เพราะเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้?เพราะเหตุใด?
เขาไม่ได้ทำเพียงเท่านี้ ที่แท้โหลวเย่ก็มีเจตนาร้ายจริงๆเมื่อถูกกงเจวี๋ยจับได้ กงเจวี๋ยจึงบุกเผาคลังเสบียงด้วยตัวคนเดียวทำให้แผนการการลอบจู่โจมของโหลวเย่พลันไม่เหลือ เขาสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมทว่าทัพใหญ่ของโหลวเย่เดินทางมาล่วงหน้า จึงตามมาทันพอดี กงเจวี๋ยถูกตามฆ่าตลอดทางสุดท้ายแม่ทัพใหญ่โหลวเย่จึงบีบกงเจวี๋ยให้เข้าไปในที่ราบแห้งแล้งแห่งหนึ่งจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเขาอีก
ฉางสี่เห็นสีหน้าใของกงอี่โม่ เขาจึงกล่าวขึ้นทันที
“ที่ราบแห้งแล้งเป็พื้นที่อันตรายระหว่างชายแดนทั้งสองแคว้นและเป็พื้นที่มฤตยู องค์ชายเก้าหลงอยู่ในนั้นเพียงคนเดียวมาเจ็ดแปดวันแล้วเจตนาของฝ่าานั้นชัดเจนมาก หากองค์หญิงมอบสิ่งนั้นฝ่าาจะรีบส่งทหารที่ดีที่สุดไปช่วยองค์ชายเก้ากลับมา แต่หากไม่...”
ข้อนิ้วมือของกงอี่โม่ซีดขาว นางกำจดหมายด่วนไว้แน่นพร้อมกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม“หากไม่แล้วอย่างไร?”
“หากไม่ องค์หญิงก็คงต้องขอพรให้องค์ชายเก้าโชคดี!”
“ฮ่าๆๆๆๆ!”กงอี่โม่หัวเราะเสียงดังอย่างอดไม่ได้ นางชูจดหมายด่วนขึ้นสีหน้าแสดงอาการไม่อยากเชื่อ “ข้าไม่ได้หูฝาดใช่ไหม? กงเจวี๋ยทำผลงานยอดเยี่ยมขนาดนี้ พวกท่านไม่ยอมไปช่วยเขาแต่กลับใช้เขาเพื่อข่มขู่ข้า? ฮ่าๆๆๆ! ช่างน่าสนใจ! ช่างน่าสนใจจริงๆ!”
กงเซิ่งต้องได้ยินหลี่เคอกล่าวถึงอานุภาพของดินปืนเกินจริงอย่างแน่นอนอีกทั้งเห็นว่าโหลวเย่เริ่มมีทีท่าไม่ดี เขา้าใช้ดินปืนประกาศศักดาให้กับบ้านเมืองกอปรกับมีคนคอยใส่ร้ายป้ายสี กงเซิ่งเกรงว่านางและองค์รัชทายาทจะ้าก่อฏเขาจึงคิดวิธีเลวร้ายเช่นนี้ออกมา
ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!
ฉางสี่นิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นจึงกล่าวเสียงเบา
“องค์หญิงทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วยล่ะ? หากท่านยังคงดื้อรั้นขัดพระราชโองการ รอให้องค์รัชทายาทกลับถึงเมืองหลวงแล้วฝ่าาอาจกริ้วจัด แล้วเกิดความกังวลจนใช้ประโยค ‘ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า’เป็ความผิดมหันต์ขององค์รัชทายาท นี่คือสิ่งท่าน้าเห็นจริงๆ หรือ?”
เวลานี้ศีรษะของกงเช่อกำลังวางอยู่บนขาของนางเขาจะเป็หรือตายยังไม่มีใครรู้ทว่าฮ่องเต้กลับใช้ชีวิตของบุตรชายทั้งสองของเขามาข่มขู่คนนอกอย่างนาง?!
ช่างน่าสนใจจริงๆ! กงอี่โม่ยกมือลูบใบหน้าซีดขาวจนน่าใของกงเช่ออย่างอดไม่ได้
เพราะเหตุใดนางต้องทุ่มเทเพื่อเชื้อพระวงศ์มากมายเช่นนี้?! ชาติที่แล้วก็เป็เช่นนี้ ชาตินี้ก็ยังเป็เช่นนี้อีกหรือ? คิดว่านางทำใจแข็งไม่ได้หรืออย่างไร? ก็แค่กงเจวี๋ยไม่ใช่หรือ? ก็แค่กงเช่อไม่ใช่หรือ? จะเป็หรือตายก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนางตรงไหน เกี่ยวข้องตรงไหนหรือ?!
ทันใดนั้นกงอี่โม่พลันอาเจียนออกมาเป็เื!
สภาพเช่นนี้ของนางทำให้ฉางสี่ใอย่างยิ่งแม้กระทั่งผู้คนที่คุกเข่าอยู่รอบๆ ก็ใด้วยเช่นกัน! ทุกคนตื่นตระหนก! กงอี่โม่อาเจียนเป็เื! นางถูกบีบคั้นจนอาเจียนออกมาเป็เื!
นางเงยหน้าขึ้นมองฉางสี่ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเืสายตาของนางทำให้ฉางสี่ต้องถอยหลังอย่างอดไม่ได้ นางคลี่ยิ้มจากนั้นจึงใช้หลังมือเช็ดรอยเืตรงริมฝีปาก
“ก็แค่ตายไม่ใช่หรือ? ฮ่องเต้ไม่สนใจแล้วข้าต้องสนใจด้วยหรือ?”
ทว่าแม้นางจะกล่าวเช่นนี้ แต่นางกลับอาเจียนออกมาเป็เือีกครั้ง!
การอาเจียนทั้งสองครั้งของนางทำให้ใบหน้าเล็กๆ กลายเป็สีขาวทอง!
ทว่านางยังคงยิ้มจนเห็นฟันที่เปื้อนไปด้วยคราบเืนางคิดถึงกงเจวี๋ยในแดนประจิมอันห่างไกล ไม่รู้ว่าเขาเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้างเขาเป็เด็กที่นางเลี้ยงจนโตมากับมือ! แล้วนางจะไม่สนใจได้อย่างไร!
จากนั้นนางจึงคิดถึงกงเช่อ นางทำเพื่อเขามามากมายขนาดนี้เหตุผลของนางก็เพื่อ้าให้เขาได้เป็ฮ่องเต้ที่ดีนางมองเขาเป็พี่ชายแสนดีจริงๆ แล้วนางจะไม่สนใจได้อย่างไร?!
ที่แท้ถึงนางจะใช้ชีวิตมาสามชาติภพแล้ว นางก็ยังเป็เช่นนี้อีกหรือ?
ถึงตายนางก็ไม่มีทางมอบะเิให้อย่างแน่นอน! หรือว่านางจะต้องมองพวกเขาตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นหรือ?
กงอี่โม่อ้าปาก นางอยากหัวเราะทว่ากลับอาเจียนออกมาเป็เือีกครั้ง!
“องค์หญิง!!”
ขณะที่ฉางสี่ใจนไม่รู้จะทำอย่างไรนั้นแม่ทัพจ้าวก็ทนมองไม่ได้อีกแล้ว ในขณะที่กงอี่โม่กำลังล้มลงนั้น เขาพุ่งตัวเข้ามากอดนางอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงมองฉางสี่ด้วยสายตาโกรธจัดครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขาใช้สายตาเช่นนี้มองบุคคลข้างกายฮ่องเต้อันดับหนึ่ง!
“ฉางสี่กงกง! ข้าทนมองไม่ได้อีกแล้ว! องค์หญิงอายุเพียงเท่านี้เอง! การกระทำของพวกท่านเช่นนี้ทำให้ข้าพูดไม่ออกยิ่งนัก!”
“หนึ่งปีมานี้องค์หญิงทำเพื่อประชาชนชาวต้าอวี้มาตั้งเท่าไร? พวกข้าเห็นอยู่ในสายตาตลอดเวลา!”
“ตลอดหนึ่งปีมานี้ไม่มีชาวบ้านที่ไม่ชอบองค์หญิงไม่มีใครไม่คิดถึงบุญคุณขององค์หญิง! ส่วนพวกข้าก็รู้สึกนับถือนางยิ่งนัก! วันนี้หากกงกงคิดจะลงมือจริงๆ ถึงต้องพลีชีพข้าก็จะทำตามความ้าขององค์หญิง! นั่งเรือกลับเมืองหลวง!”
ฉางสี่ใั้แ่กงอี่โม่อาเจียนเป็เืแล้ว ส่วนเวลานี้ทหารรักษาพระองค์สองพันนายกลับคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน!
“สาบานว่าจะทำตามความ้าขององค์หญิง!”
ก้งกงเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว เขาจึงใขนาดหนักนี่คือบุคคลข้างกายฮ่องเต้อันดับหนึ่งเชียวนะ!
“พวกเ้า พวกเ้าบ้าไปแล้วหรือ?!”
เวลานี้หมอหลวงสวี่และคนอื่นๆ ต่างถอนหายใจพร้อมคุกเข่าลง“พวกข้ายินดีนั่งเรือกลับเมืองหลวง พวกข้าไม่เชื่อนางมาครั้งหนึ่งแล้วคงไม่สามารถไม่เชื่อนางเป็ครั้งที่สองในเมื่อองค์หญิงรับรองว่าเส้นทางน้ำเชื่อมต่อได้สำเร็จ ถ้าเช่นนั้นพวกข้าก็ยินดีเชื่อนาง!”
ทุกๆ คนต่างคุกเข่าลงมาในบริเวณนี้มีเพียงฉางสี่และก้งกงเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ทว่าก้งกงถูกแม่ทัพจ้าวใช้สายตาอาฆาตจ้องมา ทันใดนั้นเขาจึงทรุดตัวคุกเข่าทันที
สาวน้อยผู้หนึ่ง อีกทั้งยังเป็สาวน้อยที่ถูกถอดยศองค์หญิงนางอายุเพียงสิบสามปี ทว่านางต้องมีเสน่ห์มากเพียงใดจึงสามารถทำให้ผู้คนมากมายขนาดนี้ยอมรับนาง? อีกทั้งยังยินดีให้นางสั่งการอย่างเต็มใจ?!
ฉางสี่หันไปมองกงอี่โม่อย่างอดไม่ได้ เวลานี้ใบหน้าเล็กๆของนางซีดขาว สภาพย่ำแย่ยิ่งนัก แต่เขากลับคิดถึงนางในตอนแรกนางเป็เด็กน้อยแสนซนที่ชอบดึงแส้ของเขาเล่น นางเป็เด็กสดใสมีชีวิตชีวาสุดท้ายเขาก็ทนไม่ได้จริงๆ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขายอมรับปากโดยขัดพระประสงค์ของฮ่องเต้
ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงเดินทางกลับจวนก่อน
ฉางสี่เขียนจดหมายฉบับหนึ่งแล้วสั่งให้ม้าเร็วรีบส่งกลับเมืองหลวงโดยด่วนเขาเขียนอธิบายว่าเพราะเหตุใดองค์รัชทายาทจึงจำเป็ต้องนั่งเรือกลับเมืองหลวง
ทว่าขณะเดินทางกลับแม่น้ำหวายแม่ทัพจ้าวขี่ม้านำหน้ารถม้าโดยไม่กล่าวสิ่งใด สายตาของเขาสะท้อนประกายแปลกประหลาดราวกับว่ากำลังครุ่นคิดถึงเื่บางอย่าง
ชั่ววินาทีที่เขารับองค์หญิงไว้นั้นองค์หญิงได้เขียนอักษรแต่ละเส้นในมือของเขาเป็ข้อความหนึ่งประโยค
‘ใช้คนนับหมื่นลากกลับเมืองหลวง! ไปหาอู๋เหิง!’
แม่ทัพจ้าวรู้จักอู๋เหิงมาก่อน เพียงแต่คนผู้นี้ช่างธรรมดายิ่งนักว่ากันว่าเขาช่วยทำงานให้องค์หญิงทว่าไม่มีใครรู้รายละเอียดแน่ชัดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
ใช้คนลากนับหมื่น? พวกเขามีเรือลำใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ? แล้วเพราะเหตุใดองค์หญิงจึงทำเช่นนี้? เวลานี้นางกับองค์รัชทายาทเป็ที่จับตามองหากกลับเมืองหลวงด้วยวิธีสะดุดตาเช่นนี้ แล้วมันจะมีข้อดีตรงไหน?
ขณะเดินทางกลับนั้นแม่ทัพจ้าวจึงกล่าวกับโจวฉีผู้ช่วยของตนโจวฉีเป็บุรุษหน้าตาคมเข้ม เขาลูบปลายคาง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะล่วงหน้าไปก่อนข้าจะไปสอบถามสถานการณ์จากอู๋เหิง”
“คงต้องเป็เช่นนี้” แม่ทัพจ้าวตบบ่าเขา จากนั้นจึงกล่าวรำพึง“ขอให้องค์หญิงผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี ฝากเื่นี้กับเ้าแล้ว!”
เมื่อคิดถึงสาวน้อยที่โกรธจนอาเจียนเป็เืผู้นั้นใบหน้าของแม่ทัพจ้าวจึงแสดงอาการโกรธแค้นอย่างอดไม่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้สาเหตุทว่าการบีบสาวน้อยคนหนึ่งเช่นนี้ยังถือว่าเป็บุรุษอีกหรือ?
โจวฉีโจวถงหลิ่งรับคำสั่ง เขารีบขี่ม้ามุ่งหน้าไปที่แม่น้ำหวายโดยเร็วฉางสี่เหลือบมองชั่วครู่ แต่ไม่ได้ห้ามปราม
เมื่อถึงแม่น้ำหวาย โจวถงหลิ่งจึงไม่ชักช้าแม้แต่วินาทีเดียวเขามุ่งตรงไปยังจวนอู๋เหิงโดยตรง เวลานี้เป็่รุ่งสาง อู๋เหิงยังไม่ตื่นนอน
เมื่อได้ยินว่ามีทหารรักษาพระองค์มาหาตนอู๋เหิงแอบสั่นสะท้านอยู่ในใจ เขารีบลุกขึ้นมาโดยเร็ว
“โจวถงหลิ่งมีสิ่งใดให้รับใช้หรือ?”
