“เก็บสายตาไร้มารยาทของเ้าไปเสีย!” ในใจของอวิ๋นฮว๋ารู้สึกขยะแขยง เพียงมองก็ทราบว่าในใจของคนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
คนผู้นั้นหัวเราะฮี่ๆ ไขมันบนร่างกระเพื่อมไม่หยุด
“เวลาไม่คอยท่า ครั้งที่แล้วคุณหนูหกในจวนของพวกเราเกิดรักแรกพบกับคุณชายตอนที่เดินอยู่บนถนน ข้าจึง้าจะประสานเื่ดีๆ ของพวกเ้า” น้ำเสียงของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่มีอารมณ์อะไรมากนัก ทว่าบุรุษผู้นั้นฟังไม่ออก รู้เพียงแค่ว่าคุณหนูหกของจวนโหวเกิดรักแรกพบกับตนเอง? คิดไม่ถึงว่าตนเองจะยังมีเสน่ห์เช่นนี้ด้วย เขาพลันรู้สึกมีความสุขขึ้นมา
“จะ จริงหรือ? ฮ่าๆ ช่างตาถึงนัก!”
“เดิมทีคิดจะรอให้เ้าส่งเกี้ยวแปดคนหามมาสู่ขอนางถึงประตู แต่ว่าคุณหนูหกรอไม่ไหว คืนนี้จึงคิดจะร่วมหลับนอนกับเ้า ตอนนี้นางกำลังแช่น้ำรอเ้าอยู่”
อะไรนะ? บุรุษผู้นั้นร่างกายสั่นระริก เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ก็ยิ่งรู้สึกร่างกายรุ่มร้อนจนทนไม่ไหว มือใหญ่ๆ เริ่มที่จะดึงชายเสื้อของตนเองอย่างอยู่ไม่สุข “หยะ อยู่ที่ไหน? วางใจเถิด ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าคุณชายจูอย่างข้าให้ความสำคัญกับความรู้สึกเป็ที่สุด ข้าจะไม่ทำให้ความใฝ่ฝันของคุณหนูหกต้องผิดหวังโดยเด็ดขาด”
ถึงแม้ว่าในบ้านของเขาจะมีอนุภรรยาอยู่แล้วสามคน แต่นั่นล้วนเป็คนที่ตบแต่งกันหลังจากที่ตนบีบบังคับแม่นางของบ้านอื่นมา วันนี้มีคนหนูจวนโหวทุ่มเทความรักให้เขาเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง นี่ไม่ใช่เื่ดีๆ ที่ฟ้าประทานมาให้หรอกหรือ?
“เช่นนั้น ข้าเองก็ต้องอาบน้ำหรือไม่?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหันไปมองร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันปราดหนึ่ง พยายามอดกลั้นอาการคลื่นไส้ในท้อง “ไม่จำเป็ อีกสักครู่พวกเ้าก็ได้แช่น้ำคู่ยวนยางด้วยกันแล้ว!”
แช่น้ำคู่ยวนยาง? ช่างกล้าดีจริงๆ เลย! บุรุษร่างอ้วนยื่นมือออกไปถูไถที่ปาก
อีกด้านหนึ่ง
“หลี่ซาน ดึกขนาดนี้แล้ว เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?” ชุนเซียงมองบุรุษตรงหน้าอย่างสงสัย กลางคืนมืดมิดจึงทำให้เห็นสีหน้าย่ำแย่ของอีกฝ่ายได้ไม่ชัดเจน
“ใช่ ใช่แล้วขอรับ ภายในเรือนของฮูหยินเกิดเื่ขึ้นแล้ว ผู้น้อยอยากจะเชิญให้แม่นางชุนเซียงไปดูเสียหน่อย จะได้ช่วยตัดสินใจให้ดี” เพื่อชีวิตของตนเอง หลี่ซานทำได้เพียงทำตามคำสั่งของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า
“แต่ว่า...” นางกำลังรอคุณหนูอาบน้ำอยู่ วันนี้หมุนเวียนมาเป็หน้าที่ของนางพอดี เซี่ยเหอและอวี้เอ๋อร์ก็ไปดูแลอนุห้าและคุณชายสิบแล้ว
“เื่ราวไม่สามารถยืดเยื้อออกไปได้ หากช้ากว่านี้จะไม่ทันแล้วขอรับ!”
ชุนเซียงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้าเบาๆ “เ้านำทางเถิด”
ทั้งสองคนเดินออกมาจากเส้นทางลับที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น มุ่งหน้าเข้าไปใกล้เรือนของเหลยซื่อ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพาบุรุษร่างอ้วนผู้นั้นมาแล้วยื่นมือออกไปจับใบไม้สีเข้มที่อยู่ด้านข้าง “เข้าไปจากเส้นทางนี้ เร็วหน่อยเล่า คุณหนูหกรอไม่ไหวแล้ว”
“ทะ...ทางนี้หรือ?” บุรุษผู้นั้นมองไปยังสงสัยครู่หนึ่ง เบื้องหน้ามีใบไม้แ่าจนมองไม่เห็นปลายทางเช่นนี้ เป็เส้นทางนี้จริงๆ หรือ?
“ทำไม เ้าอ้วนขนาดนี้ยังจะกลัวตายอีกหรือ?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง
“หา? อะไรนะ?”
“อ้อ ข้าบอกว่าหากไม่รีบเสียหน่อย คุณหนูอาจจะโกรธและไม่แต่งกับเ้าแล้ว!”
“นี่ไม่ได้นะ! ไม่ใช่แค่มืดหรอกหรือ? เดินออกไปก็เห็นทางแล้ว!” เขาตบก้อนเนื้อบนหน้าอก มือใหญ่ๆ กวาดใบไม้ออกแล้วเข้าไปท่ามกลางความมืด
เมื่อคิดถึงคุณหนูที่มีเนื้อนวลขาวนุ่มกำลังอาบน้ำรอเขาอยู่ด้านใน บุรุษผู้นี้พลันคุกเข่าลงบนพื้น “ฮี่ๆ คุณหนูหก รอข้าก่อน...”
ด้านนอก ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าปรากฏรอยยิ้มอันมืดครึ้มออกมา ตอนนี้ก็แค่รอให้ท่านย่ามาเห็นเื่สนุกๆ แล้ว!
...
“เหล้า...ที่ใดยังมีเหล้าอยู่อีก...”
อู๋ฉางจวินเดินค้นหาอยู่บนเส้นทางเล็กๆ เพียงลำพัง แต่กลับได้ยินเสียงซ่าๆ อย่างแปลกประหลาด เขาที่ขัดเกลาอยู่ในค่ายทหารมาหลายปีพลันรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา ความเมามายเองก็หายไปแล้วสามส่วน “ผู้ใด?!”
หลี่ซานและชุนเซียง มองบุรุษที่โผล่ด้านหน้าของพวกเขาด้วยความใ “คุณชายท่านนี้คือ...”
ไหนเลยจะรู้ว่าหลี่ซานยังไม่ทันได้ตอบก็ถอยหลังวิ่งออกไปอย่างกะทันหัน ชุนเซียงตกตะลึง ยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองก็รู้สึกถึงลมเย็นๆ สายหนึ่งพัดปะทะเข้ามา พริบตานั้นอู๋ฉางจวินก็จับหลี่ซานกลับมาต่อหน้าชุนเซียง “เ้าเป็ใคร ทำไมเจอข้าแล้วต้องวิ่งหนีด้วย?!”
“หลี่ซาน ตกลงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”
บุรุษผู้นี้ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด ขาทั้งสองของเขาอ่อนแรง คุกเข่าลงต่อหน้าชุนเซียง “แม่นางชุนเซียง ขออภัย ขออภัยด้วยขอรับ...”
เกิดอะไรขึ้น หรือว่าเขาจงใจทำให้ตนออกมาจากเรือนไผ่ “แย่แล้ว! คุณหนู!”
ภายในห้องมีไอน้ำหนาทึบ ในอากาศมีกลิ่นยาฟุ้งกระจายอยู่บางๆ
อวิ๋นซูขมวดคิ้วเบาๆ “ชุนเซียง?”
น้ำใกล้จะเย็น แต่ชุนเซียงกลับหายไปนานมากแล้ว
ทันใดนั้น เสียงเบาๆ เสียงหนึ่งดังขึ้น บนหน้าต่างมีเงาของร่างหนาร่างหนึ่งประทับอยู่ อวิ๋นซูเห็นรูปร่างก็รู้ว่าเป็บุรุษผู้หนึ่ง อีกฝ่ายถึงกับเข้ามาในทางลับ “เป็ผู้ใด?!”
“ฮี่ๆ ที่นี่ไม่มีชุนเซียง มีแต่คุณชายจู!”
เสียงหัวเราะอย่างหื่นกระหายดังแว่วมาจากหน้าต่าง มือใหญ่ๆ คู่หนึ่งฉีกกระดาษตรงหน้าต่างออก ในใจของอวิ๋นซูใ ยืนขึ้นคว้าเสื้อผ้าที่อยู่บนฉากกั้นลม อย่างไรก็ตาม ้าเหลือเพียงชุดตัวในที่บางจนสามารถมองทะลุได้
สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้สวมเสื้อผ้าลงไป ก็จะกลายเป็งดงามยั่วยวนเพราะไอน้ำอยู่ดี อวิ๋นซูพลันมองเห็นคางหยาบๆ ของคนผู้นั้น
“เ้าโจรโอหัง!”
ใน่ขณะที่เกิดวิกฤติ มีเสียงไม่คุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้น มือใหญ่ๆ ทั้งสองพลันชักออกจากบนหน้าต่าง ได้ยินเสียงร้องโอดครวญเสียงหนึ่งดังแว่วมา
...
“ท่านย่าเ้าคะ ไม่ดีแล้วเ้าค่ะ! องครักษ์มารายงานว่ามีอันธพาลปีนกำแพงบุกเข้ามาในสวน มุ่งหน้าไปยังเรือนไผ่แล้วเ้าค่ะ!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพาคนมากลุ่มหนึ่ง ะโเรียกฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังนอนอยู่ให้ตื่นขึ้น ทุกคนรีบเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนไผ่ด้วยจิตใจอันร้อนรุ่มกระวนกระวาย พลันได้ยินเสียงะโของอู๋ฉางจวินเข้าพอดี
ไม่จริงหน่า ไม่ทันไรก็ถูกพบแล้วหรือ? แต่ว่าไม่สำคัญหรอก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้คำนวณเวลาอย่างแม่นยำแล้ว ต่อให้ถูกพบ อวิ๋นซูก็ถูกโจรชั่วบุกเข้าไปในตอนที่กำลังแช่น้ำอยู่ ชื่อเสียงก็นับว่าถูกทำลายแล้ว เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถูกทำลายไปจริงๆ เพียงแต่เป็เช่นนี้แล้วผู้ใดจะยัง้านาง? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชวงศ์ที่ให้ความสำคัญกับชื่อเสียงเป็อย่างมากเลย
“พวกเ้ายังตะลึงอะไรกันอยู่อีก?!” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นองครักษ์ทั้งสองที่ยังคงยืนเฝ้าอยู่บริเวณประตู มีโจรชั่วบุกเข้ามาพวกเขาถึงกับไม่รู้เื่เลยหรือ?
องครักษ์ทั้งสองคนนี้เพิ่งจะได้ยินเสียงร้อง นี่แปลกมาก ไม่มีผู้ใดเข้าไปจากตรงนี้เลย!
ทุกคนรีบพุ่งเข้าไปในเรือนไผ่ คิดไม่ถึงว่ากลับต้องยืนมองอย่างโง่งม บุรุษที่บุกเข้ามาในเรือนถูกอู๋ฉางจวินกดเอาไว้ที่พื้นและตีจนตายไปแล้ว หน้าต่างถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารีบะโ “น้องหกเล่า?!”
ทันใดนั้นมีแม่นมคนหนึ่งเดินเข้าไปในเรือน เมื่อเห็นไอน้ำที่ฟุ้งกระจายอยู่ภายใน แสดงว่าเสี้ยนจู่กำลังแช่น้ำอยู่กระมัง? นี่จะเป็เื่ดีไปได้อย่างไร หากเื่นี้แพร่ออกไป ชื่อเสียงของเสี้ยนจู่จะต้องเสียหายอย่างแน่นอน
ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าดูไม่ดีนัก ตอนนี้อวิ๋นซูคือบุคคลที่อยู่ในใจของรัชทายาท หากเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น พระองค์จะต้องคิดว่าจวนชางหรงโหวของพวกนางดูแลไม่ดี ถึงกับปล่อยให้คนชั่วบุกเข้ามาในเรือนไผ่ “พวกเ้าดูแลกันอย่างไร?!”
“ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดอภัยด้วยขอรับ ผู้น้อยไม่เห็นผู้ใดเข้าไปเลย ไม่ทราบว่าบุรุษผู้นี้ทำได้อย่างไร...” องครักษ์ที่มีหน้าที่เฝ้าประตูทั้งสองรีบก้มหน้าลง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยุติธรรมของอู๋ฉางจวิน เหตุใดเขาจึงอยู่ที่นี่ได้ ไม่ใช่ว่าดื่มจนเมามายอยู่กับพี่ใหญ่ในห้องแล้วหรือ? ถึงกลับมาทำให้เื่ดีๆ ของนางเสียหายหมด!
“ฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ โจรชั่วคนนี้ลักลอบเข้ามาจากทางเล็กๆ ทางด้านนั้นขอรับ” อู๋ฉางจวินเอ่ยปาก ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้มองไปทางเขา “คิดว่าคุณชายท่านนี้คงจะเป็คุณชายรองของจวนชางหย่วนโหวกระมัง? ครั้งนี้ลำบากคุณชายรองแล้ว”
อย่างไรก็ตามในใจของฮูหยินผู้เฒ่ากลับคิดว่าสถานการณ์เช่นนี้วิกฤตมากเกินไปแล้ว เกิดเื่ราวเช่นนี้ขึ้นถึงกับมีคนนอกอยู่ด้วย
แม่นมเข้าไปเนิ่นนานแล้ว ในใจของฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งไม่สงบ นางยังคงมีความหวังอยู่หลายส่วน ขออย่าให้เป็เช่นที่นางคิดเลย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเองก็กลั้นลมหายใจ ครั้งนี้ต่อให้หลิ่วอวิ๋นซูติดปีกก็บินหนีไปไม่พ้น!
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆ ดังขึ้น ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าเคร่งขรึมลง มองสตรีที่ถูกพาออกมา ผมเผ้าเปียกปอนเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าเพิ่งจะขึ้นมาจากการแช่น้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อนางเงยหน้าขึ้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับใอยู่ตรงนั้น
ไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซู แต่เป็ชุนเซียง!
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ...” ใบหน้าของชุนเซียงเต็มไปด้วยความรู้สึกอยุติธรรม นางดึงเสื้อผ้าบนร่างของนาง มองไปยังบุรุษร่างอ้วนที่ไร้ซึ่งลมหายใจบนพื้นอย่างโเี้
“ชุนเซียง ซูเอ๋อร์เล่า?”
เสียงฝีเท้าอันรีบร้อนดังขึ้น อวิ๋นซู เซี่ยเหอ และอวี้เอ๋อร์เดินตามมาจากด้านหลัง มองไปยังสถานการณ์ตรงหน้าด้วยใบหน้ามืดครึ้ม ชุนเซียงโถมตัวเข้าไปยังอ้อมกอดของผู้ที่มาถึง “คุณหนูเ้าคะ...”
อวิ๋นซูลูบหลังของนางเบาๆ “ไม่เป็ไรแล้ว ไม่เป็ไรแล้ว...”
เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่เชื่อ เดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “ชุนเซียง เ้ากำลังแช่น้ำสมุนไพรอยู่หรือ?”
“คุณหนูรองเ้าคะ คนในเรือนไผ่ของพวกเราล้วนมีนิสัยชอบแช่น้ำสมุนไพรจนเคยชินเ้าค่ะ” เซี่ยเหอกล่าวตอบ สายตาเช่นนั้นราวกับกำลังพูดว่า นี่ยังมีอะไรให้น่าถามอีกหรือ?
“เช่นนั้นเหตุใดจึงอยู่ในเรือนของน้องหก?” ความจริงแล้วการที่สาวใช้คนหนึ่งแช่น้ำอยู่ภายในเรือนของเ้านาย นับว่าไม่ได้ความเลยจริงๆ
“ท่านย่าเ้าคะ สองวันมานี้คุณชายสิบติดซูเอ๋อร์ยิ่งนัก ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับสนิท ดังนั้น่สองวันมานี้ซูเอ๋อร์จึงได้นอนด้วยกันกับอนุห้าและคุณชายสิบ ห้องของชุนเซียงอยู่ติดกัน ซูเอ๋อร์เกรงว่านางจะไวต่อเสียงร้องของคุณชายสิบจึงให้นางมาพักภายในห้องของซูเอ๋อร์เ้าค่ะ” เช่นนี้ก็นับได้ว่ากล่าวชัดเจนแล้ว
“น้องหกนอนเป็เพื่อนกับคุณชายสิบ แล้วเหตุใดใดผมเผ้าจึงได้เปียกเล่า?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีท่าทาง้าเปิดโปงคำโกหกของพวกนาง
“คุณชายสิบซนยิ่งนัก จึงทำน้ำหกลงบนผมของคุณหนู...”
“เอาล่ะ! ในเมื่อไม่เกิดเื่อะไรขึ้นก็ดีแล้ว คนผู้นี้ก็ตายไปแล้ว แต่จะต้องไม่ให้เกิดเื่ราวเช่นนี้อีกเป็อันขาด!” ไม่ว่าความจริงของเื่ราวจะเป็อย่างไร แต่ตอนนี้มีสายตาของผู้คนกำลังจับจ้องอยู่ อวิ๋นซูเดินเข้ามาจากด้านนอก ไม่ได้ถูกโจรชั่วผู้นี้เอารัดเอาเปรียบเลยแม้แต่น้อย! มีเพียงสาวใช้ชุนเซียงที่ได้รับความลำบากเท่านั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปยังอู๋ฉางจวิน “ข้าต้องขอบคุณคุณชายรองด้วย!”
“ไม่ๆๆ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่จำเป็ต้องเกรงใจเช่นนี้ขอรับ! ข้ากับอวิ๋นเฟิงสนิทสนมกันดั่งพี่น้อง ลงมือช่วยเหลือก็เป็เื่สมควรแล้ว! โชคดีที่เ้าโจรชั่วผู้นี้ไม่ได้บุกเข้าไปในห้อง มิฉะนั้นสาวใช้ที่คล่องแคล่วปราดเปรียวและฉลาดเฉลียวเช่นนี้ของจวนท่านก็น่าเสียดายแล้ว”
คำพูดของอู๋ฉางจวินแฝงไปด้วยความหมาย มีเพียงอวิ๋นซูและชุนเซียงเท่านั้นที่เข้าใจ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจ้องมองใบหน้าของอวิ๋นซู ราวกับ้าเห็นอะไรบางอย่างจากท่าทางของนาง
“ขอบคุณพี่สาวมากเ้าค่ะที่ใส่ใจอวิ๋นซูถึงเพียงนี้”
น้ำเสียงนิ่งเรียบเช่นนั้นราวกับลูกศรน้ำแข็งทิ่มแทง ทว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย “นี่เป็เื่สมควรอยู่แล้ว” สายตามองสลับไปมาระหว่างอวิ๋นซูและชุนเซียง
ในตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงดังขึ้นมา “รายงานฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ หลี่ซานถูกพบว่าตายอยู่ที่เรือนข้างของเรือนฮูหยินขอรับ”
อะไรนะ?!
