หลินเสวี่ยหรงไม่เคยพบเห็นนางที่เป็เช่นนี้มาก่อนนางก้าวถอยหลังไปสองก้าวอย่างห้ามไม่อยู่ยังคงไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมของหลินชิงเวยได้ “เ้าคิดจะทำอะไร?”
หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปาก “เื่ในวันนี้ยังไม่จบเ้าระวังตัวเอาไว้ให้ดี ระวังว่าพี่ใหญ่จะเล่นงานเ้าจนตาย”พูดแล้วปลายนิ้วของนางก็ออกแรงสะบัด เกือบจะทำให้คางของหลินเสวี่ยหรงถึงกับเคลื่อนทีเดียวหางตาของหลินเสวี่ยหรงพลันเห็นว่ามีเงาร่างของคนๆ หนึ่งกำลังเดินมาบนทางเล็กๆ นี้จึงโน้มร่างอันบอบบางล้มลงบนพื้นน้ำตาไหลพรากอย่างน่าสมเพชเวทนา
หลินเสวี่ยหรงเริ่มร่ำไห้พร้อมกับเอ่ยวาจากล่าวหา“พี่ใหญ่ข้าทำผิดอันใดท่านจึงได้ทำกับข้าเช่นนี้เ้าคะ...ข้าทุ่มเทจิตใจกตัญญูต่อท่านพ่อพยายามที่จะเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ ั้แ่ท่านแต่งออกไปล้วนเป็ข้าที่ดูแลท่านพ่อ...ข้าทำอะไรผิดต่อท่านกันแน่...”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขัน “ผิดต่อข้าที่ใด?สิ่งที่เ้าทำผิดต่อข้ามีมากมายยิ่งนัก เ้าพูดมาเ้าวางแผนลอบทำร้ายข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ข้าแต่งเข้าวังแทนเ้าก่อนต่อมาวางยาข้าทำให้ข้าถูกพรากความบริสุทธิ์ เ้าพูดมาเื่ใดบ้างที่เ้าทำดีต่อข้า?”
หลินเสวี่ยหรงกล่าวทั้งน้ำตานองหน้า “พี่ใหญ่ต่อให้ท่านไม่ชอบข้ารังเกียจข้า แต่ท่านก็ไม่ควรพูดจาให้ร้ายข้าเช่นนี้...”นางเงยหน้าขึ้นไปมองเงาร่างของคนๆ นั้น เซียวเยี่ยนกำลังเดินมาทางนี้เนิบๆหลินเสวี่ยหรงราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้จึงกล่าวขึ้นอย่างร้อนรนว่า “เซ่อเจิ้งอ๋อง ท่านต้องให้ความเป็ธรรมกับเสวี่ยหรงด้วยเพคะ!”
สีหน้าบนใบหน้าของเซียวเยี่ยนไม่เปลี่ยนแปลง เ็ายิ่งยวดขณะที่เขายืนอยู่เบื้องหน้าหลินเสวี่ยหรงแล้วมองนางนิ่งๆ นางกลับไม่มีความกล้าหาญที่จะอุทธรณ์ว่าตนถูกใส่ร้าย
หลินชิงเวยถาม “ท่านมานานเพียงใดแล้ว?”
“มาสักพักแล้ว”
หลินชิงเวิยหัวเราะเสียงต่ำ “ท่านได้ยินไปมากน้อยเพียงใด?”
“ที่ควรได้ยิน ที่ไม่ควรได้ยิน เปิ่นหวางล้วนได้ยินหมดแล้ว”
หลินเสวี่ยหรงสั่นเทิ้ม นางฟุบร่างสั่นสะท้านอยู่บนพื้น นางกล่าวว่า“เซ่อเจิ้งอ๋อง ท่านฟังเสวี่ยหรงอธิบายเพคะ...เื่ราวไม่ได้เป็อย่างที่นางกล่าวมาเพคะ...”
เซียวเยี่ยนเดินผ่านร่างของนางไป “เปิ่นหวางกลับไม่ได้ยินนางพูดอะไรส่วนใหญ่แล้วเป็เ้าที่พูด”
หลินชิงเวย “น้องเสวี่ยหรง หากเ้ายังกล่าวว่าข้าพูดจาให้ร้ายเ้าก็ไร้เหตุผลสิ้นดีแล้วคำพูดล้วนเป็เ้าที่พูดออกมา และเป็เ้าที่รนมาหาเื่ถึงที่หากเ้าฉลาดเฉลียวสักหน่อยก็ควรจะซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ต้องออกมา”
หลินเสวี่ยหรงช้อนตาขึ้นถลึงตามองนางด้วยความเกลียดชังในแววตานั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
“พวกเ้ากำลังพูดอะไรกัน ที่นี่ครึกครื้นเช่นนี้” ทันทีที่สิ้นเสียงคนทั้งสามต่างหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงทางเล็กๆในสวนไผ่มีคนกำลังเดินเข้ามาคนหนึ่ง
คนๆ นี้สวมอาภรรณ์สีฟ้าครามขลิบเงิน อาภรณ์้าเปิดออกเล็กน้อยแขนเสื้อกว้างนั้นปลิวสะบัดตามแรงลม ท่วงท่าในการเดินเหินของเขางดงามราวกับไก่ตัวผู้ให้ความรู้สึกเ้าชู้เสเพลหาใดเปรียบ
หลินชิงเวยมองแล้วแอบขบฟันแน่นคนชั่วช้าครั้งก่อนเ้าหนีรอดไปได้อย่างง่ายดาย ครั้งนี้เ้ายังรนหาที่เองวันนี้ข้าจะตุ๋นพวกเ้าลงในหม้อเดียวกัน
คนที่กำลังเดินเข้ามาในคลองจักษุนั้นไม่ใช่เซียวอี้แล้วจะเป็ใครได้อีก
เซียวอี้เห็นหลินเสวี่ยหรงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นจึงหรี่ตาลาถามว่า “พวกเ้ารังแกเสวี่ยหรงที่เป็สตรีบอบบางนางหนึ่งทำเช่นนี้ช่างไร้คุณธรรมยิ่งนัก”
ครานี้หลินเสวี่ยหรงยินดีปรีดาออกนอกหน้า ความน้อยเนื้อต่ำใจที่เสแสร้งแกล้งทำให้ปรากฏบนใบหน้าของนางยิ่งน่าสงสารขึ้นไปอีก“ท่านอ๋อง ท่านมาแล้ว...”
เซียวอี้ประคองหลินเสวี่ยหรงขึ้นมาโอบกอดไว้“มีเื่อันใดพูดจากันดีๆ ไม่ได้ เสวี่ยหรง อย่าร้องไห้ร้องไห้จนหัวใจข้าจะแตกสลายแล้ว”
หลินชิงเวยขนลุกเกรียวไม่มีกะจิตกะใจจะรั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป“เซี่ยนอ๋องถนอมพฤกษาอาลัยหยก อีกทั้งยังมีความรักหวานชื่นกับน้องเสวี่ยหรงคงไม่รบกวน่เวลาความรักอันดูดดื่มระหว่างท่านทั้งสอง”
ไม่รอให้เซียวอี้และหลินเสวี่ยหรงได้เอ่ยวาจาสักประโยคสองประโยคหลินชิงเวยหันกายแล้วเดินจากไปทันทีเซียวเยี่ยนมองเซียวอี้และหันไปมองหลินเสวี่ยหรงจากนั้นหันกายเดินจากไปเช่นกัน
หลินเสวี่ยหรงยังคงร่ำไห้อยู่ในอ้อมกอดของเซียวอี้ กล่าวตัดพ้อว่า“เมื่อสักครู่หากท่านอ๋องมาไม่ทันเสวี่ยหรงได้แต่กลัวว่าจะถูกข่มเหงจนเป็อย่างไรแล้ว...”
“ถูกรังแกจนเป็อย่างไรแล้วหรือไม่?” เซียวอี้หัวเราะ สีหน้าของเขาไม่เกินจริงอย่างเมื่อสักครู่เขาปล่อยหลินเสวี่ยหรง รอยยิ้มนั้นดูเ็าเล็กน้อย“เมื่อสักครู่คำพูดเ่าั้ไม่เพียงเซ่อเจิ้งอ๋องที่ได้ยินเปิ่นหวางเองก็ได้ยินหมดแล้วเช่นกัน”
ทั้งๆ ที่เขาล่วงรู้ความจริงแต่ยังคงเลือกที่จะปกป้องหลินเสวี่ยหรงด้วยไม่้าให้หลินเสวี่ยหลงต้องอับอายเกินไปโดยการหาทางลงให้นางก้าวลงมา
เวลานี้คนไปหมดแล้ว เขาไม่จำเป็ต้องแสดงละครอีกต่อไป
“ข้าไม่ได้ทำ...” หลินเสวี่ยหรงหน้าซีดเผือดนางส่ายหน้าคิดจะอธิบายอะไร แต่เมื่อตกอยู่ภายใต้สายตาจับจ้องของเซียวอี้กลับทำให้นางสั่นสะท้านได้มากกว่าอยู่ต่อหน้าเซ่อเจิ้งอ๋องราวกับมีมือข้างหนึ่งบีบเค้นหัวใจของนางทำให้หัวใจของนางหยุดเต้นได้ตลอดเวลา
สายตาของเซียวอี้ก้ำกึ่งระหว่างหยอกเย้าและจริงจัง เขากล่าวว่า“เมื่อก่อนเปิ่นหวางยังคิดว่าลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ ของเ้าล้วนเป็การแสดงความฉลาดเฉลียวเล็กน้อยทว่ายามนี้ดูแล้วล้วนเป็การกระทำโง่เขลาอย่างที่สุด”
ราวกับการประมือกันในค่ำคืนนั้นและการพบกันใต้ดอกไห่ถังทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เขาปล่อยหลินชิงเวยไปแล้วเลือกเก็บหลินเสวี่ยหรงเอาไว้
เดิมทีเขาไม่ได้ถือคำพูดที่หลินชิงเวยพูดด้วยความร้อนรนในวังเป็เื่จริงจังแต่วันนี้ได้ยินหลินเสวี่ยหรงยอมรับกับหูตนเองเช่นนี้เขากลับรู้สึกว่าเป็หนามยอกอก
เซียวอี้ในอดีตจะมีท่าทีเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่เขารู้ดีว่าตนทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายเพียงใดเพื่อที่จะเป็คุณหนูสายตรงของจวนมหาเสนาบดีเขาไม่เคยใส่ใจว่านางจะใช้วิธีการใดด้วยนางรู้ว่ามีเพียงทำเช่นนั้นนางจึงจะเหมาะสมคู่ควรกับเขาทว่าเวลานี้นางกำลังจะทำสำเร็จแล้ว เหตุใดเขากลับมีท่าทีเช่นนี้เล่า?
หลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้าอีกคนหนึ่งเดินตามมาข้างหลังหลินชิงเวยที่เดินเอามือไพล่หลังพลันหันกลับหลังมามองเขา“เมื่อสักครู่ท่านเห็นหมดแล้ววันนี้หากข้าไม่ทำให้นางต้องร่ำไห้สักหนคงเป็การผิดต่อตัวเองที่ต้องเดินทางออกมาไกลเช่นนี้อย่างไร ท่านและข้าวันนี้จะลืมเลือนเื่ราวในอดีตหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนกล่าวเสียงทุ้มต่ำ “เ้าคิดจะทำอย่างไร?”
หลินชิงเวยอมยิ้มและกล่าวว่า“บนใบหน้าของเซ่อเจิ้งอ๋องในเวลานี้เขียนตัวอักษรตัวใหญ่ๆ สองตัวว่า “หวั่นไหว” ท่านไม่ได้ปฏิเสธข้าก็เท่ากับรับปากท่านไม่ต้องทำอันใดทั้งสิ้นเพียงท่านให้ความร่วมมือกับข้าอย่างเต็มที่เป็พอ”
เซียวเยี่ยนเอ่ยวาจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม“เ้าคิดจะให้เปิ่นหวางร่วมมือกับเ้าอย่างไร?”
“รู้แต่ทำเป็ไม่รู้ เห็นแต่ทำเป็ไม่เห็นนั่นถือเป็ความร่วมมืออย่างที่สุดสำหรับข้าแล้ว” นางหยิบยาลูกกลอนออกมาเม็ดหนึ่ง“มา กินเ้าสิ่งนี้เข้าไปก่อน”
เซียวเยี่ยนมองนางแวบหนึ่งแล้วหยิบยาเม็ดนั้นส่งเข้าปากตนเองกลืนลงไปโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้นสำหรับเื่นี้หลินชิงเวยพึงพอใจยิ่งยวด จึงกล่าวอีกว่า“ท่านไม่กลัวว่าข้าจะให้ยาพิษท่านหรือ?”
“หากเป็ยาพิษ เ้าวางยาพิษเปิ่นหวางจนตายวันนี้สกุลหลินทั้งครอบครัวรวมทั้งตัวเ้าจะไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว”
“แต่นั่นเป็ยาพิษจริงๆ”
เซียวเยี่ยนพลันรู้สึกไม่ค่อยดีทั่วร่าง “...”
หลินชิงเวยกล่าวยิ้มๆ อีกว่า “แต่ท่านวางใจได้ พี่สาวมียาถอนพิษ”
ต่อมาไม่นานภายในจวนสกุลหลินเริ่มงานเลี้ยงในยามกลางวันเรือนชั้นกลางแบ่งออกเป็สองชั้น ด้านนอกเป็ที่นั่งสำหรับรับรองบรรดาแขกฝ่ายชายด้านในอีกชั้นหนึ่งเป็ที่นั่งสำหรับเหล่าสตรี วันนี้เซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องต่างมาร่วมงานแน่นอนว่ายังมีโต๊ะประธานอีกโต๊ะหนึ่งโต๊ะประธานมีครอบครัวสกุลหลี่ร่วมโต๊ะกับชินอ๋อง[1]ทั้งสองท่าน
[1]ชินอ๋อง หมายถึง ตำแหน่งที่ฮ่องเต้มักแต่งตั้งให้กับพระโอรสที่มีผลงานโดดเด่นเป็ที่ประจักษ์หากผู้เป็ชินอ๋องสิ้นพระชนม์ผู้มาสืบทอดมักเป็พระโอรสองค์โตหรือไม่ก็เป็พระโอรสที่ประสูติจากพระชายาเอกอีกประการหนึ่งหากชินอ๋องสายใดไม่มีผู้สืบทอด ฮ่องเต้อาจแต่งตั้งองค์ชายโดยสายเืให้มาสืบทอดตำแหน่งอ๋องเ่าั้ได้
