“พี่ปิง ช่วยปกป้องน้องสาวและคนในครอบครัวฉันด้วย การที่ฉันได้อยู่เคียงข้างพี่ ได้ร่วมเป็ร่วมตายกับผู้ชายที่ฉันรัก หกปีมานี้...ฉันไม่เคยเสียใจ”
ไม่เคยเสียใจ!
เซียวปิงกำมือแน่น เมื่อนึกถึงคำสั่งเสียของซูเพ่ยหย่า แววตาแข็งกร้าวมีน้ำตาคลอขึ้นมา นาทีนั้น เขาปฏิญาณกับตัวเอง...จนกว่าจะหาตัวหนอนบ่อนไส้ในหลงเมินได้ เขาจะต้องปกป้องคนในครอบครัวของซูเพ่ยหย่าให้ดี และจะต้องเรียกร้องความยุติธรรมแก่ซูเพ่ยหย่าให้จงได้!
แม้เซียวปิงจะไม่มีความรู้สึกรักใคร่แบบหญิงชายต่อซูเพ่ยหย่า แต่เธอก็เป็สตรีที่รู้ใจเพียงหนึ่งเดียวในใจเขา!
หลังจากเครื่องบินร่อนลงจอด เซียวปิงปลดเข็มขัดนิรภัยออก พลางสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่อัฐิในมือ เขาถอนหายใจยาว “ฮู่ว...นี่สินะเมืองเจียงเฉิน เพ่ยหย่า เธอถึงบ้านแล้วนะ”
เซียวปิงเดินออกจากเครื่องบินด้วยจิตใจที่วุ่นวาย เขาแทรกตัวผ่านฝูงคนที่เดินขวักไขว่ และเดินจ้ำอ้าวออกจากสนามบิน ก่อนจะได้ยินเสียงเบรกรถที่ดังเสียจนแสบแก้วหูมาจากที่ใดสักแห่ง เขาเงยหน้าและมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะพบกับพนักงานทำความสะอาด อายุราวๆ ห้าสิบกว่าๆ ล้มอยู่ข้างล้อรถคันหนึ่งนอกสนามบิน ที่ข้อศอกและบริเวณแก้มมีรอยเืจากแผลถลอกเป็ริ้วๆ ที่หัวเข่าเองก็มีาแเืออกเป็รอยใหญ่
นอกจากนี้ ก็ยังมีรถ BMW จอดอยู่ที่ข้างตัวพนักงานทำความสะอาดสูงอายุ และท่อรถนั้นก็ยังมีควันออกอยู่ตลอดอีกด้วย
ชายวัยรุ่น ผู้แต่งกายด้วยแบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้าเดินลงจากรถ ก่อนจะมีชายสวมแว่นดำอีกสองคน ซึ่งเรียกชายวัยรุ่นว่าคุณชายเดินตามมาติดๆ
เด็กหนุ่มมองพนักงานชราที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น พลางขมวดคิ้วหลายครั้ง “ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“ฉันไม่เป็ไร...ไม่เป็ไร...”
เด็กหนุ่มมองดูพนักงานชรา พบว่าคนตรงหน้านั้น มีสภาพแย่ มอมแมม และซอมซ่อมาก จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก “ในเมื่อไม่เป็ไร ครั้งหน้าก็ดูให้มันดีๆ หน่อย รู้ไหมว่ารถของฉันเป็รถอะไร ถ้าแกเผลอทำให้มันเป็รอยขีดข่วนขึ้นมา ต่อให้จะขายตัวเองทิ้ง แกก็ไม่มีปัญญาชดใช้หรอก!”
ชายชราได้ฟังดังนั้นก็ใ จนลืมความเ็ปไปหมดสิ้น เขารีบพยักหน้ารับคำ “ฉัน...ฉันขอโทษ...ขอโทษ...”
ขาเรียวยาวของใครคนหนึ่งยื่นออกจากรถ ก่อนเ้าของขาสวยนั้นจะก้าวออกมาจากรถ เธอน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบสามยี่สิบสี่ เธอเป็ผู้หญิงที่สวยมาก ไม่ว่าจะเป็สัดส่วนโค้งเว้าสมบูรณ์แบบภายใต้ชุดเดรสยาวนั่น หรือจะเป็ผิวขาวๆ บริเวณคอเสื้อที่โผล่ออกมา หรือแม้แต่ขายาวเรียวสวย ที่ทำให้คนมองตาลายใต้เอวบางนั่น ล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดอย่างเหลือหลาย นอกจากความสวยงามที่มีแล้ว เธอยังดึงดูดสายตาทุกคนได้อย่างมากอีกด้วย
หลังลงจากรถ เธอเพียงแต่กวาดสายตาไปมองชายชราแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงปนรำคาญออกมา “เซี่ยกู้เฉิง นายอยากเอาเวลาที่จะไปรับคุณพ่อฉันมาเสียเปล่ากับคนกวาดถนนนี่หรือไง”
เซี่ยกู้เฉิงได้ฟังดังนั้นก็รีบโพล่งขึ้น “อา...ดูฉันสิ เกือบจะทำเสียเื่เพราะตาแก่บ้านี่ซะแล้ว พวกเรารีบเข้าไปรับคุณลุงในสนามบินกันเถอะ”
หญิงสาวแสดงสีหน้าพอใจได้ไม่เท่าไร ชายอายุสี่สิบกว่าๆ ผู้มีผิวสีน้ำผึ้งด้านหลังเธอก็พูดขึ้น “คุณหนู คุณท่านลงจากเครื่องแล้วครับ” ชายวัยกลางพูดเสียงต่ำ
“อืม” เธอพยักหน้า “ไปเถอะ”
เซียวปิงขมวดคิ้วน้อยๆ พลางก้าวออกไปขวางหน้าคนกลุ่มนั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว เซี่ยกู้เฉิงรีบชะงักฝีเท้าลงทันที เขาจึงรอดพ้นจากการเดินชนกับคนตรงหน้าไปได้อย่างฉิวเฉียด
ทันทีที่เห็นเซียวปิงซึ่งเพิ่งกลับจากทวีปแอฟริกา ในชุดเสื้อผ้าธรรมดาเก่าๆ นั่นแล้ว เซี่ยกู้เฉิงก็แสดงสีหน้าโมโหและรังเกียจออกมาจนถึงขีดสุด “แกตาบอดหรือไง? ไม่เคยได้ยินคำว่าหมาที่ดีไม่อยู่ขวางทางหรือไง?”
เซียวปิงชี้ไปทางพนักงานชราที่ถูกชนจนาเ็ แล้วพูดเคือง “ชีวิตคนสำคัญเท่าฟ้า พวกคุณไม่เห็นหรือไงว่าที่ตัวเขามีเืออก? ถ้าเกิดเขาฟกช้ำภายใน กลับบ้านไปแล้วเป็อะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?”
“เขาก็บอกอยู่ว่าไม่เป็ไร แกจะเอาอะไรอีก” เซี่ยกู้เฉิงกล่าว
“คุณต้องพาเขาไปตรวจที่โรงพยาบาล แล้วก็ขอโทษกับการกระทำเมื่อกี้นี้ด้วย คุณตาเขาอายุมากแล้ว จะนับว่าเป็พ่อคุณเลยก็ยังได้ คุณจะไปเหยียดหยามเขาง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง” เซียวปิงตอบกลับ
เซี่ยกู้เฉิงแสยะยิ้มน้อยๆ “ฉันเข้าใจละ พวกแกคงเป็พวกเดียวกันสินะ จะมาแกล้งโดนชนเพื่อหลอกเอาเงินล่ะสิ”
เซี้ยกู้เฉิงหยิบกระเป๋าเงินออกมา แล้วหยิบเงินออกมาปึกหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาปาเงินในมือใส่หน้าชายแก่อย่างแรง จนเกิดเสียงดัง เปี๊ยะ เงินเ่าั้กระจายออกจากกัน ก่อนจะร่วงลงที่ข้างเท้าของชายชรา ชายแก่ได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าแก่ซีดเผือดไปชั่วขณะ
“เงินน่ะ ฉันมีถมไป เงินพวกนี้คงพอสำหรับค่าหมอแล้วนะ? รีบเก็บเงินแล้วไสหัวไปซะ! ถ้ายังไม่ไปก็อย่ามาหาว่าฉันใจร้ายที่สั่งให้คนมาสั่งสอนพวกแกละกัน” เซี่ยกู้เฉิงพูดอย่างอวดดี
พนักงานชราทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะเก็บเงินที่กระจัดกระจายขึ้นมาทีละแผ่น แล้วยื่นเงินนั้นไปตรงหน้าเซี่ยกู้เฉิงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้น ราวกับกำลังจะมีน้ำตาไหลออกมาอย่างมากมาย “เงินนี่...ผมไม่้าเงินนี่...ผมไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ...ไม่ใช่พวกต้มตุ๋น” เขาพูดน้ำเสียงสั่นเครือ
เก็บเงินขึ้นมาแล้ว แต่หัวใจกลับแหลกสลายไปหมด
เซี่ยกู้เฉิงมองไปยังมือที่สกปรกของชายแก่ ก่อนจะผลักมันออกไปอย่างแรง ชายสูงอายุ ถูกเขาผลักด้วยแรงจนหงายหลังไปหลายตลบ ชายแก่ล้มกองอยู่กับพื้น เซี่ยกู้เฉิงมองคนตรงหน้าแล้วถ่มน้ำลายใส่เขาอีกที “ชิ ไสหัวไปไกลๆ เลยไป ไอ้คนกวาดถนน เวร ไอ้พวกต่ำตม!”
ตาเฒ่ามองดูน้ำลายบนตัว และเงินที่ตกกระจายเต็มพื้นอย่างอึ้งๆ สีหน้าก็ซีดลงมากขึ้นไปอีก
ความโกรธปะทุในจิตใจเซียวปิง จนมิอาจเก็บกลั้นอีกต่อไป ขณะที่เซี่ยกู้เฉิงก็ยังคงพูดจาอวดดีอย่างไม่ลดละจากเดิมเลย “เงินพวกนี้ก็คงจะพอให้พวกแกใช้แล้วล่ะ อย่าได้คืบจะเอาศอกให้มันมากนัก ระวังจะหาเหาใส่หัวนะเว้ย!”
หญิงสาวหน้าตาสะสวยก้มดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ก่อนจะอ้าปากเตรียมพูดบางอย่างออกมา แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงอะไร เซี่ยกู้เฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็โดนเซียวปิงต่อยอย่างแรงเข้าที่หน้าเสียก่อน เขาโดนต่อยอย่างจังจนเธอได้ยินเสียงดังจากหมัดนั้น ร่างของเซี่ยกู้เฉิงลอยหงายออกไปทันที เืสีแดงสดกระฉูดออกจากปากของเซียกู้เฉิง อีกทั้งฟันในปากก็ร่วงไปหลายซี่ สภาพน่าอนาถเหลือทน
ใครจะไปคิดว่า เซียวปิงจะลงมือแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ เขาไม่แม้แต่จะเตือนเลยด้วยซ้ำ กว่าบอดี้การ์ดทั้งสองของเซี่ยกู้เฉิงจะรู้ตัวอีกที เซี่ยกู้เฉิงก็ลอยออกไปเสียแล้ว เห็นดังนั้น ทั้งสองจึงตรงเข้าไปจู่โจมเซียวปิงทันที แต่ถึงจะจู่โจมพร้อมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี เซียวปิงใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่หัวของการ์ดทั้งสอง จากนั้นก็ชนเข้าด้วยกันอย่างแรง จนการ์ดทั้งสองนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
เซียวปิงเดินไปหยุดลงตรงหน้าเซี่ยกู้เฉิง แล้วก้มลงมองเขา “พวกฉันไม่ได้้าเงินของนายหรอกนะ ถ้าเขาเป็อะไรไปจริงๆ จะให้ฉันออกค่ารักษาพยาบาลให้เลยก็ยังได้ แต่ที่พวกเรา้า คือคำขอโทษเว้ย ขอโทษคุณตาเขาซะ!”
เซี่ยกู้เฉิงตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น เพราะฟันร่วงไปหลายซี่ ทำให้การเปล่งเสียงผิดแปลกไป “เวรเอ๊ย ฝันไปเถอะ เอ็งรู้ไหมว่ากูข้าเป็ใคร? ข้าเป็ถึงคุณชายใหญ่ของบ้านเซี่ยแห่งเจียงเฉินเลยนะเว้ย พ่อข้าก็เป็ถึงหัวหน้าตระกูลเซี่ย แกตายแน่!”
เซียวปิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนรองเท้าหนังข้างหนึ่งจะถูกวางลงที่เหนือหัวเข่าของเซี่ยกู้เฉิง แล้วเ้าของรองเท้าก็กดเหยียบลงไปอย่างเต็มแรง เซี่ยกู้เฉิงร้องด้วยความเ็ปราวกับหมูที่ถูกเชือด จากนั้นก็ทรุดลงไปกองกับพื้น กระดูกหัวเข่าของเขาแตกเป็เสี่ยงๆ จากการกระทำนั้น ความเ็ปที่นำมา ก็ทำให้เขาแทบหมดสติไป
เซียวปิงยกเท้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงที่ขาอีกข้างของคนตรงหน้า พลางมองเขาด้วยท่าทางสุขุม ทันใดนั้น ก็มีเสียงระคนสั่นของหญิงสาวดังมาจากด้านหลังเขา “หยุดนะ...นายรู้หรือเปล่า ว่าเขาเป็ใคร?”
เซียวปิงยิ้มบางๆ “เขาเป็คนในตระกูลเซี่ยแห่งเจียงเฉิน หัวหน้าตระกูลเป็พ่อของเขา”
หญิงสาวถึงกับชะงัก ก่อนนึกขึ้นได้ว่า คำพูดเหล่านี้เซี่ยกู้เฉิงเองก็เพิ่งพูดไป ชายคนนี้ทำร้ายเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเป็ใครอย่างนั้นเหรอ “แล้วนายเป็ใคร?” หญิงสาวถามหวั่นๆ
“ฉันก็แค่คนธรรมดาจากต่างถิ่น”
หญิงสาวโล่งอกไปทันที เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเหมือนเดิม “แล้วนายรู้หรือเปล่า ว่าคนธรรมดาที่มีเื่กับตระกูลเซี่ยแห่งเจียงเฉินจะมีจุดจบยังไง? อย่าว่าแต่แค่คนธรรมดาเลย ต่อให้นายจะเป็ผู้ทรงอิทธิพลจากที่อื่น ก็คงจะเคยได้ยินคำคำนี้มาบ้างใช่ไหม”
“คำว่าอะไร?” เซียวปิงถาม
“แม้แต่ัก็ยังไม่ยุ่งกับงูเ้าถิ่น!”
เซียวปิงพยักหน้ารับหงึกหงักราวกับรับรู้ แต่ก็ยังกดเท้าซ้ายของตนลงไปอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง เซี่ยกู้เฉิงร้องลั่นด้วยความเ็ป แล้วจึงสลบไป เท้าซ้ายที่เหยียบลงนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้เซี่ยกู้เฉิงหมดสติไป มันยังบดขยี้ความมั่นใจและความเย่อหยิ่งทั้งหมดของหญิงสาวให้แหลกละเอียดไปด้วย
เซียวปิงหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับหญิงสาว เขามองหญิงสาวใบหน้างดงามด้วยแววตาที่สุขุมผิดจากปกติ ไม่มีความบีบคั้นในดวงตานั้น แต่แววตานี้ กลับทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้า ในจิตใจของเขาอย่างที่ไม่เคยรับรู้จากใครมาก่อน
“ผมว่าคุณเองก็คงจะเคยได้ยินคำคำนี้เช่นกัน”
“คำว่าอะไร?” เธอกัดฟันกรอด
“ถ้าัไม่เก่งจริง คงไม่กล้าข้ามฟากมาหรอก!”
พูดจบ เซียวปิงก็ไม่สนใจหญิงสาว ที่ขณะนี้เอาแต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอีกต่อไป เขาหันกลับไปหาชายแก่ เก็บเงินที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาทีละใบจนครบ จากนั้นก็ยัดมันลงไปในมือของชายเฒ่า “ตาครับ ไปเถอะ ผมจะพาไปหาหมอ”
พนักงานเฒ่ากำเงินนั้นเอาไว้ในมือ แล้วพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าพลางส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก ไม่เป็ไรจริงๆ”
“ไปเถอะครับ จริงๆ นะ ให้ผมพาไปตรวจร่างกายสักหน่อยเถอะ ไปดูให้แน่ใจว่าไม่เป็อะไรจริงๆ” เซียวปิงพูดพลางพยุงชายชราลุกขึ้นจากพื้น เตรียมจะเดินจากไป
“นายชื่ออะไร?” หญิงสาวพูดหยุดพวกเขาเอาไว้
เซียวปิงชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิหนักแน่น “เซียวปิง!”
หลังจากเซียวปิงประคองชายแก่เดินจากไปไกลแล้ว ชายวัยกลางคนผู้มีผิวสีน้ำผึ้ง ที่อยู่ด้านหลังหญิงสาวจึงถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูด “คุณหนูครับ คนคนนี้โหดมาก เขาเหยียบไปที่คุณชายแบบนั้น ภายในเวลาครึ่งปี เกรงว่าคุณชายจะลงจากเตียงไม่ได้แล้วล่ะ”
สาวสวยหันกลับไปมองผู้พูดแวบหนึ่ง ั์ตาส่อแววขุ่นเคือง “ลุงหลี ทำไมเมื่อกี้ลุงถึงไม่ทำอะไรเลยล่ะ? จริงอยู่ว่า คนที่ถูกทำร้ายน่ะ เป็คนตระกูลเซี่ย แต่จะยังไง เซี่ยกู้เฉิงก็มากับเรา ทำร้ายเขาก็เท่ากับทำร้ายหน้าตาตระกูลเย่ของเราไปด้วยนะ”
ลุงหลียิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะส่ายหัวไปมา “เพราะผมไม่อยากทำให้คุณหนูต้องเดือดร้อนไงครับ ผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งมาก...ผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
หญิงสาวแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินดังนั้น ทักษะการต่อสู้ของลุงหลีอยู่ในระดับยอดฝีมือเชียวนะ เก่งกว่าบอดี้การ์ดไร้ประโยชน์ทั้งสองคนของเซี่ยกู้เฉิงไม่รู้กี่เท่า แต่ถึงกระนั้นก็ยัง...
ลุงหลีมองแผ่นหลังที่จากไปไกลของเซียวปิงอย่างประเมิน ”อีกอย่าง ในตัวเขามีกลิ่นของความตายอยู่...เขาต้องเคยฆ่าคนมาแล้วแน่ๆ แล้วน่าจะเคยฆ่ามามากกว่าหนึ่งเสียด้วย...คุณหนูครับ กับคนแบบนี้ ผมว่าควรอยู่ให้ห่างเอาไว้จะดีกว่า”
เธอไม่คิดเลยว่า ลุงหลีจะประเมินผู้ชายคนนั้นสูงขนาดนี้ แววตาของเธอบ่งบอกว่าเ้าหล่อนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ ขณะนี้ เธอได้ลืมเื่ที่เคยเสียหน้าไปสิ้น ดวงตาคู่เดิมปรากฏให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด และความทะเยอทะยานที่ควรมีในนางพญา เธอหันกลับไปมองคุณชายตระกูลเซี่ยกับบอดี้การ์ดสองคน ที่กำลังนอนสลบราวคนตายแวบหนึ่ง แล้วดวงตาคู่สวยก็เป็ประกายเ้าเล่ห์ราวกับตัวเป็นักล่า “สั่งให้คนมาพาพวกเขาไปส่งโรงพยาบาล ส่วนพวกเราไปรับคุณพ่อกลับบ้านกัน แล้วฉันจะเป็คนแจ้งเื่นี้กับคุณลุงเซี่ยเอง...”
“ความหมายของคุณหนูคือ?” ลุงหลีถาม
“ถ้าเขาตายเพราะโดนตระกูลเซี่ยเล่นงาน เื่นี้ก็ไม่เกี่ยวกับเรา แต่ถ้าเขาเก่งจริงแบบที่ลุงว่า ถ้าเขาสามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของตระกูลเซี่ยไปได้ล่ะก็...บนโลกนี้ไม่มีมิตรที่แท้จริง แล้วก็ไม่มีศัตรูตลอดกาลหรอกจริงไหม ถึงตอนนั้น เราก็ลากเขาเข้ามาทำงานให้เราไปเลยก็ได้นี่ จริงไหม?”
ลุงหลีถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก ก่อนจะหัวเราะด้วยความปลาบปลื้ม “คุณหนูช่างเฉลียวฉลาดนัก”
หญิงสาวแสยะยิ้ม ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ ในแววตาสาวงามเยี่ยงนี้ กลับมีความทะเยอทะยานแรงกล้าซ่อนอยู่ภายใน หากเซี่ยกู้เฉิงเป็เพียงชายไร้น้ำยาคนหนึ่งแล้วล่ะก็ หญิงสาวคนนี้ก็คงเปรียบเป็ยอดอสรพิษตัวจริงเลยล่ะ
หลังจากเซียวปิงพาชายชราไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แล้วพบว่าชายแก่ไม่เป็ไร เขาจึงเดินทางไปตามแผนที่ๆ ซูเพ่ยหย่าเคยให้เขาเอาไว้ก่อนที่เธอจะสิ้นใจ เซียวปิงประคองอัฐิเอาไว้ ขณะที่ยืนอยู่หน้าบ้านของซูเพ่ยหย่า ความรู้สึกก็แปรเปลี่ยนจากเดิมเป็หนักอึ้งมากขึ้นทุกที
