“...” ดูเหมือนอวิ๋นซูก็เคยพูดเช่นนี้
“ฮึ นังเด็กสารเลวนั่นจะฉลาดขนาดนั้นเชียวหรือ แค่ดูก็ทำเป็? เช่นนั้นคนทั้งใต้หล้าก็เป็หมอเทวดากันหมดแล้ว!” จะอย่างไรหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ไม่เชื่อโดยเด็ดขาด นังสารเลวนั่นจะต้องเป็ตัวปลอมแน่นอน หากท่านพ่อทราบเื่ จะต้องให้คนโบยนางจนตายทั้งเป็แน่! ดูสิว่านางยังจะกล้าปลอมเป็คุณหนูจวนโหวอีกหรือไม่!
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนเงียบงันไม่เอ่ยอะไร เหลยซื่อรีบเดินไปข้างกายหลิ่วอวิ๋นฮว๋าแล้วดึงแขนเสื้อนาง เหตุใดจึงได้ใจกล้าเช่นนี้ ท่านยายกำลังพูดนางถึงกับสอดปากได้ตามใจเชียว?
“เช่นนั้น เ้าเคยสอนคุณหนูหกปักผ้าหรือไม่?”
“ปักผ้า?” ซื่อเหนียงแย้มยิ้ม “ยามผู้น้อยเย็บเสื้อผ้าให้บุตร คุณหนูหกจะคอยดูอยู่ข้างๆ เสมอเ้าค่ะ!”
“...” เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ไปได้ หลิ่วอวิ๋นซูเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองหรืออย่างไร?!
“ท่านแม่ ท่านว่าเื่นี้...” เหลยซื่อหันไปขอคำชี้แนะจากฮูหยินผู้เฒ่า
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปยังทั้งสองคนบนพื้น เปิดปากกล่าวอย่างเรียบเฉย “เชิญท่านทั้งสองไปที่จวนชางหรงโหวกับข้าสักรอบเถิด”
นี่มัน...เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?
ภายในเรือนไผ่
“คุณหนูเ้าคะ! คุณหนู!” อวี้เอ๋อร์วิ่งเข้ามาอย่างกระวนกระวาย ตอนนี้อวิ๋นซูกำลังปรุงยาสงบครรภ์สำหรับอนุห้าอยู่
“มีเื่อะไรเ้าถึงได้ตกอกใขนาดนี้?” เห็นท่าทางแตกตื่นของสาวใช้ อวิ๋นซูจึงยิ้มออกมาบางๆ
“คุณหนูเ้าคะ ท่านหมออู่มาแล้วเ้าค่ะ! แล้วยังมีซื่อเหนียงด้วย ถูกคนของจวนแม่ทัพเวยหย่วนส่งตัวมา!”
ท่านหมออู่? ผู้ใดกัน? อวิ๋นซูขมวดคิ้วอยางสงสัย อวี้เอ๋อร์ทราบว่าคุณหนูคงจะจำทั้งสองท่านไม่ได้
“คุณหนู ท่านหมออู่คือหมอที่รับเลี้ยงดูพวกเรา! ส่วนซื่อเหนียงคือภรรยาของท่านที่แต่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนเ้าค่ะ!”
อวิ๋นซูชะงัก ดูเหมือนนางจะคาดเดาอะไรได้แล้ว เกรงว่าเหลยซื่อคงจะให้คนไปตามหา คงคิดว่านางเป็ตัวปลอมจึงให้คนเชิญท่านหมอมาเพื่อเผชิญหน้ากับตนเอง
“ท่านโหวเล่า?”
“ท่านโหวไม่อยู่จวนเ้าค่ะ” อวี้เอ๋อร์มองหน้าอวิ๋นซู ความจริงแล้วไม่มีอะไรต้องกลัว คุณหนูก็คือคุณหนู ที่นางกังวลก็คือไม่ทราบว่าฮูหยินจะใช้แผนการอื่นมาทำร้ายคุณหนูหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ท่านหมออู่เป็คนดี คงจะไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นหรอกกระมัง
ไม่นานก็มีคนจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่ามาจริงดังคาด
แม่นมผู้นั้นแย้มยิ้ม “คุณหนูหกเ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าเชิญท่านเ้าค่ะ”
“แม่นม ในจวนมีแขกมาหรือ?” น้ำเสียงของอวิ๋นซูฟังดูเกรงใจ แม่นมผู้นี้ยามปกติก็รับของจากนางไปไม่น้อย แน่นอนว่าย่อมบอกนางทุกอย่าง
“ใช่แล้วเ้าค่ะ คุณหนูหกท่านลองเดาดูเถิด คนผู้นี้คุณหนูหกต้องดีใจที่ได้พบอีกครั้งแน่นอนเ้าค่ะ!”
“ท่านหมออู่ใช่หรือไม่เ้าคะ?”
“ฮ่าๆ ข่าวของคุณหนูรวดเร็วจริงๆ ใช่แล้วเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าจวนแม่ทัพเวยหย่วนเกิดอะไรขึ้นจึงได้พาตัวท่านหมออู่และซื่อเหนียงมาด้วย บ่าวได้ยินพวกเขาพูดกันว่า พวกเขาสงสัยว่าคุณหนูจะเป็ตัวปลอม คุณหนูหกตัวจริงอาจจะประสบอุบัติเหตุไปแล้วก็เป็ได้! ฮี่ๆๆ คนพวกนี้ก็กล้าพูดทุกอย่างจริง คุณหนูหกวางใจเถิด ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องไม่เชื่อแน่นอนเ้าค่ะ!”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มพลางพยักหน้า นางจัดเสื้อผ้าเล็กน้อย แล้วจึงเดินตามแม่นมไปเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า
ภายในห้องโถง การปฏิบัติตัวของคนจวนโหวที่มีต่อหมออู่และซื่อเหนียงนับว่าเกรงอกเกรงใจเป็อย่างมาก ทำให้ทั้งสองวางใจไม่น้อย พวกเขาไม่ทราบว่าเหตุใดก่อนหน้านี้คนของจวนแม่ทัพจึงได้ปฏิบัติเช่นนั้น
“หลายปีมานี้ ลำบากท่านหมอที่ดูแลซูเอ๋อร์เป็อย่างดีแล้ว นางเป็เด็กที่รู้ความมาก ข้าถูกใจนางยิ่งนัก”
“ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเกินไปแล้วขอรับ! จวนโหวมีบุญคุณต่อผู้น้อย ผู้น้อยย่อมปฏิบัติต่อคุณหนูหกดังครอบครัว” เมื่อหมออู่กล่าวเช่นนี้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าข้างๆ พลันแค่นเสียงเย็น “ถ้าเป็ครอบครัว อีกสักครู่คงจำคนไม่ผิดหรอกนะ!”
สายตาคมกริบของฮูหยินผู้เฒ่าพลันมองไปยังสตรีนางนั้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใจนก้มหน้า ทว่ามีสองคนนี้อยู่เป็พยานนางก็ใจชื้นขึ้นไม่น้อย อีกสักครู่ท่านย่าก็จะทราบว่านังลูกอนุที่ท่านรักนักหนาเป็แค่ตัวปลอม! ไม่แน่ว่าหลิ่วอวิ๋นซูตัวจริงอาจจะถูกนางทำร้ายจนตายไปแล้วก็เป็ได้!
ตอนนี้เอง ร่างงดงามปรากฏที่หน้าประตู ลุงอู่กับซื่อเหนียงเงยหน้าขึ้น มีชั่วขณะหนึ่งที่พวกเขารู้สึกว่าคนตรงหน้ากลายเป็คนแปลกหน้าไปแล้ว
ท่าทางของอวิ๋นซูเรียบเฉย ดวงตาอันล้ำลึกคู่นั้นราวกับผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทำให้ผู้คนยากที่จะมองออก เมื่อนางเห็นใบหน้าตกตะลึงของคนแปลกหน้าทั้งสอง ก็ทำเพียงยิ้มบางๆ พลางพยักหน้าให้
“ท่านลุงอู่ ซื่อเหนียง”
ทั้งสองลุกขึ้นโดยพลัน ท่าทางลังเลอยู่หลายส่วน “คะ คุณหนูหก...”
“อะไรนะ? เ้าดูให้ละเอียดสิ นางคือหลิ่วอวิ๋นซูตัวจริงหรือไม่?!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าทะลุกลางปล้องขึ้นมา ถึงกับชี้ไปยังจมูกของอวิ๋นซู
ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นเสียงเย็น นางเก็บมือกลับอย่างไม่ค่อยพอใจนัก กล่าวกับอวิ๋นซูด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงสองคน “ฮึ ดูสิว่าเ้าจะซ่อนหางจิ้งจอกไปได้อีกนานเพียงใด!”
ทว่านางทำเพียงยกยิ้มที่มุมปาก ยืนอยู่ตรงกลางอย่างไม่สะทกสะท้าน
“คะ คุณหนูหก ไม่ได้พบกันนาน งดงามขึ้นมากจริงๆ!” ซื่อเหนียงกล่าวชม อดไม่ได้ที่จะเดินไปข้างกายของอวิ๋นซู จับมือนางเบาๆ
จับฝ่ามือของนางแบออกดู ไม่ผิดแน่! ฝ่ามือของคุณหนูหกมีรอยแผลเป็จางๆ อยู่หนึ่งรอย เป็เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นซูมาช่วยสานตะกร้าไผ่และถูกบาดโดยไม่ทันระวัง ตอนนั้นสามีนางไม่อยู่ นางจึงช่วยพันแผลมั่วๆ ให้อวิ๋นซู ไม่คิดว่าจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้จางๆ
“คุณหนูหก...” ดวงตาของซื่อเหนียงเห่อร้อน อยู่ร่วมกับอวิ๋นซูมาสี่ห้าปี ความรู้สึกนี้เป็ของจริง อย่างไรก็ตามในใจของนางกลับรู้สึกเห็นใจอวิ๋นซูมากยิ่งขึ้น เป็คุณหนูสูงศักดิ์ในเมืองหลวงแท้ๆ กลับถูกส่งมาลำบากที่หมู่บ้านอย่างไร้สาเหตุ ส่วนพวกเขาก็มิอาจหาอาหารและเสื้อผ้าดีๆ ให้นางได้ ช่างเป็เด็กที่ชีวิตแสนลำบาก
“ซื่อเหนียง เดินทางมาไกลเหน็ดเหนื่อยท่านแล้ว หิวหรือไม่เ้าคะ?” น้ำเสียงของอวิ๋นซูอ่อนโยน ไม่ได้มีท่าทางผิดปกติอะไรมากนัก ซื่อเหนียงส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่หิว ไม่หิว คุณหนูหก ได้รับความลำบากมากสินะเ้าคะ?”
นางเช็ดน้ำตาไปพลางกอดอวิ๋นซูไปพลาง ผอมถึงเพียงนี้เชียว...
ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของฮูหยินผู้เฒ่า นางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจนัก สตรีชาวบ้านผู้นี้ไม่เข้าใจมารยาทเอาเสียเลย อวิ๋นซูเป็คุณหนูของจวนโหว นางสวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมเช่นนั้น จะไปกอดอวิ๋นซูได้อย่างไร?
ทว่าอวิ๋นซูในตอนนี้กลับไม่มีท่าทางปฏิเสธใดๆ นางถึงกับยื่นมือออกไปกอดตอบ “ซื่อเหนียงต้องลำบากแล้ว เพราะเื่ของอวิ๋นซู ซื่อเหนียงคงจะใแล้วกระมัง”
“ไม่ ไม่ๆๆ ไม่เป็ไร ขอเพียงคุณหนูหกไม่มีปัญหาก็ดีแล้วเ้าค่ะ!” ซื่อเหนียงเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมา หันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ สาวชาวบ้านอย่างข้าไม่ทราบว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ทว่าคุณหนูหก เป็คุณหนูหกตัวจริง! ร่องรอยาแทุกรอยบนร่างกายของนางผู้น้อยล้วนรู้ทั้งหมดเ้าค่ะ!”
“เ้าพูดไร้สาระอะไร! พวกเ้าไม่เคยสอนวิชาแพทย์และการเย็บปักให้นางแท้ๆ นางจะเรียนรู้ได้อย่างไร?!” นี่อยู่เหนือความคาดหมายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไปมาก นางไม่เชื่อว่าอวิ๋นซูจะมีพร์ในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง!
“คุณหนูท่านนี้ เป็พวกท่านที่จับตัวพวกเราสองสามีภรรยามาจากหมู่บ้านอย่างกะทันหัน กล่าวว่า้าทดสอบให้แน่ชัดว่าคุณหนูหกเป็ตัวปลอมหรือไม่ ทว่าตอนนี้ผู้น้อยกล่าวแล้ว พวกท่านก็ไม่เชื่อ พวกท่าน้าทำอะไรกันแน่เ้าคะ?! ชีวิตของคุณหนูหกลำบากมามากพอแล้ว พวกท่านอย่าสร้างความลำบากให้นางอีกเลยได้หรือไม่เ้าคะ?!”
ซื่อเหนียงจับมืออวิ๋นซูแน่น ร่างกายของนางสั่นระริก ทั้งๆ ที่ตนเองหวาดกลัวถึงเพียงนี้แต่ก็ยังจะปกป้องนาง
อวิ๋นซูถอนหายใจเบาๆ “ซื่อเหนียงอย่าโกรธเลยเ้าค่ะ อวิ๋นซูอยู่ที่นี่สุขสบายดี ท่านย่าเองก็รักถนอมอวิ๋นซูเ้าค่ะ”
“เ้า เ้าตัวปลอม! พูดมา เ้าซื้อตัวสองคนนี้ได้อย่างไรกันแน่! ยังมีเ้า พูดมา เ้าไม่ใช่อวิ๋นซูตัวจริง! พูด!” ไม่ทราบว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเป็อะไรจู่ๆ จึงได้ตื่นเต้นแปลกๆ สองมือของนางจับชายเสื้อของหมออู่แน่นแล้วกระชากอย่างแรง
“คุณหนู คุณหนูรีบปล่อยมือเถิดขอรับ...” หมออู่อดที่จะกระแอมไอออกมาไม่ได้ ฮูหยินผู้เฒ่าทนมองต่อไปไม่ไหว นางกระแทกไม้เท้าแรงๆ หนึ่งครั้ง แม่นมเข้าใจความหมายจึงรีบเข้ามาดึงหลิ่วอวิ๋นซูออกไป “คุณหนูรองเ้าคะ ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ? ฮูหยินผู้เฒ่าบอกให้ท่านปล่อยมือ!”
“พูดมาเดี๋ยวนี้! พวกเ้าได้รับผลประโยชน์จากนางใช่หรือไม่ หรือพวกเ้าก็เป็ตัวปลอม? พวกเ้าสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่?”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงอย่างปั่นประสาทเช่นนี้ทำให้ผู้อื่นไม่กล้าเชื่อสายตาตนเอง เมื่อก่อนคุณหนูรองสง่างามเปี่ยมเมตตาถึงเพียงนั้น มาวันนี้เหตุใดจึงได้กลายเป็เช่นนี้ไปได้?
ตอนนี้เอง เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น
จู่ๆ อวิ๋นซูก็น้ำตาไหล ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง “ซูเอ๋อร์?”
คนเช่นหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ยังไม่ทันทำอะไรก็น้ำตาไหล ผู้อื่นล้วนจะถูกนางทำร้ายได้ไม่ยาก ทว่าคนเช่นอวิ๋นซูที่ในยามปกติยืนหยัดแน่วแน่ทั้งยังสุขุมมั่นคง มาตอนนี้จู่ๆ ก็ร้องไห้ แสดงว่าจะต้องได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวงเป็แน่
“ท่านย่าเ้าคะ ซูเอ๋อร์เข้าใจแล้วว่าเหตุใดท่านพี่จึงคิดว่าซูเอ๋อร์เป็ตัวปลอม”
อวี้เอ๋อร์ที่ยืนข้างนอกมาตลอดเดินเข้ามาโดยพลัน “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ! ท่านต้องทวงความเป็ธรรมให้คุณหนูหกนะเ้าคะ!”
“อวี้เอ๋อร์? เป็เ้าจริงๆ หรือ?” หมออู่และซื่อเหนียงดีใจ เดิมทีคิดจะเข้าไปประคองนาง ทว่าคิดขึ้นมาได้ว่า อวี้เอ๋อร์เป็สาวใช้ที่จวนโหวซื้อตัวไป ตนเองทำเช่นนี้ดูจะเกินไปบ้าง
“ท่านหมออู่ ซื่อเหนียง พวกท่านคิดว่าคุณหนูดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็คนละคนใช่หรือไม่เ้าคะ? เมื่อก่อนคุณหนูอบอุ่นอ่อนโยน ตอนนี้คุณหนูยืนหยัดกล้าหาญ พวกนี้ล้วนมีสาเหตุเ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า!”
ดูแล้วเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนไม่รู้ ฮูหยินผู้เฒ่ารีบปรับอารมณ์ จูงอวิ๋นซูมาข้างกาย “เ้ารู้อะไรมาก็รีบพูดมาเถิด ข้า...จะทวงความเป็ธรรมให้ซูเอ๋อร์เอง”
ตอนที่นางกล่าวคำนี้ สายตามองไปยังหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ถูกแม่นมดึงรั้งไว้
อวี้เอ๋อร์เช็ดน้ำตาบนใบหน้า “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า ตอนที่คุณหนูเพิ่งถูกรับกลับจวน ฮูหยินผู้เฒ่าออกไปขอพรกับอี๋เหนียงและคุณหนูคนอื่นๆ พอดี”
“อืม” เื่นี้นางย่อมทราบ
“วันนั้นคุณชายซีแห่งบ้านรองมาเล่นกับคุณหนูหก แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดคุณชายซีจึงไปแอบทีู่เาด้านหลัง เื่นี้ถูกฮูหยินทราบ ก็ ก็...”
“ก็อะไร?!” ถึงกับมีเื่เช่นนี้เชียว? เหลยซื่อถึงกับไม่บอกนางเชียว? ดี! กล้าไม่เห็นฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนางอยู่ในสายตา!
“วันนั้นหิมะยังไม่หยุดตก คุณหนูหกสวมเพียงเสื้อชั้นเดียวบางๆ โดนฮูหยินลงโทษให้คุกเข่าในเขตเรือน สองมือให้ถืออ่างน้ำไว้เหนือศีรษะห้ามขยับ บอกว่าหากน้ำหกก็จะไม่ให้คุณหนูกินข้าว! ไม่ทราบว่าคุณหนูคุกเข่าอยู่นานเท่าไร ฮูหยินก็ไม่ยอมให้บ่าวส่งน้ำให้คุณหนูดื่ม จนคุณหนูหมดสติไป...”
หมออู่และซื่อเหนียงพลันเบิกตากว้าง ชีวิตของคุณหนูหกลำบากถึงเพียงนี้เชียว? ตอนแรกที่นางถูกจวนโหวรับตัวกลับไป พวกเขาสามีภรรยายังดีใจแทนนางที่จะได้มีชีวิตรุ่งเรืองในเร็ววัน ไม่คิดเลยว่ามาถึงจวนโหวแล้วยังได้รับการปฏิบัติที่โหดร้ายเช่นนี้อีก!
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดหายใจลึก “เล่าต่อไป”
