สวบ!
เงิน 10 เหรียญทองของผมหายไปพร้อมกับสกิลโซ่พันธนาการเลเวล1 ที่เพิ่มเข้ามา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดูเจ๋งสักเท่าไรแต่มันก็อยู่ในระดับ A เท่ากับสกิลดาบวายุและยังสูงกว่าสกิลการโจมตีแบบคอมโบกับสกิลรักษาชีวิตของผมด้วย ในบรรดาสกิลที่มีถึงอย่างไรสกิลดาบแห่งความโกลาหลที่ผมสร้างขึ้นเองระดับ SS ก็ยังสูงที่สุดอยู่ดี
หลังจากได้รับสกิลใหม่ถึง 2 อย่างแล้วผมก็อดดีใจไม่ได้ เอาละ ไปทดสอบสกิลใหม่ดูดีกว่าว่าจะเป็ยังไงบ้าง
มือทั้งสองข้างของผมจับด้ามดาบก่อนจะเริ่มร่ายสกิลดาบวายุทันใดนั้นผมก็รู้สึกสั่นที่มือพร้อมกับเกิดแสงสีฟ้าสว่างวาบก่อนที่มันจะแล่นขึ้นไปตามใบมีด ขณะนั้นเองผมก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังสูบฉีดนี่คงจะเป็่เวลา 0.2 วินาทีก่อนเริ่มใช้งานสินะ
เพียงครู่เดียวลมหนาวก็แผ่รอบตัวผมก่อนที่ใบมีดจะฟาดไปที่ก้อนหินตรงหน้าจนทำให้เกิดรอยลึกเข้าไปเกือบ 20 เิเ จุ๊ๆดาบวายุเลเวล 1 มีพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น 3% แถมยังแข็งแรงกว่าการโจมตีแบบธรรมดาด้วยนะเนี่ย ถ้าเลเวล 4 ก็จะเพิ่มได้อีก 12% ถึงตอนนั้นคงแข็งแกร่งน่าดู
หลังจากดาบวายุถูกใช้งานแล้วผมก็รีบใช้สกิลโซ่พันธนาการทันที โดยใช้หมัดซ้ายชกพื้นจนเกิดเสียง “ตูม” พร้อมกับพื้นดินที่สั่นะเืไม่ไกลออกไปก็มีโซ่เหล็กผุดขึ้นจากพื้นก่อนที่มันจะเคลื่อนไหวไปรอบๆราวกับงูที่คดเคี้ยวไปมา โดยสร้างค่าชะงักไป 1.9 วินาที
……
สกิลทั้งสองสามารถใช้งานได้จริงเพียงแต่อาจต้องมีการปรับใช้งานให้เหมาะสมหลังจากกลับไปคุยกับนายทหารฝ่ายพลาธิการแล้วปรากฏว่าไม่ได้รับรางวัลอะไรตอบแทนผมจึงออกเดินทางไปฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลเพิ่มพร้อมกับฝึกสกิลใหม่ที่ได้รับมาเพราะตอนนี้สกิลเ่าั้ยังอยู่แค่เลเวล 1 หากต้องสู้กับสกิลอื่นที่สูงกว่าเกรงว่าจะไม่อาจสู้ได้
ผมถือดาบชิงเฉิงเดินนำเ้าจุกนมเข้าไปในป่าครั้งนี้ผมเลือกเดินทางไปยังฝั่งทิศตะวันออก หลังจากเดินไปได้ราวๆ 10 นาทีผมก็มาถึงบริเวณที่เป็หนองน้ำโดยบนแผนที่เขียนไว้ว่า “บึงหยินหวาง” ดูเหมือนจะเป็สถานที่เก็บเลเวลที่เหมาะกับผมอยู่เหมือนกันนะเนี่ยภายในบึงแห่งนี้มีจระเข้เลเวล 37 ที่กำลังคลานไปมาอย่างเชื่องช้า
หลังจากดูค่าสถานะของตัวเองแล้วผมคิดว่าน่าจะพอสู้กับพวกมันได้
“ฟึบๆ”
ผมวิ่งลงน้ำแล้วใช้ดาบฟาดจระเข้อย่างแรงด้วยสกิลโจมตีแบบคอมโบเลเวล4 ทำให้เกิดค่าดาเมจอย่างรวดเร็วติดต่อกันถึง3 ครั้ง
“-367!”
“-335!”
“-352!”
จระเข้เปล่งเสียงร้องพร้อมกับเืที่ลดลงไปครึ่งหนึ่งทันทีที่มันพุ่งโจมตีผมสกิลดาบวายุก็ถูกร่ายออกมาก่อนจะส่งไปที่หัวของจระเข้อย่างแรงจนทำให้ค่าความเสียหายเด้งขึ้นพร้อมกับร่างของมันที่ล้มลงไปภายใน 1 วินาที
“-998!”
เจ๋งเป้งสกิลโจมตีแบบคอมโบยิ่งมากขึ้นเท่าไรค่าความเสียหายแต่ละครั้งก็จะกระจัดกระจายมากขึ้นเท่านั้นทำให้ค่าความเสียหายของมันไม่น่ากลัวนัก แต่สำหรับสกิลดาบวายุแม้จะเป็การโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่หากโจมตีเข้าเต็มๆก็อาจคร่าชีวิตศัตรูได้ทันที นี่แค่เลเวล 1 ของสกิลนี้เท่านั้นนะ หากเพิ่มเป็เลเวล 10ละก็ พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นเป็ 30% เลยทีเดียวไหนจะสกิลดาบแห่งความโกลาหลที่มีค่าการโจมตี 40% นั่นอีก
……
หลังจากฆ่าจระเข้ไปหลายตัวทันใดนั้นผมก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ หนังจระเข้นี่ถือว่าเป็ของดีอาจจะเอาไปทำเป็วัตถุดิบดีๆ ได้บ้างนะเนี่ย
เมื่อคิดว่าที่นี่คงไม่สามารถทำอะไรต่อได้อีกแล้วผมก็หยิบดาบออกมาแล่หนังจระเข้ออกความคมของใบมีดทำให้หนังของมันหลุดออกภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่น่าเสียดายตอนที่ผมได้มันมา หนังของมันก็เริ่มจะหายไปเสียแล้ว
ข้อความจากระบบ :ขออภัย ท่านไม่มีสกิลแล่หนังสัตว์ท่านไม่สามารถรวบรวมหนังจระเข้ได้
เวรเอ๊ย เสียความรู้สึกชะมัด
หลังจากฆ่าจระเข้ไปอย่างต่อเนื่องผมก็ฝึกฝนสกิลใหม่โดยไม่ให้เสียเวลาผ่านไปไม่นานเสียงจากระบบก็ดังขึ้นพร้อมกับเลเวลของสกิลดาบวายุที่เพิ่มขึ้นเป็เลเวล2 ตอนนี้พลังโจมตีของมันเพิ่มขึ้นเป็6% แล้ว ถึงแม้ว่าโอกาสพลาดถูกขัดขวางจะมีน้อยแต่มันก็ยังเป็อีกหนึ่งปัญหาใหญ่อยู่ดี ดาบวายุเลเวล 1 จำเป็ต้องใช้ค่าMP 20 พอยต์ ส่วนเลเวล 2 ใช้ค่า MP40 พอยต์ ซึ่งเทียบเท่ากับโซ่พันธนาการที่ใช้ค่า MP เท่าๆ กัน ค่า MP ของผมในตอนนี้มีอยู่เพียง 330พอยต์เท่านั้น หากสกิลใหม่ทั้งสองถูกอัปเกรดขึ้นเป็เลเวล 4 ทั้งหมด ผมก็จะต้องเจอกับปัญหาเื่ค่า MP ไม่เพียงพอ
แต่ก็ช่างมัน ยังไงซะผมก็ยังมีโอสถลมหนาวอยู่ในกระเป๋าอีกเยอะ รอให้เลเวล 4 ก่อนค่อยว่ากันใหม่
……
หลังจากใช้เวลาไป 1 ชั่วโมงในที่สุดดาบวายุก็เพิ่มมาอยู่เลเวล 3 และมันก็เพิ่มค่าโจมตีให้ผมได้9% แล้วด้วย
ขณะที่ผมกำลังยืนอารมณ์ดีอยู่ที่บึงเสียงข้อความก็ดังขึ้น “นี่เซียวเหยา นายถูกฆ่าตายไปหรือยังเนี่ย?”
“ยังครับคุณหนู ดูเหมือนว่าคุณหนูจะแพ้พนันซะแล้ววันนี้ไปกินอะไรดีน้า...”
“อื้อ นี่ก็บ่ายโมงแล้ว นายมารอใต้หอเลยเดี๋ยวค่อยว่ากัน”
“ครับ”
หลังจากวางสายผมก็ออกจากระบบทันทีหันไปมองเตียงตรงข้ามก็เห็นตัวของเ้าแว่นกำลังสั่นไปพร้อมกับไขมันบนร่างกายที่กระเพื่อมพั่บๆดูเหมือนว่าเ้านั่นจะทำอะไรบางอย่างอยู่สินะท่าทางของเ้าแว่นน่าขำซะจนผมเกือบหัวเราะออกมา เอาเถอะ ตอนนี้ออกไปหาอะไรอร่อยๆกินก่อนดีกว่า
……
เมื่อเดินมาถึงหอพักหญิงแล้วผมก็พบว่าสองสาวกำลังยืนรออยู่ด้านล่าง
ผมรูดซิปคอเสื้อเพื่อทำให้ตัวเองดูเท่ขึ้นก่อนจะเดินตรงไปหาสาวๆ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบลงบนใบหน้าอุ่นๆ พร้อมกับลมเย็นๆที่พัดมานี่ทำให้รู้สึกดีชะมัดเลยแฮะ
“ไม่เลวเลยนี่ เซียวเหยา” ตงเฉิงเยว่พูดขึ้นพร้อมกับมือของเธอที่ยังคงคล้องแขนหว่านเอ๋อร์ไว้“5 ชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่ถูกฆ่าตาย ไม่ธรรมดาจริงๆ นะเนี่ยค่าหัว 1,000 เหรียญทองถ้าตีเป็เงินจริงก็อยู่ที่ 15,000หยวนแน่ะ เงินล่อตาขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่มีใครหานายเจอสักคน”
ผมโบกมือ “ฉันแอบเก็บเลเวลอยู่ในแผนที่ลับนี่คนพวกนั้นจะหาฉันเจอได้ยังไง? ... คุณหนู สวัสดีตอนบ่ายครับ”
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตา “โอเค ฉันแพ้นายแล้วสรุปว่านายอยากจะกินอะไรล่ะ?”
“ผมอยากไปตึกซงเห้อที่เพิ่งเปิดใหม่ตรงถนนซีซีที่นั่นมีเมนูปลากระรอกแนะนำด้วย ผมแค่ได้ยินมาน่ะ แต่ยังไม่เคยได้กินเลยสักครั้ง”
หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะ “เข้าใจแล้วๆงั้นก็รีบไปกันเถอะ ขับรถฉันไปก็แล้วกัน”
……
เมื่อเดินมาถึงลานจอดรถก็เห็นรถออดี้ทีทีรุ่น 2016 สองประตูของหลินหว่านเอ๋อร์จอดอยู่ บนตัวรถเต็มไปด้วยใบไม้ที่ร่วงลงมาดูเหมือนว่าั้แ่มาที่นี่ เธอจะไม่ได้จับรถคันนี้เลยสักครั้งบางทีมันอาจจะไม่ใช่ลูกรักของเธอก็เป็ได้
หลินหว่านเอ๋อร์หยิบกุญแจรถออกมาก่อนจะเปิดประตูตงเฉิงเยว่เห็นรถตรงหน้าก็พูดขึ้นมาว่า “ว้าว รุ่น 2016 แถมยังสองประตูอีกด้วยก่อนหน้านี้ฉันก็เล็งคันนี้ไว้เหมือนกันแต่พ่อไม่ให้ฉันซื้อรถเพราะกลัวว่าจะอันตรายเกินไป”
พูดจบตงเฉิงเยว่ก็หันมามองผม “นี่เซียวเหยา นายว่า 2016กับ 2010 อันไหนดูดีกว่ากัน?”
“ฉันไม่ค่อยมีความรู้เื่รถเท่าไรแต่ฉันคิดว่ายี่ห้อเชอร์รี่คิวคิวกับเจี้ยงหนานก็สวยแบบคลาสสิกดีนะ[1] ”
ตงเฉิงเยว่ “...”
หลังจากที่หลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นไปประจำตำแหน่งคนขับแล้วเธอก็เลื่อนกระจกหน้าต่างลง “นี่พวกเธอ ขึ้นรถได้แล้ว”
ผมรีบขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันทีเพราะหน้าที่บอดี้การ์ดจะต้องใกล้ชิดคุณหนูมากที่สุด
ตงเฉิงเยว่ขึ้นไปนั่งเบาะหลังก่อนพูดขึ้นว่า“นายนี่ไวชะมัดเลยนะเซียวเหยา”
“หมอนี่ถ้าพูดถึงของกินก็กระตือรือร้นเป็ธรรมดาแหละ”
“…”
……
หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์รถออดี้ทีทีก็แล่นออกจากมหาวิทยาลัยทันทีถนนซีซีห่างจากมหาวิทยาลัยไม่ไกลเท่าไรนักในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมามีการพัฒนาเกี่ยวกับแวดวงธุรกิจเป็อย่างมากทำให้เกิดร้านอาหารขึ้นบนถนนแห่งนี้อย่างต่อเนื่องและคงเป็เพราะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย ทำให้เป็ที่นิยมของผู้คน
ที่ตึกซงเห้อนี้เมื่อก่อนเป็ร้านอาหารพื้นบ้านที่สร้างขึ้นในซูโจวใน่เฉียนหลงหลังจากนั้นก็ขยายใหญ่จนมีสาขาอยู่ในปักกิ่งด้วย
เวลา 13.30 น.ตอนที่พวกผมเข้ามาในร้านก็พบว่าคนเริ่มน้อยลงแล้ว หลังจากเลือกที่นั่งติดหน้าต่างพวกผมก็รีบเข้าไปนั่งก่อนจะกวาดตามองเมนูตรงหน้า ตอนนี้ปลากระรอกราคาเพิ่มขึ้นเป็300 หยวนต่อหนึ่งกิโลกรัมแล้วหรือนี่
พนักงานยืนอยู่ข้างโต๊ะเงียบๆเพื่อรอรับออร์เดอร์ ผมจึงรีบสั่งอาหารทันที “เอาปลากระรอกน้ำหนัก 2 กิโลกรัม”
“ได้ครับ”
“แล้วก็ไก่ต้มในลูกแตงโม ต้มซุปไก่ เป็ดสมุนไพร...แล้วก็... เหล้าไห่จื้อหลานขวดหนึ่ง”
“ครับ ้าสั่งอะไรเพิ่มอีกไหมครับ?”
“พอแล้ว เอ่อ...เอาน้ำแตงโมปั่นมาเพิ่มเหยือกหนึ่งด้วยแล้วกัน”
พูดจบ ผมก็หันไปยิ้มให้หลินหว่านเอ๋อร์ “คุณหนู นี่ผมประหยัดสุดๆเลยนะเนี่ย”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า “ตามสบาย”
แกรก! แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็ไรแต่ตะเกียบในมือของหลินหว่านเอ๋อร์ก็หักออกเป็สองท่อนทันที
ตงเฉิงเยว่หัวเราะเบาๆ “นี่เซียวเหยานายรู้หรือเปล่าว่าเงินเดือนของหว่านเอ๋อร์ตอนนี้เหลือแค่ 5,000 หยวนแล้ว? อาหารที่นายสั่งเมื่อกี้อย่างน้อยๆ คงจะ 1,000หยวนขึ้นแน่ๆ นายทำแบบนี้อีกครึ่งเดือนหลังจากนี้เยว่เอ๋อร์จะทำยังไงเนี่ย? หรือนายจะเป็คนเลี้ยง?”
“เอ่อ...”
หลินหว่านเอ๋อร์ “เขาไม่มีปัญญาเลี้ยงฉันหรอก”
ผมมองอีกฝ่าย “คุณหนูเองก็น่าจะมีเงินเยอะนี่ครับได้ยินเ้าถางกู่นั่นบอกว่าก่อนหน้านี้ก็เคยออกซิงเกิ้ลของตัวเองด้วยแถมยังติดสิบอันดับแรกภายในระยะเวลาแค่ครึ่งปี จู่ๆ จะไม่มีเงินได้ยังไงกัน?”
หลินหว่านเอ๋อร์หน้าแดง “ไม่ต้องถาม”
ตงเฉิงเยว่หัวเราะออกมา “ก็ตอนที่หว่านเอ๋อร์เข้าเรียนได้ทำบัญชีเงินฝากระยะยาวไว้น่ะสิแต่ละเดือนสามารถถอนออกมาได้แค่ 5 หมื่นหยวนเท่านั้น่สองวันที่ผ่านมานี้ก็ใช้เงินซื้อเหรียญทองในเกมไปตั้งเยอะเมื่อวานก็เพิ่งจะซื้อเกราะหน้าอกหนังระดับขาว ใช้เงินไปตั้ง 200 เหรียญทองแน่ะ แถมยังไปจองกริชทองกับเวิ่นเจี้ยนอีกตอนนี้ก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว”
“กริชทอง?” ผมตะลึง
“ใช่” หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้า“กริชทองเลเวล 35 พลังโจมตี 275พอยต์ แล้วเพิ่มพลังป้องกันแบบมองไม่เห็นอีก 7% ฉันแลกมันมาด้วยเงิน 900 เหรียญทองเลยนะเดี๋ยวตอนบ่ายกลับไปก็จะทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันแล้ว”
ผมขมวดคิ้ว “นี่เวิ่นเจี้ยนได้อาวุธระดับทองเลเวล35 มาหรือนี่? เจ๋งสุดๆ ไปเลยแฮะ”
ตงเฉิงเยว่ “แน่นอนอยู่แล้ว”
……….………………………………………………………………………………………………
[1] รถแต่ละรุ่นที่กล่าวมาล้วนเป็รถเกรดต่ำทั้งหมด
