เมื่อกลับมาจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่า อวิ๋นซูก็ได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ นางก้าวเข้ามาในเรือนไผ่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสามัคคี ทั้งสองคนที่เดิมทีเปรียบเหมือนน้ำกับไฟ ตอนนี้กลับนั่งอยู่ตรงข้ามกัน
“ฮ่าๆๆ สีของเ้าร้ายกาจมาก ล้างไม่ออกจริงหรือ?”
“ที่ไหนกัน ข้าหลอกหลิ่วอวิ๋นฮว๋าต่างหาก! อยากจะเห็นท่าทางบ้าคลั่งของนาง!” เฟิ่งหลิงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ทันใดนั้นราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “หน้าของเ้าเป็อะไรหรือ?”
“...ก่อนหน้านี้ไม่ระวังจึงถูกไฟเผา”
เฟิ่งหลิงไม่เยาะเย้ยใบหน้าดุจลูกแมวลายของหลิ่วเฉิงซีอีก แต่กลับทำเสียงจุ๊ๆ “เหตุใดจึงไม่ระวัง วางใจเถิด พี่ซูมียาดี รับรองได้เลยว่าจะรักษาแผลของเ้าได้!”
คนเ้าเล่ห์เช่นนี้กลับรู้จักปลอบใจผู้อื่นด้วย
หลิ่วเฉิงซียิ้มด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก “ความจริงแล้ว ภาพที่เ้าวาดไม่น่าเกลียดเลยสักนิด”
“จริงหรือ? ฮ่าๆ เช่นนั้นข้าจะวาดให้เ้ารูปหนึ่ง!”
“จริงหรือ?” สายตาของหลิ่วเฉิงซีเปล่งประกาย หากแขวนรูปใหญ่ถึงเพียงนั้นไว้ในห้อง จะต้องโดดเด่นเป็แน่ อีกทั้ง...ดวงตาของนางสุกสว่างหาที่เปรียบ ราวกับดวงดาวที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า
“อืม จะวาดรูปเกี้ยวหลังหนึ่งกับซาลาเปาลูกหนึ่งเป็อย่างไร”
“...”
สาวใช้ทั้งสามภายในเรือนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ คุณหนูเจ็ดเฟิ่งและคุณชายซียังอายุน้อยถึงเพียงนี้ ไม่เข้าใจว่าจะแก้แค้นอย่างไร จึงก่อกวนไปก็เท่านั้น ช่างน่าอิจฉาเสียจริง
“พี่ซู!” ในที่สุดเฟิ่งหลิงก็สังเกตเห็นถึงสตรีงดงามที่ก้าวเข้ามาในเรือน พลันละจากหลิ่วเฉิงซีเดินตัวลอยเข้าไปแล้วโถมตัวเข้าสู่อ้อมอกของนาง
คุณชายน้อยตกตะลึง มองดูท่าทางสนิทสนมกันของพวกนางทั้งสองคน ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเปรี้ยวฝาด นั่นเป็พี่ซูของเขาถึงจะถูก เพียงแต่ไม่ทราบว่าพี่ซูชอบตนเองมากกว่าหรือชอบเฟิ่งหลิงมากกว่า?
“พี่ซู ชอบภาพวาดที่หลิงเอ๋อร์มอบให้หรือไม่เ้าคะ?”
อวิ๋นซูเห็นรูปภาพในมือของข้ารับใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกแล้ว ไม่ว่าจะวาดออกมาอย่างไร นี่ก็เป็น้ำใจของนาง “ชอบ”
“จริงหรือ? เช่นนั้นพี่ซูคิดจะแขวนไว้ที่ใด?” สายตาของเฟิ่งหลิงสว่างวาบ ท่าทางเช่นนั้นราวกับกำลังพูดว่า ยิ่งแขวนไว้ในที่ที่สะดุดตายิ่งดี
ชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะสนใจขึ้นมา “คุณหนูเ้าคะ มิสู้แขวนไว้ตรงประตูเรือนไผ่ ทำเป็แผ่นป้ายเป็อย่างไรเ้าคะ?”
ความคิดนี้ฟังดูแล้วไม่เลวเลย แต่เฟิ่งหลิงคิดใคร่ครวญ “ไม่ได้ไม่ได้ หากทำเช่นนี้ ฝนตกลงมาไม่เปียกหมดหรือ? นี่เป็หยาดเหงื่อของข้ากับพี่สามนะ!”
หัวใจของอวิ๋นซูสั่นไหว คุณชายสามเฟิ่ง?
“พี่สามของเ้า?”
เฟิ่งหลิงไม่ทันระวังจึงหลุดปากไป ทันใดนั้นจึงแลบลิ้นออกมา “...อืม พี่สามช่วยข้าลงสีนิดหน่อย แน่นอนว่า แค่นิดเดียวเท่านั้น!”
ทุกคนมองท่าทางของนาง พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้
“คุณชายสามเฟิ่ง...สุขภาพเป็อย่างไรบ้าง?” ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงคลื่นอารมณ์ในสายตาของนาง
“อืม ก็เป็เช่นเดิม มักจะถูกท่านย่าขังไว้ในห้องไม่ยอมให้เขาออกมา!”
ฟังจากน้ำเสียงของคุณหนูเจ็ด นับว่าไม่มีอะไรร้ายแรง อวิ๋นซูสามารถยกก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ในใจออกไปได้ จึงยิ้มมองคุณหนูคุณชายตรงหน้าที่เล่นจนทะเลาะกันขึ้นมา
อีกด้านหนึ่ง นอกเรือนฮูหยินผู้เฒ่า เงาร่างหนึ่งเดินไปเดินมาอย่างลังเล
อนุสี่มองไปข้างในเป็ระยะ แม่นมผู้นั้นมองปราดเดียวก็พบนาง “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ อนุสี่ยืนอยู่ด้านนอกเ้าค่ะ”
“คุณชายแปดและคุณชายเก้าเล่า?”
แม่นมมองเวลา “ยามนี้ควรจะอยู่ที่ห้องเรียนเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก้มหน้าจิบชา “อืม เมื่อถึงเวลาก็รับพวกเขาเข้ามาจากทางประตูข้าง”
ความหมายของนางก็คือไม่ให้อนุสี่เห็นพวกเขา
หลายวันมานี้ ทุกวันอนุสี่มักจะปรากฏตัวในเวลาที่ไม่ต่างกัน คิดว่าจะสามารถเห็นคุณชายแปดและคุณชายเก้าสักครั้ง แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจิตใจแน่วแน่้าทำโทษที่นางอบรมลูกได้ไม่ดี ทุกครั้งอนุสี่จึงทำได้เพียงกลับไปด้วยความสิ้นหวัง
อารมณ์มืดมนราวกับมีหินหนักหนึ่งพันจินกดทับเอาไว้ อนุสี่ตำหนิตัวเองไม่หยุด เป็ตนเองที่ไม่มีความสามารถดูแลลูก
เงาร่างที่วาบผ่านไปเบื้องหน้าทำให้นางปรายตามอง เห็นหลิ่วอวิ๋นชิงเดินอยู่คนเดียวในสวน ในสมองของอนุสี่พลันเปล่งประกาย ใช่แล้ว เหตุใดตนเองจึงคิดไม่ถึง จากนั้นจึงยกชายกระโปรงขึ้นแล้วรีบกลับไปที่เรือน
่นี้ระหว่างหลิ่วอวิ๋นชิงและอนุสี่พูดคุยกันไม่มาก เหตุผลไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็เพราะจิตใจของอนุสี่กังวลเื่คุณชายทั้งสอง ส่วนหลิ่วอวิ๋นชิงก็ยังโกรธนางอยู่ในใจ
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา อนุสี่ก็ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิความผิดของหลิ่วอวิ๋นชิงอีก ตนเองสูญเสียคุณชายทั้งสองไป หวังเพียงว่าคุณหนูห้าจะสามารถอยู่ข้างกายนางได้อย่างสงบเสงี่ยมปลอดภัย ไม่อยากให้ก่อความผิดอะไรอีก จะอย่างไรก็เป็เืเนื้อจากร่างกายของนาง จะให้จะตำหนิบุตรสาวได้อย่างไร
เมื่อหลิ่วอวิ๋นชิงกลับมา มองไปยังอาหารอันอุดมสมบูรณ์บนโต๊ะอย่างสงสัย ยิ่งไปกว่านั้นล้วนเป็อาหารที่นางชอบทั้งหมด
วันนี้อี๋เหนียงเป็อะไรไป? ไม่เศร้าแล้วหรือ ยังมีใจมาเตรียมของเหล่านี้ให้ตัวเองอีก?
“อวิ๋นชิง เ้ากลับมาแล้ว” ใบหน้าของอนุสี่เจือไปด้วยรอยยิ้ม หลิ่วอวิ๋นชิงเกือบจะคิดว่าตนเองฝันไป ผ่านไปเนิ่นนานจึงจะตอบรับคำหนึ่ง “...อืม”
“เร็วเถิด อาหารเย็นหมดแล้ว”
เมื่อเห็นอี๋เหนียงของตนวุ่นวายจัดอาหารให้ตัว ความรู้สึกอันอบอุ่นที่ห่างหายไปนานพลันเอ่อล้นขึ้นในใจ นานเท่าไรแล้ว ที่อี๋เหนียงไม่สนใจว่าตนเองจะทานมากหรือทานน้อย เมื่อก่อนตอนที่คุณชายแปดและคุณชายเก้ายังอยู่ นางสนใจดูแลเพียงพวกเขา ต่อให้ตนเองกินเหลือครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า นางก็ไม่สังเกตเห็น
หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกว่าอาหารวันนี้อร่อยมาก ในใจยิ่งรู้สึกโล่งสบาย จริงดังคาด ขอเพียงน้องชายร่วมมารดาทั้งสองคนไม่อยู่ จิตใจของอี๋เหนียงก็จะอยู่บนร่างของตน
หลังจากลมพัดพาเมฆผ่านไป นางก็ดื่มชาถ้วยหนึ่งอย่างพึงพอใจ อนุสี่จึงนั่งลง ท่าทางเช่นนั้นเจือไปด้วยความประจบประแจงอยู่หลายส่วน
“อวิ๋นชิง หลายวันมานี้เ้าพบคุณชายแปดและคุณชายเก้าหรือไม่”
หลิ่วอวิ๋นชิงชะงักค้างไปทั้งร่าง หยุดการเคลื่อนไหวของตนแล้วมองไปยังสตรีข้างกาย
“พวกเขาอยู่ที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าจนคุ้นชินแล้วหรือไม่? เ้าก็รู้ว่าน้องแปดของเ้าั้แ่เล็กมารู้จักเพียงเตียงนอนเท่านั้น อี๋เหนียงกลัวว่าเขาเสียเตียงนอนของตนไปแล้วจะนอนไม่หลับ”
ที่แท้ วันนี้อี๋เหนียงดีกับนางถึงเพียงนี้ก็เพราะน้องแปดและน้องเก้า! เหตุใดนางจึงคิดไม่ถึงกัน ฮ่าๆ สุดท้ายแล้ว ต่อให้พวกเขาไม่อยู่ข้างกาย อี๋เหนียงก็ยังคงคิดถึง แต่กลับไม่เห็นนางที่อยู่ตรงหน้า
“เช่นนั้นอี๋เหนียงคิดจะส่งเตียงไปที่เรือนท่านย่าหรือ?”
“มิใช่ ข้าเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง เ้าช่วยอี๋เหนียงมอบให้พวกเขา ท่านย่าของเ้าไม่ยอมให้ข้าเจอพวกเขาสองคน มีแต่เ้าที่สามารถทำได้” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ให้ตนเองพบ แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่ให้อวิ๋นชิงพบ ไม่เช่นนั้นก็จะไร้ไมตรีเกินไปแล้ว
“เช่นนั้นเหตุใดอี๋เหนียงไม่ให้น้องหกไปส่งเ้าคะ” นางไม่รู้จักไปขอความช่วยเหลือจากอวิ๋นซูหรือ
“หย่งจี๋เสี้ยนจู่เป็คนชั้นสูงมีธุระมากมาย หลายครั้งหลายคราที่นางไม่อยู่ที่เรือนไผ่ อย่าไปรบกวนคนนอกเลย”
ดังนั้นจึงมารบกวนคนกันเองอย่างนั้นหรือ? หลิ่วอวิ๋นชิงยิ้มอย่างเ็าอยู่ในใจ แต่กลับยื่นมือออกไปรับจดหมายฉบับนั้น “ทราบแล้วเ้าค่ะ พรุ่งนี้จะส่งให้คุณชายแปดและคุณชายเก้า”
“อย่าลืมถามพวกเขาว่า้าอะไรหรือไม่” อนุสี่ไม่ได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงแม้แต่น้อย
“...เ้าค่ะ”
ส่งให้น้องแปดและน้องเก้า? หลิ่วอวิ๋นชิงยืนอยู่ภายในเรือนที่ไม่มีคน มองจดหมายในมือด้วยสายตาเ็า
ในความคิดของนาง อี๋เหนียงกังวลเกินไป สามารถไปอยู่ที่เรือนท่านย่าได้ก็เป็โชคชั่วชีวิตของน้องแปดและน้องเก้าแล้ว! อยู่กับท่านย่าย่อมต้องมีอนาคตมากกว่าอยู่กับอี๋เหนียง แต่นางอดไม่ไหวกลัวว่าลูกรักทั้งสองคนของนางจะมีปัญหาหรือ? เช่นนั้นตนเองเล่า? ในใจของอี๋เหนียงตนเองนับเป็อะไรได้?!
หลิ่วอวิ๋นชิงกำจัดหมายฉบับนั้นจนแน่น อี๋เหนียงสนใจแต่น้องแปดและน้องเก้าจะมีชีวิตดีหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ถามตนเองว่าอยู่ดีหรือไม่? ยิ่งเป็เช่นนี้ นางยิ่งไม่อยากเห็นน้องชายแท้ๆ สองคนนั่น!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นชิงจุดไฟแล้วเผาจดหมายในมือ สุดท้ายเมื่อใกล้จะลวกมือก็ปล่อยออก มองขี้เถ้าปลิวไปตามลม
...
ในวันนี้
ประกายสีทองโลมเลียอยู่บนใบไม้ที่ร่วงหล่น บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
หลังจากที่ส่งคุณชายแปดและคุณชายเก้าออกจากเรือน หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกว่าในหูเงียบลงไม่น้อย หลายวันมานี้อนุสี่ให้นางไปส่งจดหมายให้คุณชายทั้งสอง แต่ถูกหลิ่วอวิ๋นชิงเผาจนหมด ในใจของนางไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับไม่พอใจอนุสี่มากขึ้นเรื่อยๆ
ทิวทัศน์งามเช่นนี้ นางเดินทอดน่องอยู่ในเรือน ดูเหมือนว่าเป็เื่นานมาแล้ว สตรีใต้ต้นไม้ยิ้มออกมา เล่นใบไผ่ภายในมือ คิดถึงท่าทางหดหู่มืดมนของอี๋เหนียงของตน รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งลึกล้ำมากขึ้น
คิ้วขมวดเบาๆ นางอดไม่ได้ที่จะมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น คลอดลูกชายได้แล้วเป็อย่างไร? ไม่สามารถสอนสั่งได้ สุดท้ายก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร
ในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงยิ่งรู้สึกลำพองใจ อดไม่ได้ที่จะใช้ใบไผ่ปิดเสียงที่ออกมาจากปากของนาง
อย่างไรก็ตามเพิ่งจะเดินไปครึ่งหนึ่ง ภายในเรือนไผ่กลับมีเสียงทารกร้องดังออกมาเป็ระยะ
พริบตานั้น ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นชิงเ็ามากขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากก็กลายเป็รอยยิ้มถากถาง
หลิ่วอวิ๋นซูคนนี้รู้ไปทุกอย่างเลยหรือ? รักษาโรคระบาดได้ ปราบโจรได้ กระทั่งทำคลอดก็ไม่เว้น! วันนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่แล้วมีหน้ามีตาหรือ? นางจะคอยดูว่าหลิ่วอวิ๋นซูจะมีหน้ามีตาได้จนถึงเมื่อไร!
คิดไป หลิ่วอวิ๋นชิงก็อดไม่ได้ที่จะจะอ้าปากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างไรก็ตามตอนนี้กลับมีเงาร่างหล่อเหลาผู้หนึ่งผ่านไปเบื้องหน้า
นางพลันตกตะลึง กระทั่งหลบไปหลังเสาที่อยู่ด้านข้าง กุมหัวใจตนเอง โผล่หัวไปมองอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงกวาดตามองไปอย่างจับผิด
บุรุษ?
ไม่ถูก ครั้งที่แล้วนางก็ลำบากเพราะหลิ่วอวิ๋นซูแต่งกายเป็บุรุษ สุดท้ายจึงถูกทำโทษ แล้วยังทำให้ท่านย่ามองตนเองไม่ดีอีกด้วย
ในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงระแวดระวังอยู่หลายส่วน ยกกระโปรงขึ้นวิ่งเหยาะๆ เข้าไปใกล้ ในใจพลันรู้สึกโกรธขึ้นมา
น่ารังเกียจ เป็นางอีกแล้ว! กลางวันแสกๆ แต่งตัวเช่นนี้ นางอยากจะเห็นจริงๆ ว่าวันนี้นังชั้นต่ำนี่จะทำอะไร! ครั้งที่แล้วทำร้ายนางอย่างอนาถถึงเพียงนั้น ครั้งนี้ตนเองจะจับผิดนางให้ได้
นางสงบสติอารมณ์ ตามหลังอวิ๋นซูไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ที่น่าประหลาดใจก็คือ นางตามไปเป็ระยะทางไกลมากแล้ว แต่คนตรงหน้าดูเหมือนไม่มีความคิดที่จะหยุดสักที
นาง้าไปที่ไหนกันแน่? คงจะไม่เห็นตนเองจึงตั้งใจเดินอ้อมหรอกกระมัง? ในใจของหลิ่วอวิ๋นชิง อวิ๋นซูเป็คนฉลาดแกมโกง อย่างไรก็ตามยิ่งนางระมัดระวังตัวเช่นนี้ หลิ่วอวิ๋นชิงยิ่งรู้สึกว่าในใจของนางต้องมีแผน
ไม่แน่ว่าการตามนางไป อาจจะทำให้ตนเองพบความลับอะไรก็เป็ได้?
