ผิด หานซ่านเฉิงไม่เคยฆ่าคนตอนพลบค่ำหรือกลางวัน เวลาที่เร็วที่สุดคือห้าทุ่ม มากที่สุดคือรุ่งสาง ไม่พูดไม่ได้ ว่านี่ก็เป็เหตุผลหนึ่ง
เซี่ยตันจับประเด็นสำคัญในคำพูดของเขาได้อย่างเฉียบแหลม!
“คุณบอกว่า หลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเธอเกิดความผิดพลาดในภายหลัง ความผิดพลาดอะไร?”
เซี่ยตันคิดว่า ถ้าถามคำถามนี้อย่างชัดเจน อาจสามารถทำให้ชัดเจนว่าทำไมหานซ่านเฉิงถึงโเี้ขนาดนี้
“ย่อมทำเพื่อลูกของพวกเธอในอนาคต! ผู้หญิงเช่นนี้ไม่เหมาะสมที่จะมีลูก พอมีลูก ก็ไม่เหมาะสมที่จะเป็แม่ของลูก”
หานซ่านเฉิงพูดด้วยความฉะฉาน ดูเหมือนเขาเห็นว่าคนตรงหน้าไม่สามารถเข้าใจได้ จึงพูดต่อ “สำหรับคนมองการณ์สั้นอย่างพวกคุณไม่อาจเข้าใจเป้าหมายอันสูงส่งของผมหรอก น่าเสียดาย ยังถูกพวกโง่อย่างพวกคุณทำพังอีก ไม่อย่างนั้น ผมอาจได้ช่วยชีวิตเหล่าเด็กๆอีกหลายคน”
ตามคาด จิตใจของอาชญากรยากที่คนธรรมดาจะเข้าใจ
จ้าวอี้ไม่สามารถเข้าใจว่าทำไมหานซ่านเฉิงจึงพูดเช่นนี้
เขาเรียกเป้าหมายของตนเองว่าสูงส่งอย่างคาดไม่ถึง เขาคิดว่า คนทั่วไปเกรงว่าจะไม่มีความคิดเช่นนี้?
“พวกเราจะตั้งใจฟังมุมมองอันสูงส่งของคุณ”
เซี่ยตันถามอย่างร่วมมือ
“ได้ ผมจะพยายามอธิบายให้พวกคุณฟังแล้วกัน พวกคุณคิดดู พวกเธอกลับบ้านดึกขนาดนี้ ต้องเป็ผู้หญิงที่ไร้ยางอายแน่ๆ? พวกผู้หญิงที่ไร้ยางอายจะมีคุณสมบัติให้เลี้ยงดูเหล่าเด็กๆที่น่ารักไร้เดียงสาให้เติบโตได้ยังไง? นั่นเป็การไม่มีความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงต่อเด็กๆ!”
หานซ่านเฉิงพูดอย่างมุ่งมั่นเด็ดขาด น้ำเสียงไม่มีความสงสัย
ยังไม่ต้องนึกถึงว่าข้อสรุปของการที่ผู้หญิงที่กลับบ้านมืดค่ำต้องเป็คนไร้ยางอายถูกต้องหรือไม่ เกรงว่าคนไหนๆก็ไม่อาจฉวยเอาชีวิตคนอื่นไป นี่ถึงจะเป็เหตุผลที่คนจำนวนมากยอมรับ
“ทำไมคุณคิดเช่นนี้? ยังไงถ้าผู้หญิงเหล่านี้มีลูก แล้วความเ็ปที่ลูกต้องสูญเสียแม่ไปไม่ยิ่งใหญ่กว่าเหรอ? สามารถเล่าเื่ตอนเด็กของคุณได้ไหม?”
เซี่ยตันมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว เกรงว่าความคิดเช่นนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ตอนเด็กของหานซ่านเฉิง
“เื่ของผม? ั้แ่ผมจำความได้ ผมก็จำได้ว่าทุกวันผมต้องรอจนดึกมาก กว่าผู้หญิงคนนั้นจะกลับมา ทันใดนั้นวันหนึ่ง เธอก็พาผู้ชายคนหนึ่งกลับมา ผมถูกผู้ชายคนนั้นพาไป ทุกการกระทำของผู้หญิงคนนั้น พวกคุณว่า ผมทำผิดเหรอ?”
อารมณ์ของหานซ่านเฉิงค่อนข้างหวั่นไหวขึ้นมา
ฟังได้ออก ว่าผู้หญิงคนนั้นจากปากของเขา แปดสิบเปอร์เซ็นเป็แม่ของเขา แต่ตอนนี้ เขากลับเรียกเธอว่าผู้หญิงคนนั้น เห็นได้ถึงความเกลียดชังของเขา!
“งั้นทำไมคุณต้องนำลักษณะเฉพาะของเพศหญิงตัดทิ้ง เป็ของสะสมของคุณเหรอ?”
เซี่ยตันไม่ได้วิจารณ์ใดๆต่อคำพูดของหานซ่านเฉิง ในทางกลับกันกลับถามคำถามนี้
คดีฆ่าปาดคอต่อเนื่อง ทำไมคดีนี้ถึงน่าขยะแขยงขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะฆาตกรจะตัดลักษณะเฉพาะอย่างที่สองของผู้หญิงออก นี่เป็วิธีที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว เป็เหตุผลสำคัญที่แค่ฟังก็กลัวได้
“พวกคุณไม่คิดว่านั่นเป็สิ่งที่สวยงามที่สุดในโลกเหรอ? มันสามารถเลี้ยงดูทารกให้กลายเป็เด็กได้ เด็กก็ค่อยๆเติบโตขึ้น! ผู้หญิงไร้ยางอายพวกนั้นย่อมไม่คู่ควรที่จะมีสิ่งที่งดงามเช่นนี้ ผมเพียงแต่ทำตามหัวใจ นำพวกมันไป ทำมันให้เป็ของสะสมที่มีค่าที่สุดของผม พวกคุณก็เห็นแล้ว ผมนำพวกมันเก็บรักษาอย่างดีไม่ใช่เหรอ?” หานซ่านเฉิงแยกเขี้ยวยิ้ม เขายิ้มอย่างมีความสุขมาก ยิ้มจนทุกคนในเหตุการณ์หนังหัวมึนชา
หน้าอกของเซี่ยตันกระเพื่อมขึ้นหลายครั้ง จึงสงบอารมณ์ไว้ได้
เหตุผลของแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขาชัดเจนแล้ว คนสภาพจิตใจบิดเบี้ยวเช่นนี้ ความคิดแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างแท้จริง เซี่ยตันรู้สึกค่อนข้างสะอิดสะเอียน
แต่การสอบปากคำยังคงดำเนินต่อไป
“เมื่อเป็เช่นนี้ งั้นทำไมคุณต้องฆ่าช่างแต่งหน้า และผู้ฝึกสัตว์ล่ะ? ยังมี ตอนที่พวกเราจับกุมคุณ เห็นได้ชัดว่าคุณ้าฆ่าหัวหน้าคณะละครสัตว์ด้วย? พวกเขาสร้างความแค้นอะไรให้คุณรึไง?”
เมื่อถามคำถามก่อนหน้าจบ ก็ควรจะถามหานซ่านเฉิงถึงคำถามนี้แล้ว
“ทำไม? เพราะพวกเขาต่างสมควรตาย! หานเป่าเห็นอยู่ว่าเป็ผู้ชาย กลับศึกษาทักษะของผู้หญิง ทำให้ผมจะอ้วกจริงๆ ผมคิดจะฆ่าเขาไม่ใช่เพียงครั้งสองครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนี้ผมรู้ว่าด้านนอกมีคนของคุณจับตาดูผมอยู่ เกรงว่าผมคงหนีออกไปได้ยาก ผมยังไม่ได้ตัดสินใจจะฆ่าเขา ดังนั้น ต้องขอบคุณพวกคุณ”
หานซ่านเฉิงขอบคุณอย่างจริงใจ ทำให้จ้าวอี้และคนอื่นได้แต่มองกันไปมา
หานเป่าที่เ้าสำอางน่ารังเกียจมากจริงๆ แต่ในสายตาของคนทั่วไป ก็ไม่สามารถเป็เหตุผลให้ฆ่าขาได้ แต่เหตุผลนี้ เป็หนึ่งในเหตุผลที่หานซ่านเฉิงลงมือ
“สำหรับหัวหน้าคณะละครสัตว์ ถ้าพวกคุณบอกว่าเป็สัตว์ป่าตัวหนึ่ง งั้นเขาก็เทียบไม่ได้กับสัตว์ป่าั้แ่หัวจรดเท้า มันเป็ปีศาจ! พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมเขาเป็คนน่าขยะแขยงคนหนึ่ง?”
หานซ่านเฉิงถามกลับ ไม่รอให้ทุกคนตอบ ก็พูดต่อเอง “พวกคุณคิดว่าเมื่อก่อนเขาเลี้ยงดูผมเป็จิตใจที่ดี? ผิด! ผิดมหันต์! เขาเลี้ยงผม ก็เพื่อให้ผมโตขึ้นแล้วหาเงินให้เขา! ั้แ่เด็กผมโดนหวดแส้ไปกี่ครั้ง? ผมเองก็จำไม่ได้ ที่ยิ่งทำให้น่าขยะแขยงคือ เขาโทรมผม! ผมเกลียดจนอยากจะกินเขาดิบๆ!”
พูดถึงตรงนี้ หานซ่านเฉิงก็ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน
จ้าวอี้เชื่อ ว่าจุดนี้ไม่ได้พูดเกินจริง เพราะว่า ในตอนนั้น หานซ่านเฉิงกินเนื้อของหัวหน้าคณะละครสัตว์ไปจริงๆ!
[1] หมายถึงจะใช้วิธีไหนไม่สำคัญ ถ้าได้ผลลัพธ์ที่ดีก็ถือว่าดีหมด
