กลุ่มคนที่มาใหม่มีทั้งหมด7 คน โดยมีเบอร์เซิร์กเกอร์เลเวล 31 อยู่ 2 คน ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีฝีมือมากพอสมควรนอกจากนี้ยังมีฮีลเลอร์ 1 คน นักธนู 1 คนนักแม่นปืนไฟ 1 คน นักเวท 1 คนและพระเลเวล32 อีก 1 คนโดยคนที่เล่นอาชีพพระมาในชุดเกราะหนักซึ่งมีการป้องกันที่ดูเหมือนว่าจะสูงมากกลุ่มคนพวกนี้มีการเตรียมตัวตามมาตรฐานที่ควรจะมี หากสู้กับบอสก็คงได้และการที่มีพระเลเวล 32 อยู่ในกลุ่มก็ถือว่าไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะจัดการกับกลุ่มคนพวกนี้
เบอร์เซิร์กเกอร์ที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มใช้ชื่อว่า“มู่เทียน” ในมือของเขามีขวานที่ส่องแสงสว่างอยู่หนึ่งด้ามและน่าจะเป็อุปกรณ์ระดับเงินด้วย หากเป็เช่นนั้นพลังโจมตีก็คงถือว่าสุดยอดมากถ้าพวกเขา้าฆ่าผม ผมก็ไม่อาจยับยั้งการโจมตีของนักเวท นักธนู และนักแม่นปืนที่เหลืออีก3 คนได้ แค่เพียงคนพวกนี้ร่วมมือกันผมก็คงจะถูกฆ่าตายในทันที
……
ผมถือดาบชิงเฉิงไว้ในมือพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ฉันมาที่นี่เพื่อจะเก็บสาหร่ายสีครามเท่านั้นไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไรให้กับพวกนาย ทำไมต้องฆ่ากันถึงตายด้วยล่ะ? ”
มู่เทียนหัวเราะ“ช่วยไม่ได้ ก็นายดันมีค่าหัวตั้ง 1,000 เหรียญทองแถมยังเป็จำนวนเงินที่พวกเราอยากได้มากด้วยต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ ว่าแต่นายมีอะไรอยากจะพูดอีกหรือเปล่า? ”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง“ป่าลึกที่หนาวเหน็บแห่งนี้เป็สถานที่ที่ฉันเจอก่อน เพราะฉะนั้นหากใครก้าวเท้าเข้ามาด้านในฉันจะฆ่ามันโดยไม่มีความเมตตาให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้นถ้าพวกนายอยากลองก็เข้ามาเลย! ”
พูดจบผมก็วิ่งเข้าไปในป่าลึกทันทีโชคดีที่ตอนนี้ภายในเกมเป็่กลางคืน ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดีนัก
มู่เทียนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับคนของตัวเองว่า“เอาสัตว์เลี้ยงออกมาแล้วใช้พวกมันให้ออกตามหาเส้นทางยังไงวันนี้ก็ต้องฆ่าเซียวเหยาจื้อจ้ายให้ได้! ”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งค้างคาวตัวใหญ่และก็อบลินซึ่งเป็สัตว์เลี้ยงก็ถูกปล่อยออกมาแต่พวกมันก็ยังมีพลังโจมตีจำกัด
……
ฟึบๆ!
ผมวิ่งเข้าไปในป่าโดยไม่หยุดพักพร้อมกับหันกลับไปมองสถานการณ์โดยรอบอย่างระมัดระวังภายในใจก็เริ่มคิดแผนการที่จะรับมือ การเผชิญหน้าครั้งนี้ถ้าพวกมันพร้อมใจกันฆ่าผมคงไม่รอดแน่ แต่ยังไงตอนนี้ก็ต้องหนีออกมาตั้งหลักก่อนผมจะใช้ประโยชน์จากความเร็วของเ้าจุกนมเพื่อจัดการกับฮีลเลอร์ในกลุ่มนั้นเป็คนแรกแล้วค่อยจัดการกับนักเวทและนักธนู
เมื่อตัดสินใจได้แล้วผมก็หยิบการ์ดอภัยโทษที่เยว่ชิงเฉี่ยนให้ออกมาใช้พร้อมกับเรียกเ้าจุกนมออกมาเพื่อเริ่มโจมตีไปที่ฮีลเลอร์โดยใช้สกิลการโจมตีแบบคอมโบเลเวล4
“แย่แล้ว! ”
ฮีลเลอร์แสดงอาการใก่อนที่จะรีบถอยหลังกลับไปจนทำให้การโจมตีครั้งแรกของเ้าจุกนมล้มเหลวแต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการโจมตีอีกสองครั้งที่เหลืออยู่ดี
“-489! ”
“-512! ”
ให้ตายเถอะเ้าหมอนั่นยังไม่ตาย ดูเหมือนว่าฮีลเลอร์นั่นจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น 5 พอยต์ในทุกๆ เลเวลสินะ ไม่งั้นก็คงไม่มีเืสูงขนาดนี้แต่หลังจากที่เ้าจุกนมโจมตีซ้ำอีกครั้ง เ้าหมอนั่นก็ล้มลงไปตาย
มู่เทียนรีบวิ่งมาพร้อมกับะโว่า“นักแม่นปืน นักธนูรวบรวมการโจมตีด้วยไฟ ฆ่าสัตว์เลี้ยงของเ้าหมอนั่นก่อน! ”
เมื่อได้รวบรวมเปลวเพลิงไว้บนลูกธนูแล้วคนพวกนั้นก็ปล่อยมันออกไปยังร่างของเ้าจุกนมทันทีการโจมตีระยะไกลนี้ถือว่ารุนแรงมากจนทำให้เืของเ้าจุกนมลดลงไปถึง 500 พอยต์หลังจากนั้นนักเวทก็ยกคทาขึ้นมาก่อนจะใช้สกิลลมหนาวและสกิลเจาะทะลุผาหินใส่ร่างของเ้าจุกนม
สวบ!
“+600! ”
ผมยกดาบชิงเฉิงขึ้นมาก่อนจะใช้สกิลรักษาชีวิตเพื่อดึงค่าเืของเ้าจุกนมกลับมาแล้วสั่งให้มันออกจากการต่อสู้ไปทันที เพราะขืนยังสู้ต่อไปมีหวังถูกฆ่าตายแน่ๆ
“พระ! รีบใช้สกิลวางอาวุธในมือสิ!” มู่เทียนฟาดขวานในมือของเขาทว่ามันล้มเหลวอีกครั้งเพราะการบินของเ้าจุกนมรวดเร็วมาก
พระยกไม้ในมือขึ้นพร้อมกับแสงสีทองที่ส่องลงมาจนทำให้การโจมตีของเ้าจุกนมลดลงไป10% การโจมตีของมันจากที่สามารถสร้างค่าดาเมจได้ 610พอยต์ก็เหลือเพียงแค่ 549 พอยต์เท่านั้น
“ให้ตายเถอะยังคิดจะหนีอีกเหรอวะ! ”
เบอร์เซิร์กเกอร์อีกคนพุ่งตัวมาด้านหน้าก่อนจะเตรียมฟาดไปบนตัวของเ้าจุกนมอย่างแรง
ไม่ได้เด็ดขาด!
ผมใช้ดาบชิงเฉิงทำการโจมตีโดยใช้สกิลคอมโบแทงเข้ากลางอกของเบอร์เซิร์กเกอร์ผู้นั้นติดต่อกัน3 ครั้งจนสร้างค่าดาเมจขึ้นมา
“-358! ”
“-347! ”
“-333! ”
“อ๊าก”เบอร์เซิร์กเกอร์ถอยหลังออกไปก่อนจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายอีกครั้งไม่อย่างนั้นการโจมตีของผมคงทำให้หมอนั่นถูกฆ่าตายแน่ๆขณะที่อีกฝ่ายกำลังตกอกใกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้นดาบของผมก็ฟาดไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย เป็ไปได้ไงวะเนี่ย!!! ”
เ้าหมอนั่นใกับความเร็วในการโจมตีของผมก่อนที่ดาบจะแทงเข้ากลางอกของเขาจนทำให้ร่างอันแข็งแกร่งลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นพร้อมกับขวานในมือที่ถูกดรอปลงมา
ผมไม่มีเวลาก้มลงเก็บของชิ้นนั้นแต่รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหลบการโจมตีของลูกธนู 2 ดอกที่ถูกส่งออกมาพร้อมกับะุปืน
……
สวบ!
ผมใช้มืออุ้มเ้าจุกนมขึ้นมาก่อนจะหนีเข้าไปในป่าระหว่างนั้นก็รอสกิลคูลดาวน์จนเสร็จสิ้นจึงเรียกใช้เพื่อฮีลเืให้ตัวเองกับเ้าจุกนมสุสานดูเหมือนว่าจะค่อนข้างไกลจากที่นี่จึงทำให้ฮีลเลอร์และเบอร์เซิร์กเกอร์ไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ในเวลาอันรวดเร็วเหมือนกับที่อื่นๆตอนนี้ผมมีเวลาอย่างน้อย 10 นาทีเพื่อจัดการกับอีก 5 คนที่เหลือยังไงผมก็ต้องจัดการกับพวกแข็งแกร่งเหล่านี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นคนอื่นๆก็คงจะคิดว่าผมเป็พวกอ่อนแอที่ยอมให้คนมารังแกได้ง่ายๆ
ห่างออกไปมู่เทียนก็สบถขึ้นมา“แม่งเอ๊ย! ถูกฆ่าตายติดกันตั้ง 2 คนแถมไม่มีใครตอบโต้อะไรได้เลย!พวกแกนี่มันยังไงกันวะ ถามจริงเถอะ ให้สัตว์เลี้ยงกินอะไรถึงได้กากขนาดนี้! ”
พระในกลุ่มพูดขึ้น“ความเร็วของค้างคาวแวมไพร์สู้สัตว์เลี้ยงของเ้าหมอนั่นไม่ได้อยู่แล้วอีกอย่างพวกเราก็ทำกันเต็มที่แล้วด้วย”
“คุ้มกันที่นี่ไว้รอให้อีกสองคนฟื้นคืนชีพ ค่อยออกไปตามล่าเ้าหมอนั่นต่อ! ”
“อื้อ”
……
คนพวกนั้นรอได้แต่ผมรอไม่ได้อีกแล้ว จึงรีบสั่งให้เ้าจุกนมเริ่มโจมตีทันทีโดยครั้งนี้ผมจะต้องจัดการกับนักเวทและนักธนูให้จงได้
สวบ!
เ้าจุกนมพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าโดยในครั้งนี้เป้าหมายแรกของมันคือนักเวท
“มันมาอีกแล้ว! ”
นักเวทยกคทาวิเศษขึ้นมาเพื่อเตรียมรับมือก่อนที่จะใช้สกิลหยาดน้ำแข็งไปบนตัวของเ้าจุกนมจนทำให้ความเร็วของมันลดลงในขณะที่นักเวทเองก็ถอยกลับไปด้านหลังเพื่อเตรียมร่ายคาถาโจมตีเ้าจุกนมอีกครั้ง
ดาบชิงเฉิงเกิดแสงสว่างวาบขึ้นก่อนจะพุ่งไปที่บ่าของนักธนูอย่างแรงจากนั้นผมจึงซัดหมัดซ้ายลงไปที่พื้น
ตูม!
สกิลโซ่พันธนาการของผมปรากฏขึ้นและหยุดการเคลื่อนไหวของนักเวทในทันทีพร้อมกับเ้าจุกนมที่กระพือปีกโจมตีศัตรูอย่างแรงจนทำให้นักเวทลงไปนอนตายอยู่ที่พื้นโดยปกติแล้วฮีลเลอร์จะสามารถเพิ่มค่าพละกำลังได้ 5 พอยต์ในขณะที่นักเวทจะต้องเพิ่มค่าเวทมนตร์ของตัวเอง 10 พอยต์มิเช่นนั้นพลังโจมตีโดยใช้เวทจะไม่แข็งแกร่งเพียงพอ และก็จะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้นี่คือเส้นทางของนักเวทที่ทุกคนต่างก็รู้ดี
ในเวลาเดียวกันนักธนูและค้างคาวแวมไพร์สัตว์เลี้ยงของเขาก็ล้มลงก่อนจะกลายเป็ิญญากลับไปยังสุสานซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
ตอนนี้ยังเหลืออีก 3 คนเท่านั้น
ปั้ก!
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งตัวขวานในมือของศัตรูก็ฟาดลงมาบนบ่าของผมอย่างแรง
ตูม!
“-227! ”
มู่เทียนโจมตีใส่ผมจนทำให้ค่าดาเมจเด้งขึ้นมา-154 พอยต์ “แม่งเอ๊ย พลังป้องกันเจ๋งดีนี่! ”
ผมไม่ได้พูดอะไรออกมาทว่ายังคงใช้การโจมตีแบบปกติพุ่งใส่นักแม่นปืนที่อยู่ตรงข้ามในเวลาเดียวกันการโจมตีของเ้าจุกนมเองก็ลดลงไป 10% แต่ก็ยังถือว่ามีความแข็งแกร่งหลงเหลืออยู่ทันทีที่มันเรียกใช้งานสกิลทะลวงเหล็กใน นักแม่นปืนก็ถูกฆ่าตายในเวลาต่อมา
……
“เคร้ง! ”
ไม้กระบองในมือของพระพุ่งเข้าใส่เกราะบนตัวผมอีกครั้งแต่น่าเสียดายที่มันสร้างค่าดาเมจเพียงแค่ -49 พอยต์เท่านั้นถึงแม้ว่าเืของอาชีพพระจะอึดมาก แต่พลังโจมตีช่างน่าขายหน้าศัตรูเสียจริง
“ถึงตานายแล้ว”
ผมหันกลับไปก่อนจะเริ่มโจมตีมู่เทียนอีกครั้งจนทำให้อีกฝ่ายเดือดดาลด้วยความโมโหเขาคงคาดไม่ถึงว่าผมจะจัดการคนในกลุ่มเขาจนแพ้ราบคาบทันทีที่เห็นว่าผมกำลังจะเข้าเล่นงานเ้าหมอนั่นก็ยกขวานขึ้นก่อนจะแผดเสียงและเรียกใช้สกิลเลเวล 4 จนทำให้ทะลุการป้องกันของผมถึง 20%
หลังจากที่สกิลของผมคูลดาวน์เสร็จสิ้นแล้วผมก็ยังยืนอยู่ที่เดิมรับมือการโจมตีของมู่เทียนจากนั้นใช้ดาบชิงเฉิงฟาดไปด้านหน้าแล้วเริ่มโจมตีแบบคอมโบถึง 3 ครั้ง
“-357! ”
“-342! ”
“-344! ”
ในที่สุดเืของมู่เทียนก็ลดลงก่อนที่ร่างจะล้มลงนอนกลายเป็ศพอยู่ที่พื้น
หลังจากที่หัวหน้ากลุ่มถูกฆ่าตายแล้วพระยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับร่ายคาถาฟื้นฟูเืของตัวเองให้เพิ่มขึ้น 4% และใช้เท้ากระทืบไปที่พื้นทำให้เกิดแสงสีทองขึ้นปกคลุมรอบตัวซึ่งสกิลนี้ก็คือโล่ระฆังทองเลเวล 4 ที่ช่วยเพิ่มการป้องกันได้ถึง12% ซึ่งถือเป็สกิลที่ยอดเยี่ยมของอาชีพนี้
“เข้ามาสิวะ! ”
พระะโขึ้น“แน่จริงก็ทะลวงการป้องกันของฉันให้ได้สิวะฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าฮีลเลอร์สายบู๊ระยะประชิดอย่างแกจะมีความอดทนมากขนาดไหนคราวนี้จะได้รู้กันว่า แกหรือฉันที่ต้องตาย! ”
ผมสั่งเ้าจุกนมให้โจมตีก็อบลินที่เป็สัตว์เลี้ยงของพระทันที
ฟึบ!
ส่วนผมวิ่งปรู๊ดไปหยุดยืนตรงหน้าพระหมอนั่นมองผมด้วยสายตาตกตะลึงในเวลานั้นร่างของผมสั่นก่อนจะกระแทกไปที่เกราะป้องกันอย่างแรงจนทำให้พระเสียหลักผงะไปด้านหลัง
ดาบชิงเฉิงในมือผมเกิดแสงวาบขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่กระบวนท่าอัศวินผู้ชนะสิบทิศระดับS จะถูกส่งออกไป
“-98! ”
“-101! ”
“-79! ”
“-109! ”
การโจมตีอย่างต่อเนื่องจนพระไม่อาจต้านทานได้ภายใต้การพุ่งชนอย่างแรงทำให้อีกฝ่ายเสียการทรงตัวทันที ผมใช้เวลาเรียกใช้สกิล 0.2 วินาทีก่อนที่สกิลดาบวายุจะถูกส่งออกมาเป็การโจมตีครั้งสุดท้าย
ตูม!
ภายใต้การโจมตีครั้งสุดท้ายทำให้พระเลเวล32 ผงะถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่องก่อนที่ตัวเลขดาเมจจะลอยขึ้นมา
“-711! ”
อีกฝ่ายตาค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า“นะ... นี่มันกระบวนท่าที่ถูกพูดถึงกันนี่! ”
ผมโจมตีอย่างต่อเนื่องอีกครั้งโดยไม่พูดอะไร
……
สวบ!
สิ้นเสียงโจมตีครั้งสุดท้ายพระเลเวล 32 คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในกลุ่มก็ถูกผมฆ่าตายในที่สุด
