ในสมองของเหล่าหมอตำแยอดไม่ได้ที่จะปรากฏภาพที่ทำให้ใจต้องสั่นสะท้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ทำให้ผู้คนสงสัย
“ตกลงด้านในเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ถึงกับทำให้พวกนางเหล่านี้ที่ผ่านโลกมามากใจนกลายเป็เช่นนี้ได้
“คุณหนูหกผ่าเปิดท้องอนุห้าเ้าค่ะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินพลันมีท่าทางชะงักค้าง สายตาเต็มไปด้วยความยากที่จะเชื่อ นี่หมายความว่าอะไรกัน...ผ่าเปิดท้อง?
ตอนนี้เหลยซื่อเดินมาข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าในทันที แสร้งทำใบหน้าหวาดกลัวแล้วเข้าประคองนาง “ท่านแม่เ้าคะ อวิ๋นซูคงไม่คิดทำร้ายเด็กในท้องของอนุห้ากระมัง? เหตุใดจึงได้ผ่าท้องของอนุห้าอย่างโเี้เช่นนี้?”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเหลยซื่ออย่างเ็าแล้วไม่กล่าวอะไร นางใจเย็นลงอย่างรวดเร็ว เมื่อย้อนคิดดู ในใจกลับเห็นด้วยกับวิธีการของอวิ๋นซู อย่างน้อยหนึ่งในสอง ยังสามารถรอดชีวิตได้หนึ่งคน
สาวใช้ทั้งสามในเรือนไผ่ยุ่งจนไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ ไม่ไกล เหอฮวาที่หลบอยู่ในมุมหนึ่งกลับมีสีหน้าซีดขาว นางคิดไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็เช่นนี้อย่างกะทันหัน ทันใดนั้นพลันคิดไปถึงก่อนหน้านี้ที่ตนเองใส่ยาลงในยาสงบครรภ์ สีหน้าอดไม่ได้ที่จะซีดขาวลงอีกหลายส่วน หรือว่ายานั่น...ไม่ใช่ว่าฮูหยินกล่าวว่าเป็ยาสงบครรภ์ที่มีชื่อเสียงหรอกหรือ? เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ไปได้?
ตอนนี้เองไม่มีคนสนใจปฏิกิริยาอันเคร่งเครียดของนาง แต่ว่ากลับทำให้แม่นมเห็นเข้า
ในใจของแม่นมรู้สึกไม่ดีขึ้นมาโดยพลัน เหตุใดนางจะไม่เข้าใจหลานสาวของตน นางถือโอกาสที่คนอื่นไม่สนใจจับนางเข้าไปในที่ลับ “เ้ารู้อะไรมาใช่หรือไม่?”
เหอฮวาถูกสถานการณ์นั้นทำให้ใไปแล้ว เมื่อเห็นอาหญิงของตนสอบถามอย่างเข้มงวดเช่นนี้ ชั่วขณะนั้นน้ำตาพลันไหลออกมาอย่างไม่อาจระงับ “ท่านอาหญิง เหอฮวาไม่ทราบเ้าค่ะ...เหอฮวาเพียงแค่ทำตามคำสั่งของฮูหยิน ใส่ยาชนิดหนึ่งลงไปในยาสงบครรภ์ของอนุห้า...”
“อะไรนะ? เ้า...เหตุใดเ้าจึงได้เลอะเลือนเช่นนี้?!” แม่นมยากที่จะบรรยายอารมณ์ของตนในตอนนี้โดยสิ้นเชิง
เหอฮวารีบเข้าไปจับมือนาง “ท่านอาหญิง ท่านโปรดฟังข้าพูด ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่าอนุห้าจะกลายเป็เช่นนั้นไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นฮูหยินกล่าวว่านั่นคือยาที่ช่วยสงบครรภ์ ข้าคิดว่า...ข้าคิดว่า...”
“เ้า!” แม่นมโกรธจนพูดไม่ออก นางสูดลมหายใจลึก หลานสาวของตนดูไม่เหมือนคนที่มีความกล้าถึงเพียงนั้น “พูด เ้าได้ผลประโยชน์อะไรจากฮูหยินใช่หรือไม่?”
“ไม่ ไม่ใช่เ้าค่ะ...” เหอฮวาคิดอะไรขึ้นมาได้ นางก้มหน้าลงอย่างร้อนตัวไม่กล้าสบตากับอาหญิงของตน
“ยังไม่รีบพูดมาอีก! ไม่เช่นนั้นอาหญิงจะช่วยเ้าได้อย่างไร?”
เหอฮวาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ฮูหยินกล่าวว่า ว่า...จะช่วยให้เหอฮวาพบหน้าท่านโหวครั้งหนึ่ง...” เสียงของนางยิ่งกล่าวยิ่งเบา แม่นมฟังเข้าใจว่านางหมายถึงอะไร ชั่วขณะนั้นจึงยื่นมือออกไปหยิกนางครั้งหนึ่งอย่างแรง “เ้าจะทำให้ข้าโกรธจนตายหรือ! ความฝันที่จะโบยบินไปเกาะกิ่งไม้เช่นนี้เ้าก็ยังกล้าทำหรือ? เหตุใดเ้าจึงได้ไร้เดียงสาถึงเพียงนี้!”
“...ท่านอาหญิง...” เหอฮวากุมแขนของตนด้วยความเ็ป มีท่าทางไม่ได้รับความเป็ธรรมยิ่งนัก
ทันใดนั้นภายในห้องมีเสียงร้องดังกังวานแว่วออกมา ฮูหยินผู้เฒ่าพลันเบิกตากว้าง กำลังคิดจะก้าวเข้าไป พลันนึกถึงคำพูดของหมอตำแยขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าอนุห้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มิสู้ให้คนอื่นแยกย้ายกันไปก่อน ไม่เช่นนั้นหากเื่นี้แพร่ออกไปจะไม่ดีต่ออวิ๋นซูเป็อย่างมาก
ไม่รอให้นางใคร่ครวญเสร็จ ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้น ชุนเซียงอุ้มทารกในห่อผ้าอ้อมออกมาอย่างระมัดระวัง บนใบหน้าซีดขาวชุ่มไปด้วยเหงื่อ “ยินดีด้วยเ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า เป็คุณชายน้อย”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดว่าดีติดกันหลายครั้ง รับเด็กในมือของสาวใช้มาเพ่งมองอย่างละเอียด แม้จะไม่ครบเดือน แต่ท่าทางเด็กน้อยกลับโตขึ้นมาได้เป็อย่างดี จากนั้นจึงรีบสั่งสาวใช้คนอื่น “เร็ว รีบไปเชิญแม่นมที่ดีที่สุดมา! ห้ามให้หลานชายของข้าหิวเป็อันขาด!”
สาวใช้ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี พากันตอบรับแล้วหันกายวิ่งเหยาะๆ ไปจากเรือน
มือในแขนเสื้อของเหลยซื่อกำแน่น อะไรกัน เป็ผู้ชายหรือ?! สายตาของนางเปล่งประกายโเี้อย่างมิอาจระงับได้ จากนั้นจึงเงยหน้ามองเข้าไปในห้อง นังอนุห้าชั้นต่ำคนนั้นเล่า? ตายแล้วหรือไม่?!
ไหนเลยจะรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะอุ้มเด็กเดินเข้าไปในห้อง จากนั้นจึงหันมากำชับ “ปิดประตูเสีย หากไม่มีคำสั่งของข้า ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปทั้งสิ้น!”
สายตาของเหลยซื่อถูกปิดกั้นไว้นอกประตูห้อง นางในตอนนี้จิตใจวุ่นวายยุ่งเหยิง เดินไปเดินมาอยู่นอกประตูห้องอย่างหงุดหงิด คิดไม่ถึงเลยว่าโชคของเด็กคนนี้จะดีถึงเพียงนี้ ขนาดนี้ก็ยังทำให้เขาตายไม่ได้เชียวหรือ? ไม่ อย่างไรเสียก็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น หรือว่าตนเองยังต้องกลัวเขากัน? กลับเป็หลิ่วอวิ๋นซู ใช้วิธีการอันโเี้ขนาดนี้ทำร้ายอนุภรรยาในจวนโหวจนตาย หากข่าวแพร่ออกไป ชื่อเสียงอันเลวร้ายของนางจะต้องเป็จริงอย่างแน่นอน! ฮูหยินผู้เฒ่า้าปิดบังหรือ? ฮ่าๆ ไหนเลยจะง่ายถึงเพียงนั้น!
ภายในห้องฟุ้งกระจายไปด้วยบรรยากาศกดดัน ฮูหยินผู้เฒ่าปรับสีหน้าเดินเข้าไป อวิ๋นซูนั่งอยู่ด้านหนึ่งด้วยใบหน้าอันเหนื่อยล้า อนุห้านอนอยู่บนเตียงอย่างสงบด้วยใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ ท่าทางไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย บนพื้นเต็มไปด้วยผ้าชุ่มเืสีแดงฉาน
“ซูเอ๋อร์...”
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมองไปยังทารกในอ้อมอกของนาง ยิ้มออกมาบางๆ “ท่านย่า”
ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ สีหน้ามืดครึ้มอย่างเห็นได้ชัด มองไปยังอนุห้า อวิ๋นซูเข้าใจในทันทีว่านางคงเข้าใจอะไรผิดไปแล้ว “ท่านย่าโปรดวางใจเถิดเ้าค่ะ อนุห้าเพียงแค่สลบไปเท่านั้น”
“...” กล่าวเช่นนี้ อนุห้ายังมีชีวิตอยู่หรือ? “เช่นนั้น นี่...” นั่งก้มหน้าลงมองผ้าที่เต็มไปด้วยเืบริเวณเท้าเ่าั้ ถูกผ่าเปิดท้องแล้วยังสามารถอยู่ต่อไปได้ เื่นี้นางไม่เคยได้ยินมาก่อน
“อนุห้าเป็คนดี์ย่อมคุ้มครอง ซูเอ๋อร์ช่วยนางเย็บปิดแผลเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ร่างกายจะฟื้นฟูช้าเสียหน่อยเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดลมหายใจลึก พยายามทำความเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า “ซูเอ๋อร์ เ้าจะใจกล้าเกินไปแล้ว!”
“เป็ซูเอ๋อร์ไม่รอบคอบเองเ้าค่ะ เพียงแต่สถานการณ์เร่งด่วนยิ่งนัก ซูเอ๋อร์ทำได้เพียงเสี่ยงอันตรายแล้วเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าอย่างแรง ไม่ได้มีความหมายที่จะตำหนิเลยแม้แต่น้อย จากนั้นจึงยิ้มออกมา “เื่นี้โชคดีที่มีเ้า น้องสิบของเ้าจึงรอดพ้นจากการที่คลอดออกมาแล้วไร้มารดาไปได้”
อวิ๋นซูมองใบหน้าเล็กๆ ไร้เดียงสาที่ยังลืมตาไม่ขึ้น ยากที่จะเก็บซ่อนความอ่อนโยนที่วาบผ่านสายตา อีกนิดเดียวก็จะไม่ได้เห็นเด็กคนนี้แล้ว “ท่านย่าเ้าคะ อนุห้าคลอดก่อนกำหนดจะต้องมีเงื่อนงำเป็แน่!”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง “เ้าจะกล่าวว่า...”
“ก่อนซูเอ๋อร์จะเดินทาง ร่างกายของอนุห้ายังไม่มีอาการใดๆ ที่บ่งบอกว่าจะคลอดก่อนกำหนด ยาที่ทิ้งไว้ให้ก็เพียงพอที่จะบำรุงร่างกายของนางในระยะนี้ หากไม่มีปัจจัยภายนอก จะไม่เกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ข้าให้สาวใช้ทั้งหมดที่ดูแลอนุห้ารออยู่ข้างนอกแล้ว ซูเอ๋อร์้าสอบถามด้วยตนเองหรือไม่?”
อีกด้านหนึ่ง
“ท่านอาหญิง...นี่ นี่ทำอะไรเ้าคะ?” เหอฮวาถูกแม่นมลากไปที่ประตูหลังของจวนโหวอย่างแรง ยัดห่อสัมภาระห่อใหญ่ใส่เข้าไปในอก
“รีบไปเร็วเข้า! ถือโอกาสที่ตอนนี้ยังไม่มีคนพบ เ้ารีบไปให้ไกลๆ เสีย!”
“ท่านอาหญิง! เหอฮวาจะไปที่ไหนได้...”
แม้ในใจของแม่นมจะทำใจไม่ได้ แต่นางก็กัดฟันเปิดประตูหลัง มองรอบๆ ครู่หนึ่ง “เหอฮวา อาหญิงเพียงช่วยเ้าได้เท่านี้ ฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าอาหญิงปรนนิบัตินางมาหลายปี อย่างมากก็ทำโทษเป็การตักเตือน แต่เ้าไม่เหมือนกัน หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ลงโทษเ้าจนตาย ก็มีผู้อื่น้าชีวิตเ้า รีบไปเถิด ไปจากที่นี่อย่างน้อยก็มีชีวิตอยู่!”
จวนโหวน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เหอฮวาคิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องนำชีวิตไปแขวนเช่นนี้ แต่นางไม่มีญาติไม่มีศัตรูในเมืองหลวง หรือจะต้องกลับชนบท? “ท่านอาหญิง ไม่สู้ให้เหอฮวาหาโรงเตี๊ยมพักก่อน วันหน้าท่านอาหญิงค่อยมา...”
“ไม่! ไปได้ไกลเท่าไรก็เท่านั้น!” ฮูหยินจะต้องฆ่าคนปิดปากเพื่อไม่ให้มีหลักฐานอย่างแน่นอน!
นางผลักเหอฮวาออกไปที่ประตูหลัง ปิดประตูลงกลอนเสียงดัง อดไม่ได้ที่จะแอบเช็ดน้ำตา ทันใดนั้น บริเวณหลังคอของนางพลันมีความเ็ปแผ่ออกมา ตาทั้งสองมืดลงแล้วล้มไปที่พื้น
เหอฮวาที่อยู่นอกประตูกอดห่อสัมภาระไว้แน่น กำลังลังเลว่าจะไปที่ใด ประตูไม้ด้านหลังพลันส่งเสียงออกมา นางหันกลับไปอย่างดีใจ “ท่านอาหญิง!”
ไหนเลยจะรู้ว่า นางจะทันเห็นเพียงใบหน้าโเี้ดุดันทั้งสอง จากนั้นจึงถูกลากเข้าไปโดยไม่พูดไม่จา “พวกเ้า...”
ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร ปากและจมูกก็ถูกผ้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาปิดไว้ ไม่นานก็สิ้นสติไป
...
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า สาวใช้คนใหม่ชื่อเหอฮวาไม่เห็นแม้แต่เงาเ้าค่ะ กระทั่งแม่นมหลิวก็ไม่ทราบว่าไปที่ใดแล้ว”
บนพื้นมีคนคุกเข่าอยู่จำนวนมาก ส่วนเหลยซื่อยืนอยู่นอกห้อง จนใจที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ให้ผู้ใดก็ตามเข้าไป นางทำได้เพียงยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น ตอนนี้ยังมีเื่สำคัญยิ่งกว่าที่ต้องกระทำ
“หา! จะต้องหาพวกนางสองคนออกมาให้ข้าให้ได้!” ฮูหยินผู้เฒ่ากระทุ้งไม้เท้า นางมองไปยังทารกในอ้อมอกของชุนเซียงข้างกายอย่างล้ำลึก ถึงกับมีคนกล้าคิดร้ายต่อหลานของนาง นางจะต้องทำให้ความจริงปรากฏให้ได้!
ตอนนี้เองข้ารับใช้ผู้หนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา “ฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ แย่แล้ว นั่น...นั่น...”
“กระวนกระวายอะไร รีบพูดมาให้ชัดเจน!”
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามุมปากของเหลยซื่อยกยิ้มเ็า
“เป็เหอฮวาผู้นั้นขอรับ นางผูกคอตายอยู่ในห้องขอรับ!” ข้ารับใช้ผู้นั้นตบต้นขาของตัวเอง ช่างโชคร้ายจริงๆ ถึงกับทำให้เขาไปเห็นภาพอันน่ากลัวเช่นนั้น
“เหอฮวา ใช่สาวใช้ที่มาใหม่หรือไม่?”
“เหมือนจะดูแลอนุห้า”
“นั่นไม่ใช่หลานสาวของแม่นมหรอกหรือ เหตุใดจึงได้ฆ่าตัวตายเล่า?” ในใจของทุกคนมีความคิดเหมือนกัน คงไม่ใช่ว่าเหอฮวาฆ่าตัวตายหนีความผิดหรอกกระมัง?
รอบด้านก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่ากักเก็บสีหน้า “หาแม่นมเจอหรือไม่”
“ยังหาไม่เจอขอรับ”
อวิ๋นซูหันกายมาพยักหน้าให้ชุนเซียงเบาๆ คุณชายสิบถูกอุ้มเข้ามา ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปสั่งกับองครักษ์หลายคนข้างกาย “ดูแลที่นี่ให้ดีๆ” จากนั้นจึงเดินไปยังห้องของเหอฮวาภายใต้การประคองของอวิ๋นซู
เท้าของฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งจะก้าวออกไป เหลยซื่อก็คิดจะพุ่งเข้ามาในห้อง คิดไม่ถึงว่าจะถูกองครักษ์ขวางเอาไว้
“ฮูหยินขอรับ ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งไว้ว่าไม่ให้ผู้ใดเข้าไป”
“ทำไมกัน พวกเ้าบ้าไปแล้วหรือ? ไม่เห็นข้าที่เป็ฮูหยินท่านโหวอยู่ในสายตาเลยหรือ?” เหลยซื่อคิดไม่ถึงว่าองครักษ์ต่ำต้อยจะกล้าขวางนาง จากนั้นเมื่อเห็นใบหน้าไม่พอใจของตน สีหน้าของพวกเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย เหลยซื่อแค่นเสียงเย็นอย่างไม่พอใจ ตกลงแล้วอนุห้าตายหรือรอดกันแน่? หรือฮูหยินผู้เฒ่าคิดจะปิดบังไปชั่วชีวิต?
ในมุมหนึ่ง ข้ารับใช้สองนายกำลังพยายามส่งสายตาบอกใบ้ให้เหลยซื่อ นางมองไปยังห้องที่ปิดแน่นอย่างไม่พอใจ เหล่าองครักษ์เฝ้าอยู่ไม่ยอมจากไป นางจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปอย่างโกรธแค้น
