การแข่งม้าระหว่างสองแคว้นในครั้งนี้ แคว้นเฉินได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น ทั้งสองแคว้นเซ็นสัญญาพันธมิตรกันตามข้อตกลงก่อนหน้านี้
สองวันมานี้หลิ่วอวิ๋นเฟิงวุ่นวายอยู่บ้าง กลับเป็ท่านชางหรงโหวที่่นี้จะกลับมาที่จวนใน่เย็นทุกวัน และเพื่อปกป้องเด็กในท้องของอนุห้าจึงไม่ได้ค้างคืนกับนางอีก
หลายวันมานี้เหลยซื่อยิ่งเอาใจใส่มากขึ้น ทุกครั้งที่ท่านโหวกลับมาก็จะส่งน้ำแกงบำรุงต่างๆ ไปให้เขา ทั้งยังบังเอิญเป็่เวลาที่ท่านโหวจะเข้านอนพอดี
ภายในห้อง อวิ๋นซูฟังคำรายงานของชุนเซียงด้วยใบหน้าเรียบเฉย เื่ราวเช่นนี้เดิมทีก็ไม่นับว่าแปลกประหลาดอันใด ดูท่าทางเหลยซื่อจะ้าแย่งชิงความโปรดปรานของท่านโหวเพื่อทำให้ฐานะของตนมั่นคง
“ชุนเซียง ให้หลี่ซาน หลี่อี้ มาหาข้า!” พู่กันในมือของอวิ๋นซูหยุดลงในที่สุด ภาพนกกระจอกหันหน้าสู้หงส์นี้นางวาดมานานแล้ว ไม่กล่าวไม่ได้ว่า รูปนี้ช่างกินเวลาในการวาดนานนัก
“เ้าค่ะ คุณหนู!” ชุนเซียงตอบแล้วถอยออกไป
ผ่านไปไม่นาน ข้ารับใช้ทั้งสองก็เข้ามาในเรือนอย่างเงียบๆ
หลี่ซานและหลี่อี้เป็ลูกพี่ลูกน้องกัน เป็หูเป็ตาที่อวิ๋นซูวางไว้ในเรือนของเหลยซื่อ แม้ว่าตอนนี้จะเทียบไม่ได้กับชีวิตในวังในชาติก่อน ทว่าการระมัดระวังผู้อื่นนั้นไม่ควรขาด ดังคำพูดของอวิ๋นซูที่ว่าผิดเป็ครู นี่เป็สิ่งสำคัญยิ่งนัก
“คุณหนู!”
“อืม!” อวิ๋นซูวางพู่กันที่เปื้อนหมึกในมือลง ขยับข้อมือที่ปวดเล็กน้อยเบาๆ ใบหน้าเจือรอยยิ้ม “หลายวันมานี้ท่านแม่มีปัญหาไม่สบายใจอะไรหรือ?”
สองพี่น้องมองหน้ากัน สุดท้ายหลี่ซานจึงเงยหน้าขึ้น “ตอบคุณหนู หลายวันมานี้ฮูหยินกังวลใจเื่ชิงความโปรดปรานจากท่านโหวขอรับ!”
“หืม? ท่านพ่อมิได้ค้างในเรือนท่านแม่หรือ?”
“คุณหนูฉลาดยิ่งขอรับ!”
อวิ๋นซูกลอกตา “หลังจากพวกเ้าทั้งสองกลับไป ให้บอกท่านแม่ว่าในเรือนของข้ามียาลับอยู่ชนิดหนึ่ง สามารถใช้ให้ท่านโหวมีอารมณ์ปฏิพัทธ์กับนางได้อีกครั้ง!”
“นี่...” สองพี่น้องลังเล ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูหกจึงให้พวกเขากล่าวเช่นนี้
อวิ๋นซูเห็นดังนั้นจึงแย้มยิ้มน้อยๆ “หลังจากงานสำเร็จ พวกเ้ามารับรางวัลที่ข้าเป็เงินห้าสิบเหลี่ยง!”
ห้าสิบเหลี่ยง?! ได้ยินดังนั้นเข่าทั้งสองพลันติดพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสำนึกยินดี “ผู้น้อยทราบแล้วขอรับ!”
ใบหน้าอันงดงามของอิ๋นซูมีประกายอึมครึมพาดผ่านแวบหนึ่ง “จำคำของข้าไว้ให้ดี จะต้องบอกท่านแม่ให้ได้ว่ามีเพียงข้าที่จะช่วยนางได้! แต่ไม่สามารถยกเื่นี้ขึ้นมาพูดตรงๆ ได้!”
“ขอรับ!” ทั้งสองตอบรับเป็เสียงเดียวกัน
เมื่อหลี่ซานและหลี่อี้เดินจากไป ชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ กลับถามออกมาอย่างแปลกใจ “คุณหนูเ้าคะ รางวัลที่คุณหนูให้ในครั้งนี้มากไปหรือไม่เ้าคะ?”
อวิ๋นซูเดินมาเบื้องหน้าโต๊ะหนังสืออีกครั้ง ยกพู่กันจุ่มหมึก หลังจากลังเลครู่หนึ่งในที่สุดก็วางพู่กันลง “ไม่มากหรอก คนตายเพราะเงินนกตายเพราะอาหาร มีเงินจึงจะสามารถปลุกผีขึ้นมาโม่แป้ง1 ได้”
แน่นอนว่าใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาด้วยมือเปล่า
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง” ชุนเซียงยิ้มจนตาโค้ง นางเชื่อมั่นมาตลอดว่าในโลกนี้ ขอเพียงเป็เื่ที่คุณหนูของนาง้าจะทำ เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
ไม่นาน เหลยซื่อก็ได้ยินเื่นี้โดยไม่ตั้งใจ นางจึงเข้าใจกระจ่างขึ้นมาโดยพลัน ที่อนุห้ามีข่าวดีเร็วเช่นนี้เป็เพราะยาของนังเด็กอวิ๋นซู นางจึงมอมเมาท่านโหวได้!
ฮึ! ลูกอนุก็เป็เพียงลูกอนุ มิอาจเป็คุณหนูสูงศักดิ์ถึงได้ใช้วิธีเลวทรามเช่นนี้! เริ่มแรกเหลยซื่อโกรธจนเขวี้ยงถ้วยชาในมือ อับอายต่อวิธีการของอนุห้ายิ่งนัก! นังแพศยา ต่อให้มีข่าวดีเพราะเหตุนี้แล้วอย่างไร? ในจวนโหวแห่งนี้มีเพียงนางที่เป็ฮูหยินอันชอบธรรมของท่านโหว มีเพียงนางที่เดินข้างกายท่านโหวได้!
อย่างไรก็ตาม แม้ในใจของนางจะคิดเช่นนี้ ทว่ากลับทนไม่ได้ที่วันๆ ท่านโหวไม่เปลี่ยนแปลงเพื่อนางเลย ด้วยเหตุนี้ในใจจึงร้อนรนยิ่งนัก
“ฮูหยินเ้าคะ วันนี้พวกเรายังจะส่งน้ำแกงให้ท่านโหวหรือไม่เ้าคะ?” สาวใช้ประคองน้ำแกงที่ห้องครัวเพิ่งจะทำเสร็จดันประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน
เหลยซื่อที่กำลังมีโทสะ เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของอิงจือ ความโกรธยิ่งทบทวีขึ้นโดยพลัน ยื่นมือออกไปปัดถาดในมือจนพลิกคว่ำ น้ำแกงหกใส่ตัวอิงจือทั้งหมด “ยังจะต้องส่งอะไรอีก! ดื่มแล้วไม่เห็นท่านโหวจะโผล่มาหาข้าสักครั้ง!”
“อา...” น้ำแกงร้อนๆ หกใส่ร่างของอิงจือ ความปวดแสบปวดร้อนทำให้นางทรุดลงไปนั่งกับพื้น ทว่าเหลยซื่อกลับไม่ยอมปล่อยนางไปเพราะเหตุนี้ จิกผมนางขึ้นมาพลางกล่าวอย่างโเี้
“นังสาวใช้ไร้ประโยชน์ ใช้ไม่ได้เลยสักคน!”
“ฮูหยิน ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด! ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด!” อิงจือใ ใบหน้าไร้เดียงสาเต็มไปด้วยความหวาดผวา น้ำตาเม็ดโตกลิ้งออกมาจากตาอย่างไม่อาจระงับ
“ร้อง ร้อง ร้อง! รู้จักแต่ร้องอย่างเดียว!” เหลยซื่อยิ่งโมโห ปล่อยมือที่จิกผมของอิงจือแล้วยกขาถีบลงไปบนร่างของนาง “เลี้ยงสาวใช้อย่างพวกเ้ามีประโยชน์อะไร! คอยดูเถิดวันนี้ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
อิงจือถูกถีบติดต่อกันครู่หนึ่ง ความหวาดกลัวบนใบหน้ายิ่งเห็นได้ชัด การปฏิบัติตัวของเหลยซื่อต่อผู้อื่น ทุกคนในจนโหวต่างทราบเป็อย่างดี อิงจือแม้จะอายุน้อย ทว่าได้ยินได้เห็นเป็ประจำจึงทราบถึงความร้ายกาจ ด้วยเหตุนี้ในตอนที่เหลยซื่อเตรียมจะลงมืออย่างรุนแรง นางจึงรีบร้อนกอดขาของเหลยซื่อ แล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง “ฮูหยิน อิงจือผิดไปแล้วเ้าค่ะ อิงจือผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิดเ้าค่ะฮูหยิน!”
“ปล่อยมือ!” เหลยซื่อโกรธจนตาแดงก่ำ คนต้อยต่ำเช่นนี้ในสายตาของนางยังมิอาจเทียบได้กับสัตว์ตัวหนึ่ง
“ฮูหยิน บ่าวทราบว่าตัวเองไร้ประโยชน์ บ่าวจะเชื่อฟังเ้าค่ะ ขอฮูหยินอย่าไล่บ่าวออกจากจวนโหวเลยเ้าค่ะ! ขอร้องเถิดเ้าค่ะฮูหยิน!”
“เชื่อฟัง? ข้าให้เ้าเชื่อฟังแล้วมีประโยชน์อันใด?”
“ฮูหยิน บ่าวทราบว่าฮูหยินกังวลใจเื่ท่านโหว...บ่าวทราบว่าจะต้องทำอย่างไร ฮูหยินโปรดเชื่อบ่าวเถิดเ้าค่ะ!”
เหลยซื่อได้ยินดังนั้นจึงลดโทสะลงไปได้บ้างเล็กน้อย ใบหน้าปรากฏความสงสัยออกมา เพียงแต่ว่าคำที่กล่าวออกมาจากปากยังไม่เปลี่ยนแปลง “แล้วยังนิ่งทำอะไรอยู่อีก? ยังไม่รีบไปอีก!”
“เ้าค่ะ เ้าค่ะ!” อิงจือรีบปล่อยมือ ล้มลุกคลุกคลานออกไปจากห้องของเหลยซื่อ
เพียงไม่นาน อิงจือจึงเรียกสองพี่น้องคู่นั้นเข้ามาในห้องของเหลยซื่อ ชุดบนร่างของอิงจือปรากฏรอยเืแดงๆ ออกมาแล้ว แต่ว่านางทราบดี หากไม่รีบทำเื่นี้โดยไว ฮูหยินจะต้องไม่ยอมปล่อยนางไปแน่
“ฮูหยินเ้าคะ บ่าวหาตัวเจอแล้วเ้าค่ะ!” อิงจือเป็บ่าวย่อมทราบว่าเื่เช่นนี้เป็ผู้ใดที่แพร่ออกมา
“ผู้น้อยคารวะฮูหยิน!” หลี่ซานหลี่อี้เดินมาเบื้องหน้าฮูหยิน กล่าวออกไปอย่างระมัดระวัง
“อิงจือ พวกนี้คือ...”
“ฮูหยินเ้าคะ เื่นเป็เื่ที่พวกเขาพูดเ้าค่ะ!” เพื่อจะปกป้องตัวเอง ตอนนี้อิงจือจึงไม่กล้าปิดบัง
“หือ?” เหลยซื่อเลิกคิ้ว ความสงสัยปรากฏชัดในดวงตา “พูดมา! พวกเ้ารู้เื่ได้อย่างไร?”
“ฮูหยินขอรับ...เื่นี้...” สองพี่น้องตื่นตระหนกจนคุกเข่าลง หนึ่งในนั้นกล่าวออกมาว่า “ความจริงผู้น้อยก็ได้ยินมาโดยไม่ตั้งใจขอรับ!”
“ไร้สาระ! เื่สำคัญเช่นนี้ ความคิดของนังเด็กอวิ๋นซูนั่น จะปล่อยให้พวกเ้าคนรับใช้ต่ำต้อยรู้งั้นหรือ? ฮึ...หรือว่า...พวกเ้าเป็คนของอวิ๋นซู?” เหลยซื่อเป็คนเ้าแผนการ ย่อมไม่เชื่อพวกเขาง่ายๆ
“ฮูหยิน ผู้น้อยไม่ใช่จริงๆ ขอรับ ผู้น้อยทำงานอยู่ในเรือนฮูหยินมาตลอด มิอาจมีใจเป็อื่นได้ขอรับ!”
“เช่นนั้นพวกเ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร?”
ยามนี้ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง จากนั้นหลี่ซานจึงค่อยกล่าวออกมา “ความจริง เป็เพราะข้ากับสาวใช้คนหนึ่งของเรือนคุณหนูหก...ดังนั้นข้าจึงได้ยินนางพูดเื่นี้ขอรับ...”
เหลยซื่อยังคงไม่เชื่อ แต่ว่าตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่สอบสวนคำพูดของพวกเขาว่าจริงหรือเท็จ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตอนนี้นางรีบร้อนอยากจะได้ยานั่นแล้ว!
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ พวกเ้าคงจะคุ้นเคยกับสภาพเรือนของนังเด็กนั่นดีสินะ?”
“ผู้น้อย...ไม่เข้าใจความหมายของฮูหยิน”
“พวกเ้าไม่ต้องเข้าใจหรอก หากพวกเ้าช่วยข้านำยาลับมาจากนังเด็กนั่นได้ ฮูหยินอย่างข้าย่อมตกรางวัลให้อย่างงาม หากทำไม่ได้ ข้าจะบอกเื่นี้กับท่านโหว ให้ท่านโหวลงโทษพวกเ้าสองคนเสีย!”
“ผู้น้อยยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อฮูหยิน ไม่กล้าคิดเป็อื่นเด็ดขาด!” สองพี่น้องโขกศีรษะอย่างร้อนรน ท่าทางแฝงไปด้วยความกลัวตาย
“เช่นนั้นก็รีบไปเสีย! อีกอย่าง จะต้องทำเื่นี้เงียบๆ อย่าให้ผู้ใดรู้ เข้าใจหรือไม่?”
สองพี่น้องเห็นว่างานสำเร็จแล้ว จึงรีบออกไป จากนั้นจึงมุ่งตรงไปรายงานอวิ๋นซู
อวิ๋นซูคาดเดาได้ว่าเหลยซื่อจะต้องให้ทั้งสองแอบมาขโมยยาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เพื่อจะแสดงงิ้วฉากนี้ให้สมบูรณ์ นางจึงกรีดรูปใบหนึ่งในห้องไปอย่างไม่เสียดาย
ในที่สุด เหลยซื่อก็ได้ยามาดังใจปรารถนา ใน่เวลาที่กำลังยินดีปรีดา นางยิ่งอดไม่ได้ที่จะทดลองใช้ยาว่าจะมหัศจรรย์ดังที่พวกเขากล่าวหรือไม่ เย็นวันนั้นเหลยซื่อจึงประคองยาบำรุงไปยังห้องหนังสือของท่านโหว
“ท่านโหว!” เหลยซื่อเดินไปเบื้องหน้าชางหรงโหวด้วยใจที่อัดแน่นไปด้วยความยินดี แม้อายุจะเลย่แรกแย้มไปนานแล้ว แต่เมื่อคิดว่าขอเพียงท่านโหวดื่ม “ยาบำรุง” นี่ลงไป ก็จะรักถนอมนางดังวันวาน ใบหน้าของเหลยซื่อพลันปรากฏความเขินอายดั่งสาวแรกรุ่นออกมา กระทั่งท่าทางการเดินยังเปลี่ยนไปไม่น้อย
ชางหรงโหวเพิ่งจะกลับมาจากงานราชการอันวุ่นวายข้างนอก ด้วยน้ำท่วมในปีนี้ร้ายแรงเป็อย่างมาก ดังนั้นในมือของเขาจึงยังมีงานใหญ่ที่รอให้เขาไปจัดการ ด้วยเหตุนี้เมื่อเห็นเหลยซื่อจึงยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เบนสายตามองนางปราดหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเ็า “วางไว้เถิด!”
“ท่านโหว...นี่เป็เห็ดหลินจือพันปีที่ข้าทุ่มสุดตัวจึงได้มาจากผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง ข้าทราบว่า่นี้ท่านโหวเป็กังวลเื่อุทกภัย ข้าเองก็กังวลเื่สุขภาพของท่าน!” แม้เหลยซื่อจะไม่งดงามเท่าตอนเยาว์วัย ทว่ายังคงมีเสน่ห์อยู่
อย่างไรก็ตาม ชางหรงโหวที่เบื่อเหลยซื่อมานานแล้วย่อมมองไม่เห็นเจตนาที่นางแสดงออกในตอนนี้ เพียงแต่ว่า่นี้เขาค่อนข้างเหนื่อยล้าจริงๆ จึงไม่อยากพูดจากับเหลยซื่อให้มากความอีก รับถ้วยยาในมือนางมาแล้วตักดื่มลงไปหลายอึก
“พอแล้ว! ยานี้ท่านโหวอย่างข้าก็กินไปแล้ว เ้ากลับไปเสียเถิด!” ท่านโหวส่งถ้วยยาไปให้ในมือเหลยซื่อ หันกลับมาเตรียมจะจัดการงานเร่งรีบในมือต่อ
ทว่าสตรีข้างกายกลับไม่คิดเช่นนั้น นางหมุนกายเตรียมจะเดินจากไป ทันใดนั้นพลันเอียงตัว ทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “โอ๊ย...ดูเหมือนข้อเท้าของข้าจะเคล็ดเสียแล้ว...” ชางหรงโหวชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เสียงของเหลยซื่อจึงหวานราวน้ำผึ้งเกี่ยวกระหวัดอารมณ์ของเขา ยามเมื่อสายตาตกอยู่บนร่างของนาง ยิ่งพบว่าดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาทั้งสองของนางดูน่ารักอย่างประหลาด
เกิดความกระสับกระส่ายในใจจนทนต่อไปไม่ไหว ชางหรงโหวลุกขึ้นไปประคองนางโดยไม่รู้ตัว
“ท่านโหว...” เหลยซื่อดีใจจนทนไม่ไหว พิงเข้าไปในอ้อมอกของสามี ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนหวาน ยานั่นได้ผลจริงๆ เสียด้วย สายตาของท่านโหวยามนี้ นางไม่ได้เห็นมานานหลายปีแล้ว
ชางหรงโหวชะงัก ปรายตามองไปครั้งหนึ่ง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดน้ำเสียงของเหลยซื่อในยามนี้เมื่อฟังข้างหูแล้วไม่ทำให้รู้สึกรำคาญอีก กลับปลุกเร้าอารมณ์เขาอยู่หลายส่วน
“ท่านโหว...” เหลยซื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ผลักตนเองออกในใจก็ยิ่งยินดี จึงพยายามพาร่างกายอันอวบอั๋นของตนเข้าแนบชิดเขายิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพของยาค่อยๆ ออกฤทธิ์ บางทีอาจเป็การเข้าใจผิด หรือบางทีอาจเป็เพราะอย่างอื่น เหลยซื่อตรงหน้าในยามนี้ ทำให้เขาเผลอคิดถึงครั้งแรกที่ได้พบนาง
ในใจสับสนอลหม่าน พริบตานั้นความทรงจำพลันโบยบินไป...
วันต่อมา
อวี้เอ๋อร์ปิดประตูเรือนอย่างระมัดระวัง “คุณหนูเ้าคะ เมื่อคืนท่านโหวค้างที่เรือนฮูหยินแล้วเ้าค่ะ!”
*****************************
1 ปลุกผีขึ้นมาโม่แป้ง หมายถึง ทำได้ทุกอย่าง
