ถึงแม้เจียงลั่วอวี้จะไม่เอ่ยปากองค์หญิงก็ไม่ชอบการกระทำเช่นนั้นของสะใภ้คนนี้อยู่แล้วตลอดเวลาที่แต่งเข้ามาในจวนองค์หญิงสังเกตเห็นว่าเจินซื่อผู้นี้เป็คนใจแคบและละโมบนางจึงไม่ชอบสะใภ้คนนี้เป็ทุนเดิม
แต่เป็เพราะตนเองมาพักอยู่ในจวนนี้และต้องไว้หน้าลูกชายที่ผ่านมาจึงแสร้งปิดตาข้างหนึ่งทำไม่รู้ไม่เห็นอะไร่หลังมาสุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง อายุอานามก็มากแล้วเตรียมที่จะมอบอำนาจการดูแลจัดการภายในจวนให้สะใภ้ทำแทนส่วนตนเองจะได้ถือศีลกินเจใน่บั้นปลาย
แต่พอมาถึงวันนี้ั้แ่ที่เจียงลั่วอวี่ยังมาไม่ถึงจวนก็ถูกพวกโจรตามล่า โชคดีที่รอดมาได้แต่ก็ทำให้ใจนน้ำตานองหน้าเมื่อเข้ามาในจวนแล้วยังต้องมาเจอคนโวยวายเื่ที่เขาใส่ชุดไว้ทุกข์จนไม่กล้าลุกขึ้นอีกองค์หญิงเลยคาดคะเนได้ว่าถ้าหลานคนนี้เข้ามาอยู่ในจวนถาวรเจินซื่อจะต้องหาเื่เล่นงานแน่ๆนี่ไม่เท่ากับหนีเสือปะจระเข้หรือ?
แต่นี่ก็เป็เพียงแค่การคาดเดาเท่านั้นสายตาของนางมองไปยังหลานชายที่กำลังก้มหน้านางรู้ตัวว่าคงอยู่ทำอะไรได้อีกไม่นานจึงได้แต่หันไปมองเจียงสยง
เจียงสยงเมื่อเห็นสายตาที่มีนัยติเตียนจากมารดาสีหน้าก็ขึงขังขึ้นเขาปราดตามองไปที่เจินซื่อชายาเอกของตนที่กำลังตระหนกใก่อนจะกวาดสายตากลับมาที่เจียงลั่วอวี้ผู้น่าสงสารส่วนนางมู่ซื่อนั้นยังคงสงบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาสีหน้าของเจียงสยงแสดงถึงความเข้าใจในเหตุการณ์ตรงหน้า เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำว่า
"มีอะไรให้น่าใจนต้องโวยวายออกมานักหนาวันพรุ่งนี้ท่านแม่จะส่งมอบบัญชีต่างๆ เ้าที่เป็ถึงนายหญิงกลับมาทำท่าทางเช่นนี้เ้าจงขังตนเองอยู่ในห้องเพื่อสำนึกผิดเสียส่วนเื่จัดการบัญชีก็มอบให้สวินหรงเป็ผู้จัดการแทน!"
สวินหรงคือชื่อจริงของนางมู่ซื่อ
เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งจากประมุขของบ้านมู่ซื่อก็รีบยืนขึ้นน้อมรับคำสั่งส่วนเจินซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ โกรธจนใบหน้าบูดเบี้ยวนางมองค้อนไปยังมู่ซื่อและกำลังจะพูดแย้งขึ้นมา แต่เจียงสยงกลับเบือนหน้าหนีมองไปที่เจียงลั่วอวี้ซึ่งตอนนี้ได้ลุกขึ้นไปนั่งข้างองค์หญิงแล้วแม้ว่าดวงตาจะยังแดงก่ำแต่มุมปากก็มีรอยยิ้มกันทั้งย่าหลานเจียงสยงรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก
แม้ว่าลูกคนนี้ของพี่ชายตนจะมีสองเพศและอายุยังน้อยจึงดูไม่ออกจะมีความเป็สุภาพบุรุษมากแค่ไหนแต่สังเกตจากอากัปกิริยาและการแสดงออกก็ทำให้รู้ว่าเป็คนกตัญญูรู้คุณแค่นี้ก็มากพอแล้ว
เจียงลั่วอวี้มองดูเจียงสยงเอ่ยปากพูดคุยรอยยิ้มของท่านอาดูอ่อนโยนยิ่งนัก เขาแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินการพูดคุยกันได้แต่มองดูท่านอาพูดคุยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมกับท่านย่าของตน
ในอดีตชาติด้วยฐานะที่ก้ำกึ่งทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเลี้ยงกับบรรดาฝ่ายในสตรีชั้นสูงและบรรดาหญิงที่ยังไม่ออกเรือนอีกทั้งยังเคยออกงานกับหนานจิ้งหลงร่วมกับพวกฝ่ายหน้าดังนั้นเขาจึงรู้วิธีการเข้าสังคมเป็อย่างดี ต้องพูดจาให้เป็มงคลและทำตัวให้น่ารักเอาใจท่านย่าด้วยเื่พระเื่เ้า ทำเอาท่านย่ามีความสุขและชมเขาไม่ขาดปาก
ขอเพียงองค์หญิงลี่หยางผู้เป็ย่ามีความสุขเจียงสยงก็ไม่ติดใจอะไรในตัวหลานคนนี้หน้าตาของเขาจึงเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มแห่งความสุข
เจียงสยงถือเป็ประมุขของบ้านเมื่อเขารู้สึกดีกับเจียงลั่วอวี้มู่ซื่อที่ฉลาดเฉลียวก็พลอยชื่นชมหลานคนนี้ไปด้วยทำเอาเจินซื่อที่อยู่ด้านข้างนั่งหน้าหมองจนน้ำตาแทบไหลริน
