“ในฐานะเป็สามีของนาง หากเ้าพบความผิดปกติของร่างกายนางเร็วเสียหน่อย วันนี้ก็ไม่มีผลลัพธ์เช่นนี้หรอก!” ทุกคำพูดของอวิ๋นซูไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หัวหน้าโจรร่างกายสั่นระริก หลายวันก่อนหน้านี้เหมยกูเริ่มมีอาการไอรุนแรง นางเพียงกล่าวว่าต้องลมหนาว ตนจึงไม่ได้สนใจมากนัก ไม่คิดว่าจะร้ายแรงถึงเพียงนี้
พริบตาเดียว บรรยากาศของหัวหน้าโจรพลันหม่นหมอง เขานั่งลงข้างเตียง จ้องมองใบหน้าอันขาวซีดของสตรีอยู่เช่นนั้น
ทุกคนที่ในยามปกติัักับเหมยกูบ่อยๆ ได้รับการตรวจจากอวิ๋นซูอีกครั้ง ส่วนหัวหน้าโจรเฝ้าอยู่ทั้งคืน สีหน้ายังคงไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย
“เหตุใดนางจึงไม่ตื่น?”
อวิ๋นซูเก็บมือกลับมา เหงื่อเย็นๆ ซึมออกมาทั่วร่างของเหมยกู ไข้สูงไม่ลดลง ทานยาไปแล้วก็ไม่ได้ผล “นี่ไม่ใช่โรคห่าปกติแล้ว”
“ไม่ว่าเ้าจะใช้วิธีการอะไร...” โทสะของโจรพุ่งทะยานสู่สมองอีกครั้ง ทว่าเมื่อสบเข้ากับสายตาเ็าของอวิ๋นซู เขาพลันกัดฟัน แล้วสะบัดหน้าไป
เมื่อมองสามีภรรยาคู่นี้ ความรู้สึกอันหลากหลายประดังประเดเข้ามาในใจของอวิ๋นซู แม้ชีวิตยากลำบาก แต่เหมยกูก็รักสามีของนาง รักลูกของพวกเขา ยามเมื่อภรรยาป่วยหนักยังรู้สึกผิด เฝ้าข้างกายทั้งคืน ตอนนี้อวิ๋นซูรู้สึกอิจฉาเหมยกูอยู่บ้าง นางเคยคิดว่าตนมีวันเวลาที่งดงามที่สุด ไม่คิดว่าก่อนตาย นางถึงจะทราบว่าทั้งหมดล้วนเป็คำโกหก
จิตใจที่เดิมทีเยือกเย็น เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้จึงสั่นไหวขึ้นอีกครั้ง เดิมทีนางไม่เชื่อว่าจะมีความรู้สึกที่จริงใจเช่นนี้อยู่อีกแล้ว แต่ต่อให้เป็คนประพฤติชั่วอย่างโจรผู้นี้ ก็ยังมีหัวใจที่รักภรรยาอย่างแท้จริง ความอบอุ่นที่ไม่ได้รู้สึกมานานเปียกชื้นบนดวงตาอีกครั้ง อวิ๋นซูประหลาดใจกับอารมณ์อันผันผวนของตน “ข้าจะไปต้มยาให้เหมยกู”
นางหันกายเดินหายไปในความมืด
มองเปลวไปที่เต้นระริก อวิ๋นซูใจลอยเล็กน้อย
ชาตินี้ของตนตัดสินใจว่าจะมีชีวิตเพื่อแก้แค้น ทั้งๆ ที่มีความตั้งใจเช่นนี้แล้ว เหตุใดเมื่อเห็นภาพเมื่อครู่นางจึงยังพบว่าตนหดหู่เปลี่ยวเหงาเช่นนี้ ยังมีความคาดหวังอะไรอยู่หรือ? นางในชาติก่อนทำตัวโง่งมเช่นนั้นมานาน ชาตินี้จะทำผิดพลาดเช่นเดิมอีกหรือ?
“เป็อย่างไร? เขาพูดหรือยัง?”
“ฮึ ตีจนมือข้าเจ็บไปหมดแล้ว ยังไม่ยอมพูดสักคำ!”
“ไม่รู้ว่าคนคนนี้มีที่มาอย่างไร...”
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมอง พบโจรสองคนเดินออกมาจากประตูไม้ผุพังแห่งหนึ่ง ในใจของนางสั่นไหว หรือคนที่พวกเขาพูดถึงจะถูกจับขังไว้ข้างใน?
อวิ๋นซูเทยาน้ำในขวดออกมาพลางมองไปรอบๆ หลังจากมั่นใจว่าไม่มีคนแล้วจึงผลักประตูไม้นั้นเบาๆ
มีทางบันไดแคบๆ คดเคี้ยวทอดตัวลงไป ที่นี่ก็คือคุกใต้ดิน! แสงเทียนพลิ้วไหว นางยกชายกระโปรงเหยียบย่างลงบันไดไป เมื่อกวาดตามองพบว่าไม่มีคนเฝ้าอยู่
แกร๊งๆ เสียงกระทบกันของโซ่ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเดินลึกเข้าไป ปรากฏให้เห็นบุรุษผู้หนึ่งถูกมัดอยู่บนเตียง มือเท้าของเขาถูกโซ่ล่ามไว้แน่น ผมสยายออกจนมองใบหน้าไม่ชัดเจน ชุดตัวในสีขาวบนร่างเปื้อนฝุ่นดินและเืจนน่ากลัว
คนผู้นั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงขมวดคิ้ว ทว่าเสียงฝีเท้ากลับไม่เหมือนโจรสองคนนั้น จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ดวงตาที่เปื้อนเืพร่าเลือนอยู่บ้าง ได้ยินเสียงเยือกเย็นเสียงหนึ่งดังขึ้น “เ้าเป็ทหารจากเมืองหลวงหรือ?”
สำเนียงเช่นนี้...
บุรุษผู้นั้นเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เป็สตรีผู้มีใบหน้างดงามผู้หนึ่ง นางสวมชุดกระโปรงยาวที่ทำจากผ้าป่าน แต่งกายเรียบง่ายไม่หรูหราทว่ากลับปิดซ่อนบรรยากาศบนร่างของนางไม่ได้ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่ดูเหินห่างราวกับทะเลสาบน้ำแข็ง
“เหตุใดเ้าจึงถูกพวกเขาจับตัวมา?”
บุรุษผู้นั้นยังไม่เอ่ยคำใดๆ คราวนี้เขาเบนสายตากลับไป
อวิ๋นซูรู้สึกว่าระหว่างคิ้วของคนผู้นี้ดูคุ้นตา จึงยื่นมือออกไปปัดผมที่บดบังใบหน้าของเขาเบาๆ คนผู้นั้นคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซูจะถึงกับทำเช่นนี้ ท่าทางพลันเปลี่ยนไป
คนผู้นี้ดูคุ้นมากจริงๆ ด้วย! อวิ๋นซูกวาดตาขึ้นลงมองสำรวจเขา สุดท้ายสายตาจึงตกอยู่ที่หยกพกที่ปรากฏบริเวณเอว
นางดึงออกมาอย่างรวดเร็ว หยกพกพลันตกมาอยู่กลางฝ่ามือของนาง บุรุษผู้นั้นในที่สุดก็มีการตอบสนอง “เอาคืนมา!”
เนื้อหยกสีเขียวดุจเมฆ หยกพกนี้ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เมื่อพลิกกลับไปดูด้านหลัง ด้านล่างของหินหยกมีตัวอักษรเฟิ่งสลักเอาไว้อย่างเลือนราง “เ้ากับจวนชางติ้งโหวมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?”
คนผู้นั้นดวงตาเปล่งประกาย “เ้า...”
“หรือจะเป็คุณชายของจวนชางติ้งโหว?” นางจำได้ว่าหยกพกนี้นางเคยเห็นบนตัวของเฟิ่งฉี! “ข้าคือคุณหนูหกแห่งจวนชางหรงโหว หลิ่วอวิ๋นซู”
“...” คุณหนูหกถึงกับมาอยู่ที่นี่? บุรุษผู้นั้นมองสำรวจอวิ๋นซูอย่างสงสัย ราวกับไม่เชื่อคำพูดของนาง
“ข้ารู้จักคุณชายสามคนของจวนชางติ้งโหว เฟิ่งอวี่ เฟิ่งฉี และเฟิ่งหลิง แล้วยังมีคุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลเฟิ่งอีกด้วย”
นางค่อยๆ พูดชื่อออกมา ในที่สุดใบหน้าของบุรุษผู้นั้นก็ปรากฏความยินดีหลายส่วน จากนั้นจึงทำราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “คุณหนูหกรีบไปเร็วเข้า โจรพวกนี้โเี้มาก หากถูกพวกมันพบจะต้องถูกฆ่าแน่!”
“...” คนผู้นี้ดูเหมือนจะมองสถานการณ์ปัจจุบันไม่ชัดเจน คนที่ถูกจับมัดคือเขา ส่วนตนเองยืนอย่างอิสระอยู่ตรงหน้าเขา
“ท่านคือ...”
“เฟิ่งซี คุณชายรองแห่งจวนชางหรงโหว” แววตาของเฟิ่งซีเปลี่ยนไป “มีคนมาแล้ว คุณหนูหกรีบไปเร็ว!” โสตััของเขาล้ำเลิศยิ่งนัก พริบตาเดียวก็พบว่ามีคนกำลังเดินเข้าใกล้มาทางนี้
อวิ๋นซูใช้มือคลำหายาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมาจากบริเวณเอว “คุณชายรองกินยานี้เสีย ข้าจะหาโอกาสช่วยท่านออกมา!”
ไม่รอให้เฟิ่งซีกล่าวอะไร อวิ๋นซูก็วิ่งเหยาะๆ ไปตามบันไดจากไปแล้ว
“...” เดิมทีเขาคิดจะบอกให้นางอย่าได้ทำเื่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้น หากถูกพบมีเพียงความตายสถานเดียว ฮ่าๆ ถึงกับต้องให้สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งมาช่วยเชียวหรือ เฟิ่งซีส่ายหน้าเบาๆ
กลับถึงหน้าเรือนของเหมยกู
“พี่ซู ข้าอยากเข้าไปดูท่านแม่” เด็กที่อาการป่วยดีขึ้นแล้วยืนอยู่หน้าประตู จนใจที่ประตูปิดอย่างแ่า ด้านในมีเสียงหัวหน้าโจรดังออกมา “ตงเอ๋อร์ กลับไปก่อน ท่านแม่ของเ้านอนอยู่ อย่ารบกวนนาง!”
ทว่าเด็กคนนี้อายุไม่น้อยแล้ว ย่อมทราบว่าท่านพ่อของตนไม่ได้พูดความจริง
“พี่อวิ๋น ท่านแม่ของข้าป่วยหนักหรือ?” ใบหน้าของเขายังคงมีตุ่มสีเขียวอยู่หลายส่วน อวิ๋นซูยื่นมือออกไปแตะหน้าผากของเขา นอกจากตุ่มบนิัที่ยังไม่หาย อย่างอื่นก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้นมาแล้ว
แต่สิ่งที่อวิ๋นซูไม่มั่นใจก็คือ คนที่ได้รับการรักษาโรคห่าจนหายแล้วจะกลับมาติดโรคอีกครั้งได้หรือไม่ หากมีความเป็ไปได้ เด็กซูบผอมเช่นนี้จะต้องไม่อาจรับความทรมานจากความเ็ปของโรคได้อีกครั้งเป็แน่
“ตงเอ๋อร์วางใจเถิด เหมยกูจะแข็งแรงขึ้นในเร็วๆ นี้แน่นอน”
เด็กผู้นี้สูดจมูก ไม่นานก็มีคนมาพาตัวไป ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านล้วนทราบว่าเหมยกูป่วยเป็โรคห่า กินยาแล้วก็ไม่เห็นว่าจะดีขึ้น ด้วยเหตุนี้คนที่กล้าเข้าใกล้จึงยิ่งน้อยลง หากเป็เด็กก็จะถูกสั่งไม่ให้เดินเข้าใกล้ที่นี่ในระยะสิบจั้ง
“แค่กๆ ...” ด้านในมีเสียงไอดังแว่วมา เสียงประตูเปิดออก หัวหน้าโจรผู้นั้นใบหน้ามืดครึ้ม เดินมารับถ้วยยาจากในมือของอวิ๋นซูโดยตรง
“ไข้ของเหมยกูลดลงหรือยัง?”
เขาส่ายศีรษะ รอบดวงตามีรอยดำคล้ำ ปิดประตูลงอีกครั้งโดยไม่พูดไม่จา
เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านใน อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว หรือคนผู้นี้เองก็ติดโรคแล้ว? จิตใจของนางพลันสั่นไหว บางทีนี่อาจเป็โอกาสที่ดี!
“โรคของเหมยกูต้องใช้ยาอีกชนิดหนึ่ง” นางมองไปยังโจรหลายคนตรงหน้า พวกเขาพลันตบอกของตน “ปล่อยเป็หน้าที่ข้าเถิด ได้ยินว่ามียาอีกจำนวนหนึ่งส่งมา พวกเราจะไปปล้นกัน!”
โจรทั้งหมดในหมู่บ้านแบ่งงานกันอย่างชัดเจน อวิ๋นซูเลือกโจรหลายคนที่เฝ้าคุกใต้ดินเพื่อให้แยกตัวออกไป เฟิ่งซีาเ็หนัก พวกเขาย่อมต้องคิดว่าไม่สามารถหนีออกไปได้ จึงรวมตัวกันออกไปปล้นชิงยาอย่างวางใจ
คุกใต้ดินมีเสียงดังแว่วมา บุรุษบนตั่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นพบว่าบนบันไดปรากฏร่างบางร่างหนึ่ง
“คุณชายรองเฟิ่ง!”
คุณหนูหก? เฟิ่งซีคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซูจะมาปรากฏตัวเร็วเช่นนี้ รีบกวาดตามองไปทั่วทั้งสี่ทิศ ไม่มีเงาของโจรแม้แต่ครึ่งคน
“อาการาเ็ดีขึ้นบ้างหรือไม่เ้าคะ?”
เฟิ่งซีพยักหน้าแรงๆ ไม่กล่าวไม่ได้ว่ายาที่อวิ๋นซูให้น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เดิมทีอวัยวะภายในของเขาเ็ปมาหลายวันเพราะได้รับาเ็หนัก ั้แ่ที่กินยาลูกกลอนเม็ดนั้นเข้าไป เขาก็พบว่าพลังของตนเองฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย ร่างกายไม่เ็ปเช่นนั้นอีก
“ขอบคุณคุณหนูหก เพียงแต่โจรเ่าั้ไปไหนหรือ?”
“ถูกข้าแยกตัวไปแล้ว คุณชายรอง ท่านถือโอกาสหนีไปตอนนี้เลยเ้าค่ะ” นางยื่นมือไปจับโซ่หนักๆ หยิบปิ่นเงินออกมาจากบริเวณผมของนางแล้วสอดปลายปิ่นเข้าไปในแม่กุญแจ
เฟิ่งซีคิดไม่ถึงว่านางจะรู้จักการปลดกุญแจด้วยวิธีนี้ “คุณหนูหก พวกเราไปจากที่นี่ด้วยกัน...”
“ไม่ ท่านไปก่อน ข้ายังมีเื่ต้องทำเ้าค่ะ” น้ำเสียงของอวิ๋นซูแน่วแน่ เฟิ่งซีขมวดคิ้ว “ไม่ได้ จะทิ้งเ้าไว้ผู้เดียวได้อย่างไร!” หากไม่ใช่เพราะคุณหนูหก เกรงว่าตนคงไม่อาจหนีไปได้ เฟิ่งซีไม่มีทางทำเื่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ออกมาโดยเด็ดขาด
อวิ๋นซูใช้คำพูดที่กระชับได้ใจความที่สุดมาอธิบายเื่ทั้งหมด “ครั้งนี้ข้ามาเจียงหนานกับท่านพ่อเพื่อควบคุมโรคระบาด ตอนนี้หมู่บ้านแห่งนี้ปรากฏโรคระบาดใหม่ขึ้น ข้าคิดจะอยู่สังเกตอีกสองวันค่อยไปจากที่นี่ คุณชายรองเฟิ่งกลับไปขอความช่วยเหลือจากทหารก่อน รอให้พวกท่านมาช่วย ข้าก็คงเตรียมการเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
เสียงกุญแจถูกปลดล็อกดังขึ้น
“ใคร?!”
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงะโดังขึ้น แววตาของอวิ๋นซูเย็นะเื รีบหลบเข้าไปในเงามืด
ไม่คิดว่าจะมีโจรกลับมา เขาะโลงมา มองไปยังเฟิ่งซีที่ถูดปลดพันธนาการเรียบร้อยแล้ว “ดี! ทีนี้เ้าก็วิ่งได้แล้ว!”
คนผู้นั้นแค่นเสียงเย็น รีบควักดาบโค้งออกมาจากบริเวณเอวของตน อย่างไรก็ตามอาการบาดเจ็ของเฟิ่งซีดีขึ้นมากแล้ว คนผู้นั้นโจมตีปะทะเข้ามา เขาโจมตีกลับไปยังข้อมือของเขา กดคนผู้นั้นลงกับโต๊ะ
“ใครก็ได้...”
อวิ๋นซูส่งเข็มเงินปักลงไปที่หลังคอของเขาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า ดวงตาทั้งสองของโจรเหลือกขึ้นแล้วสลบไป
ทั้งสองนำโจรที่สลบไปวางไว้บนตั่งไม้ เฟิ่งซีสับเปลี่ยนชุดกับเขาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มัดเรียบร้อยแล้วก็ทำให้ผมของเขายุ่งเหยิงและมัดปากของเขาเอาไว้
“คุณชายรองเฟิ่ง ถือโอกาสนี้หนีไปเถิดเ้าค่ะ!”
เฟิ่งซีลังเลอยู่บ้าง “คุณหนูหก เ้าไม่ไปจริงๆ หรือ?”
“ด้านนอกไม่ได้มีโจรเพียงคนเดียว คุณชายรองออกไปคนเดียวจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า อวิ๋นซูจะรออยู่ที่นี่ หลังจากคุณชายรองไปรวมตัวกับทหารแล้ว ค่อยกลับมาช่วยอวิ๋นซูก็พอแล้วเ้าค่ะ พวกเขา้าให้ข้ารักษา ไม่ทำอะไรข้าหรอก”
อวิ๋นซูมั่นใจในจุดนี้มาก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ใจของหัวหน้าโจรล้วนจดจ่ออยู่กับอาการป่วยของเหมยกู เกรงว่าจะไม่มีจิตใจไปสนใจอย่างอื่น
หลังจากขัดแย้งในใจครู่หนึ่ง เฟิ่งซีรู้ว่าตนไม่สามารถล่าช้าไปมากกว่านี้ “คุณหนูหก ข้าจะต้องกลับมาช่วยท่านแน่นอน!”
เมื่อกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ เขาพลันหันกายเดินก้าวยาวๆ จากไป
