“ปิ่น ปิ่นงามๆ ขอรับ!” ร้านค้าทั้งสองข้างถนนคึกคักเป็พิเศษ ตงฟางซวี่ถูกเสียงดังกังวานดึงดูดความสนใจ เมื่อเบนสายตามองไปพบว่าเป็ร้านเครื่องประดับที่ไม่เลวร้านหนึ่ง
เขาหันกลับไปมองพบว่าอวิ๋นซูกำลังมองตรงไปข้างหน้า จึงถือโอกาสนี้ะโหายเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่ง
“คุณชาย ซื้อให้คนในใจหรือขอรับ?”
คนในใจ? ใบหน้าของตงฟางซวี่แดงก่ำ กล่าวตามจริงแล้วในฐานะที่เป็รัชทายาท ของมีค่าต่างๆ มีสิ่งใดบ้างที่เขาไม่เคยพบเห็น แต่ตอนนี้กลับเกิดความ้าเลือกซื้อเครื่องประดับให้นางด้วยตัวเอง แล้วส่งมอบให้นางเองกับมือ
บางทีความรักระหว่างชายหญิงที่ผู้อื่นว่ากัน เขาเองก็อยากจะประสบกับความรู้สึกเช่นนั้นบ้าง
เบื้องหน้ามีเครื่องประดับละลานตา ฝีมือไม่นับว่าชั้นเลิศ ยังดีตรงที่มีความหลากหลาย ประกายสีขาวบริสุทธิ์หนึ่งในนั้นดึงดูดสายตาของเขา กล้วยไม้หยกขาวถูกวางนอนเอาไว้อย่างเหนียมอาย เป็ปิ่นสีเงินดูเปล่งประกาย ในสายตาของตงฟางซวี่ อวิ๋นซูคงจะไม่ชอบความหรูหราฟุ้งเฟ้อเป็แน่ กลับควรจะชมชอบของเรียบง่ายทว่ามิได้สูญเสียความงามเช่นนี้กระมัง?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เขาคิดว่าตนเองรู้จักนางดีนักหรือ?
“คุณชาย รับปิ่นเล่มนี้ใช่หรือไม่ขอรับ?”
ตงฟางหันไปอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขากลับหน้าเปลี่ยนสี บริเวณที่อวิ๋นซูยืนอยู่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของนาง เหลือไว้เพียงคนที่เดินผ่านไปมาเท่านั้น
“ใช่ ห่อให้ด้วย!”
หลงจู๊ผู้นั้นนับว่าเป็ผู้มีสายตาเฉียบแหลมคนหนึ่ง รีบบรรจุห่ออย่างเร่งร้อน เมื่อรับเงินมาพลันรู้สึกว่ามีลมเย็นๆ ปะทะใบหน้า เบื้องหน้าไหนเลยจะยังมีเงาของคุณชายผู้นั้นอยู่อีก
อวิ๋นซูเดินผ่านผู้คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เงาร่างของคนผู้นั้นกลับค่อยๆ ไกลออกไป
เป็เขาหรือ? จู่ๆ ก็หายไปจากห้อง ไม่ทราบว่าอาการป่วยของเขาเป็อย่างไรบ้าง? ทุกคราที่คิดถึงใบหน้าหล่อเหลางดงามทว่าอ่อนแอซีดเซียวราวกระดาษนั้น ในใจของอวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะเคร่งขรึมขึ้นมา ราวกับย้อนไปในวันเวลาอันน่ากลัวหลายวันนั้น
นางเริ่มมองไปรอบๆ โดยไม่รู้ตัว ในที่สุดก็พบแผ่นหลังอันคุ้นเคยปรากฏอยู่เบื้องหน้าร้านขายผ้าแห่งหนึ่ง
“คุณชาย ชุดนี้เหมาะกับท่านมากเลยขอรับ!”
บุรุษรู้สึกเพียงว่ามีคนสะกิดเบาๆ บนไหล่จึงหันกลับไปอย่างสงสัย พบคุณชายอายุน้อยคนหนึ่งกำลังจ้องมองใบหน้าของตน จากนั้นในสายตาปรากฏท่าทีอันผิดหวังออกมาโดยไม่รู้ตัว
“น้องชาย มีอะไรหรือ?”
ใบหน้าธรรมดาเช่นนี้ไม่ใช่เขา ความหดหู่ในใจของอวิ๋นซูวาบผ่าน ส่งยิ้มขออภัยไปให้ “ขออภัย ข้าจำผิดคนขอรับ”
เื้ั ตงฟางซวี่ที่ตามมาติดๆ ยืนอยู่ตรงนั้น เก็บความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของนางเอาไว้ในสายตา เมื่อครู่คุณหนูหกกำลังหาคนอยู่หรือ? ทั้งยังเป็บุรุษผู้หนึ่งด้วย แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นนางมีสีหน้าผิดหวังและเคร่งเครียดถึงเพียงนี้ บุคคลที่นางตามหาคือผู้ใดกัน?
จิตใจของตงฟางซวี่ราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับเอาไว้ หรือว่าคุณหนูหกจะมีคนในใจแล้ว? เขานำกล่องของขวัญในมือเก็บเข้าไปในแขนเสื้ออย่างเงียบๆ
“คุณหนูหก”
อวิ๋นซูหันกลับมา พบกับใบหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ของตงฟางซวี่
“เจอคนคุ้นเคยหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าน้อยจำคนผิด”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำจิง อยู่ด้านหน้านี่เอง”
“...อืม” อารมณ์เช่นนี้ไม่เหมือนเดิมเป็อย่างมาก
อวิ๋นซูเองก็ไม่ทราบว่าตนเองเป็อะไรกันแน่ บางทีอาจเป็ความละอายที่เกิดขึ้นในใจ แต่ว่าในสมองมักจะปรากฏคำพูดที่เฟิ่งหลิงกล่าวเมื่อตอนนั้น ความหมายในคำพูดนั้นนางคิดอยากจะลืมเลือนไปเสีย แต่ตอนนี้กลับพบว่าทุกครั้งที่ตนเองพบเจออันตราย มักจะมีเขาเสมอ
เดิมทีคิดว่าชีวิตนี้จะมีจิตใจแข็งแกร่งดุจหินผา แต่อวิ๋นซูพบว่านางประเมินค่าความสามารถในการควบคุมตัวเองของตนมากเกินไป มีหลายเื่ที่นางไม่อาจควบคุมเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน แปรเปลี่ยนจิตใจจนนางรู้สึกเกลียดชังตนเองในตอนนี้ยิ่งนัก เพื่อการแก้แค้น ในสมองของนางไม่อาจบรรจุสิ่งไร้ความหมายมากมายเกินไปได้
เรือที่ประดับด้วยดอกไม้หรูหรามากมายจอดอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ในหูเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะเฮฮา เจือไปด้วยเสียงธาราไหลริน
สายตาของตงฟางซวี่กวาดมองไปยังใบหน้าของบุคคลข้างกาย ในตอนนี้นางได้ฟื้นคืนท่าทางสุขุมเยือกเย็นเฉกเช่นกาลก่อนแล้ว
องครักษ์ในชุดลวดลายงดงามหลายคนยืนอยู่บนฝั่ง เหล่ากวีบัณฑิตแสดงเทียบเชิญในมือออกมา ขึ้นเรืออันแกว่งไกวอย่างเป็ระเบียบ
สายตาของอวิ๋นซูมองเทียบเชิญสองใบในมือของตงฟางซวี่ บุรุษผู้นั้นชะงัก ทำเพียงยิ้มบางๆ เพื่อปิดซ่อนความกระอักกระอ่วนของตน ความจริงเขาได้คิดเตรียมไว้อย่างดีว่าวันนี้จะพาอวิ๋นซูมาผ่อนคลายจิตใจด้วยกัน เพียงแต่มิสามารถแสดงเจตนาของตนต่อหน้านางมากจนเกินไปได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อข้ามผ่านแผ่นกระดานไม้มา ฝีเท้าของอวิ๋นซูกลับหยุดนิ่งไม่ก้าวเดินไปข้างหน้า
นี่คือรางวัลของแต่ละลำดับ ลำดับที่สองถึงกับเป็หนังสือ ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ ต้องทราบว่าในชีวิตก่อน ตระกูลอวิ๋นเก็บสะสมตำราแพทย์ที่มีชื่อเสียงในใต้หล้า แต่หนังสือ ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ เล่มนี้ พวกนางกลับมีเพียงส่วนแรก ส่วนท้ายกลับสูญหายหาไม่พบ ไม่คิดว่าจะอยู่ที่แคว้นเฉิน!
สายตาของอวิ๋นซูจ้องเขม็งไปยังตัวอักษรบนปก ตงฟางซวี่เห็นถึงความคิดในใจของนาง ต้องกล่าวว่าในหมู่ของล้ำค่า้า สิ่งที่สามารถดึงดูดความสนใจของคุณหนูหกจะต้องเกี่ยวข้องกับวิชาแพทย์อย่างแน่นอน ดูเหมือนเขาที่กำลังกังวลว่าไม่สามารถทำสิ่งใดให้นางได้ คราวนี้จะมีโอกาสแล้ว
ห้องหับภายในเรือกว้างใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้ อวิ๋นซูััได้ถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของแคว้นเฉินและแคว้นอี้ได้จากที่นี่อย่างชัดเจน แคว้นอี้ให้ความสำคัญกับวรยุทธ์ การประลองจัดขึ้นอย่างไม่ขาดสาย แต่การประชันความสามารถอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรเช่นนี้กลับมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เมื่อพวกอวิ๋นซูเข้าประจำที่นั่งก็ดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่น้อย อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูพบว่าในยามที่ทุกคนมองตงฟางซวี่ สายตามีเพียงความตกตะลึงโดยไร้ความยำเกรง ดูท่าแล้วคนเหล่านี้ไม่ทราบฐานะของเขา
ในหมู่เรือมากมายเ่าั้ ย่อมต้องมีเรือของคุณชายสูงศักดิ์และขุนนางใหญ่อยู่ แต่เขากลับสามารถเลือกลำที่ไม่มีคนรู้จักฐานะของรัชทายาทได้ เห็นได้ว่าตงฟางซวี่ทำการบ้านมาล่วงหน้า
ทุกคนเริ่มเจรจาปราศรัย สอบถามกันไปมาว่าคุณชายทั้งสองมีเื้ัเช่นไร ทว่ากลับไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ทราบ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ บุรุษผู้สวมหน้ากากครึ่งหน้าปรากฏตัวท่ามกลางสายตาของผู้คน รอบด้านเงียบลงโดยพลัน คนผู้นั้นมีโครงหน้างดงาม เพียงแต่หน้ากากสีดำได้บดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาเอาไว้ บรรยากาศสง่างามทรงอำนาจบนร่างทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากว่าจะงดงามหรืออัปลักษณ์เพียงใด
จุดประสงค์ของคนเหล่านี้มาเพียงเพื่อประชันความสามารถเท่านั้น ไม่นานความสงสัยเหล่านี้ก็ถูกหัวข้อในวันนี้เบียดบังไป แต่ตงฟางซวี่กลับพบว่าอวิ๋นซูที่อยู่ข้างกายกำลังจ้องมองไปยังคนผู้นั้น
เป็หน้ากากแบบเดียวกัน แต่อวิ๋นซูมองปราดเดียวก็ทราบว่านั่นไม่ใช่เฟิ่งหลิง เพียงรู้สึกว่าราวกับเคยพบคนผู้นี้ที่ไหนมาก่อน
คิดไม่ถึงว่าสายตาของคนผู้นั้นจะมองผ่านทุกคนแล้วตกลงบนร่างของอวิ๋นซู ความเปลี่ยนแปลงในสายตาเพียงชั่ววูบถูกนางเห็นเข้าทั้งหมดพอดี
เขารู้จักตนเอง! อวิ๋นซูมั่นใจ
จี้จิ่นคิดไม่ถึงว่าจะพบกับคุณหนูหกที่นี่ อีกทั้งบุคคลข้างกายของนาง เหตุใดเขาจะไม่รู้จัก คุณหนูหกอยู่ด้วยกันกับรัชทายาทเชียวหรือ? หากจะกล่าวว่าเป็เพราะคุณชายใหญ่หลิ่วและรัชทายาทสนิทสนมกันดังพี่น้อง เช่นนั้นแล้วเหตุใดสองคนนี้จึงได้เดินมาด้วยกันแต่หลิ่วอวิ๋นเฟิ่งกลับไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ช่างทำให้ผู้คนคิดไม่ตกจริงๆ
เพียงแต่เขาไม่เคยคิดว่าสตรีเช่นอวิ๋นซูจะสนใจกวีนิพนธ์ด้วย นางเป็คุณหนูที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่ว่าควรจะให้ความสนใจทางด้านวิชาแพทย์มากกว่าหรือ?
ใช่แล้ว เหตุใดเขาจึงคิดไม่ถึง รางวัลอันดับสองของวันนี้ก็คือตำรา ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ ! เมื่อเป็เช่นนี้ก็กล่าวได้ถูกต้องแล้ว อย่างไรเสียนั่นก็เป็ตำราแพทย์ที่ไร้ผู้สืบทอด
“คุณหนูหก้าตำราเล่มนั้นหรือ” ตงฟางซวี่ก้มหน้าเอ่ยถามเสียงเบา
อวิ๋นซูหัวเราะอย่างขมขื่นครั้งหนึ่ง “น่าเสียดาย ผู้น้อยไม่มีความสามารถทางด้านนั้น” หากกล่าวว่าวิชาแพทย์ของนางยอดเยี่ยมเหนือผู้คน เช่นนั้นทางด้านกวี นางกลับธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นในชีวิตก่อนเซียวอี้เชินก็ไม่ได้ใส่ใจวรรณกรรม ขุนนางฝ่ายเหวินมากมายในราชสำนักก็เพียงพอให้เขาใช้งานแล้ว ตนเองยิ่งไม่เคยได้ใส่ใจในด้านนี้มาก่อน
ตงฟางซวี่เห็นนางทำท่าทางยกมือยอมจำนนจึงหัวเราะ หนังสือ ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ เล่มนั้น เขาจะต้องเอามาให้ได้!
“คุณหนู! ท่านดูสิ!”
ในมุมหนึ่ง บุรุษผู้มีใบหน้างดงามทั้งสองนั่งลงข้างกัน หนึ่งในนั้นก็คือบุตรีภรรยาเอกคนที่สามของชางหย่วนโหว อู๋ฮุ่ยอวิ๋น
ในตอนที่ตงฟางซวี่เข้ามานางก็จำเขาได้แล้ว ไม่คิดว่ารัชทายาทจะปรากฏตัวนอกวัง หากไม่ใช่ว่าวันนี้นางอยากมาประชันความสามารถกับคุณชายเหล่านี้จริงๆ คงไม่ยอมแต่งกายเป็บุรุษมาปรากฏตัวที่นี่โดยเสี่ยงอันตรายที่จะถูกผู้คนพบเห็น ไม่คิดว่ากลับได้รับประโยชน์ที่ไม่คาดคิด
บุรุษและสตรีไม่ใช่ว่ามิสามารถปรากฏตัวพร้อมกันต่อหน้าสาธารณะได้ เพียงแต่บุตรีท่านโหวเฉกเช่นอู๋ฮุ่ยอวิ๋น เมื่อปรากฏตัวก็มักจะตกเป็ที่สนใจของผู้คน ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูที่กล้ามาเข้าร่วมการประชันเช่นนี้มีไม่มากนัก มองไปก็มีเพียงสามสี่คนเท่านั้น
ชื่อเสียงของสตรีผู้มีความสามารถอย่างอู๋ฮุ่ยอวิ๋นโด่งดังภายนอก หากนางเข้าร่วมก็นับว่ามีเหตุผล เพียงแต่นางมีความคิดอีกด้านหนึ่ง ในฐานะที่เป็สตรีผู้มีความสามารถ หากพ่ายแพ้ในการประชันต่อหน้าสาธารณชนให้ผู้อื่นเห็นเช่นนี้ย่อมไม่ดีแน่ อย่างไรก็ตามเมื่อแต่งกายเป็บุรุษ นางย่อมไม่มีความกังวลในด้านนี้ ต่อให้แพ้นางก็เป็เพียงแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง ชนะก็สามารถได้รับเกียรติอยู่ในใจ ทำให้สามารถประพันธ์บทกวีได้อย่างวางใจและกล้าหาญ แล้วเหตุใดจะไม่ทำเล่า?
คุณชายน้อยข้างกายรัชทายาทคือผู้ใด แต่ไหนแต่ไรไม่เคยพบเห็นมาก่อน หรือจะเป็สหายนอกวังของรัชทายาท
“หนูเ้าคะ มิสู้พวกเราเข้าไปนั่งกันเถิด” สาวใช้ข้างกายที่แต่งกายเป็เด็กรับใช้บัณฑิตเสนอแนะ
“หากถูกรัชทายาทเห็นว่าข้าแต่งกายเป็บุรุษ จะเหมาะสมหรือ?” อู๋ฮุ่ยอวิ๋นไตร่ตรองรอบด้านยิ่งนัก
หาก้าสนิทสนมกับรัชทายาทยังมีโอกาสอีกมาก เหตุใดนางต้องทำเื่ที่อาจจะทำให้รัชทายาทไม่ประทับใจเช่นนี้ด้วย นางคิดไปพลางมองตงฟางซวี่ไปพลาง นางไม่เคยเห็นรัชทายาทแต่งกายเช่นนี้มาก่อน ต่อให้เป็ชุดธรรมดา เมื่ออยู่บนร่างกายของรัชทายาทแล้วล้วนแผ่บรรยากาศสูงส่งยากอธิบายออกมา
เรือค่อยๆ ออกห่างจากฝั่ง ตัวเรือแกว่งไกวเบาๆ เนื่องจากบรรยากาศคึกคักทำให้อากาศเปลี่ยนเป็อบอุ่น มีกลิ่นหอมของชาผสมกลิ่นเหล้าลอยไปตามลม
อวิ๋นซูมองบทกลอนท่อนแรกที่ปรากฏ ข้างหูยินเสียงตอบโต้กันวนไปมา แต่นางกลับรู้สึกเหมือนถูกปิดกั้นออกจากบรรยากาศอันคึกคักคืนนี้โดยสิ้นเชิง อารมณ์ของนางค่อนข้างซับซ้อน มองไปยังใบหน้ายิ้มแย้มของแต่ละคน ตรงหน้ากลับปรากฏภาพใบหน้างดงามเป็เอกของคนผู้หนึ่งอยู่บ่อยครั้ง
“คุณชายซวี่ ที่นี่ค่อนข้างอึดอัด ผู้น้อยจะขอไปสูดอากาศด้านนอกเรือเสียหน่อย”
ตงฟางซวี่พลันเคร่งเครียดขึ้นมา แต่เขา้าแย่งชิงตำราแพทย์เล่มนั้นมาให้อวิ๋นซู “ทนไหวหรือไม่?”
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ กำลังจะลุกขึ้น คิดไม่ถึงว่าบุรุษข้างกายจะยื่นมือออกมาจับนาง หลังมืออันอ่อนนุ่มทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบ ใบหน้าการปรากฏริ้วสีแดงอย่างน่าสงสัย ชักมือกลับมาอย่างกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง “เดี๋ยวข้าจะรีบออกไปหาเ้า”
การจากไปของคนผู้นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับบรรยากาศคึกคักถึงขีดสุดภายในเรือ อย่างไรก็ตาม บุรุษผู้สวมหน้ากากกลับตามออกไป
