“ชิงิ... ข้าขอบคุณเ้ามาก!” หลิวยวนขอบคุณนางจากใจจริง
เด็กสาวยังคงยกยิ้มดุจเก่าทว่าเน้นน้ำเสียงชัดเจน “พวกเราเป็พี่น้องกันไม่ใช่หรือ?”
นางให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้เชียวหรือ!
ผ่านไปชั่วครู่จึงเห็นต้วนชิงิออกมาจากเรือนต้วนอวี้ เดินเลาะเรียบผ่านสวนด้านหลังจวนสายตาเหลือบไปเห็นไป๋หย่วนฮ่าวยืนอยู่ตรงนั้น นานเท่าไรก็สุดรู้
เด็กสาวหยุดนิ่งคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็เดินไปยืนอยู่ห่าง พูดกับเขา
“ขอบคุณสำหรับเื่เมื่อวันก่อน!”นางพูดผ่านดอกไม้ใบหญ้าด้วยน้ำเสียงที่เ็าและเหินห่างทำให้เขาหมุนตัวกลับมามองอย่างช้าๆ
วันนี้ต้วนชิงิใส่ชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนปักลวดลายดอกเหมยรอบตัว ช่วยขับเน้นให้ร่างอรชรอ้อนแอ้นยามนี้ดูอ่อนหวานผูกผ้ารัดเอวสีขาว คลุมทับด้วยเสื้อโปร่งบางสีเดียวกับผ้ารัดเอวงามเฉิดฉันราวกับเทพธิดาเส้นผมดำขลับถูกรวบยกขึ้นสูงเผยลำคอระหงปักปิ่นลายดอกเหมยเข้าชุด แม้ดูเรียบง่ายแต่งดงามเมื่ออยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาหลากสีแย้มบานทั้งสีม่วงและแดงยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร
เขายืนนิ่งงันมองไปยังผู้ที่มาใหม่กล่าวเสียงแหบพร่า “เ้า... ขอบคุณข้าหรือ?” เขาตั้งใจมารอนางถึงที่นี่ คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินแค่เพียงคำว่า‘ขอบคุณ’
นางยังคงมองไปยังศาลาด้านหน้าที่มีพุ่มไม้สีเขียวยกยิ้มบาง “ชิงิต้องขอบคุณคุณชายไป๋ที่ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตของต้วนอวี้เมื่อวันก่อน!”
แววตาไป๋หย่วนฮ่าวค่อยๆหม่นหมองลง กัดฟันพูดตอบกลับ “ไม่เป็ไร!”
นางไม่รู้ฐานะของนางเองหรือไม่รู้ฐานะของเขากันแน่?
รู้หรือไม่เหตุใดเขาจึงต้องช่วยนาง?
เขาหาได้สนใจที่ล่วงเกินหลิวอี๋เหนียงกับต้วนอวี้หรานไว้แม้สักนิดแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็คำพูดแค่คำว่า ‘ขอบคุณ’เท่านั้นหรือ ทำไมนางถึงได้เืเย็นขนาดนี้?
นางพูดจบก็ขอตัวลาโดยไม่สบตากับเขาแม้แต่น้อย “เช่นนั้นข้าไปก่อนไม่รบกวนคุณชายไป๋ชมบรรยากาศเ้าค่ะ!”
ในทันทีไป๋หย่วนฮ่าวก็หัวเราะแห้งๆ ออกมา ที่จริงเขาอยากจะถามนางว่าเขามีตรงไหนที่สู้หลิวยวนไม่ได้?
นางกับเขามีสัญญาหมั้นหมายไว้แต่นางกลับไม่เคยไว้หน้าเขาเลย พูดคุยหัวเราะกับหลิวยวนแต่กับเขาไม่เคยเลยแม้สักครั้งเหมือน้าจะบอกว่ามีเพียงหลิวยวนที่ช่วยชีวิตน้องชายของนาง
เช่นนั้นเขาเคยช่วยชีวิตน้องชายนางมาแล้วหนึ่งครั้งวันข้างหน้าจะช่วยอีกสิบครั้ง ร้อยครั้ง!
กระทั่งจะยืนพูดกับเขายังต้องยืนห่างถึงเพียงนั้นแต่นางกลับเรียกหลิวยวนเป็พี่ชายและนางเป็น้องสาว นางรู้จักกับหลิวยวนก่อนเขาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นทำให้ช่องว่างห่างเหินถึงเพียงนี้เลยหรือนางยอมรับในตัวหลิวยวนแต่ไม่ยอมรับเขาเพียงเพราะเวลาไม่กี่วัน
ต้วนชิงิเหตุใดถึงโหดร้ายเพียงนี้?
เขามองอีกฝ่ายไกลๆ กำสองมือไว้แน่น อยากจับนางมากรีดหัวใจดูว่าข้างในนั้นมีอะไร!
ต้วนชิงิเดินผ่านสวนดอกไม้น้อยใหญ่ทั้งสีม่วงและแดงยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นขึ้นมาแต่สำหรับไป๋หย่วนฮ่าวทั้งตัวและหัวใจของนางช่างเหินห่างออกไปไม่สามารถจับต้องทำได้เพียงแค่มองดูจากที่ไกลๆ เท่านั้น
เขามองตามหลังนางไปเห็นเพียงด้านหลังที่ค่อยๆเดินห่างออกไป ห่างเสียจนเขากลัวว่าจะไปไม่ถึงภายในใจกลับพะว้าพะวัง ที่สุดก็ทนต่อไปไม่ไหวจึงะโออกไปด้วยความโกรธ
“ต้วนชิงิหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!”นางหยุดฝีเท้าลงหันหลังกลับมา
“ไม่ทราบว่าคุณชายไป๋เรียกชิงิด้วยเื่อันใดหรือเ้าคะ?”
ไป๋หย่วนฮ่าวใอีกครั้งไม่รู้ว่าเขาะโเรียกนางทำไมหรือเพราะว่าความพะว้าพะวังเมื่อครู่ทำให้จิตใจไม่สงบ เขากลัวว่าถ้าพูดออกไปนางคงจะไม่เชื่อ
ผ่านไปครู่เดียวจึงถามขึ้น
“ต้วนชิงิ เ้าลองบอกข้าสิว่าคิดยังไงกับข้า?”ถ้านางกล้าพูดว่าไม่มีความรู้สึกกับเขา... เขาจะ... เขาจะ...!
แต่ที่นี่เป็จวนต้วนการหมั้นหมายยังไม่ได้รับการตกลงจากต้วนเจิ้งทั้งยังไม่ได้ตกลงสินสอดจึงไม่สามารถถือเป็สัญญาแต่งงานที่เป็ทางการได้ ถ้าต้วนชิงิจะไม่ยอมรับก็ไม่แปลกดังนั้นต่อให้ต้วนชิงิบอกว่าไม่มีความรู้สึก เขาก็ทำอะไรไม่ได้!
สีหน้าท่าทางของเขาคล้ายกังวลพลางกุมมือไว้แน่นทว่าอีกฝ่ายยังคงยิ้มบาง ตอบกลับเนิบช้า
“คุณชายไป๋เป็แขกของจวนต้วนก็เท่ากับเป็แขกของชิงิ ถ้ามีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องสามารถบอกกับชิงิได้...”
ในชาตินี้ไป๋หย่วนฮ่าวกลับมาถามนาง เขารู้หรือไม่ว่าคำถามนี้นางถามเขาหลายครั้งหลายคราเมื่อชาติที่แล้ว! ในเมื่อเขาไม่ชอบนางทำไมต้องแต่งกับนางกระทั่งตอนสุดท้ายยังส่งให้นางและลูกชายลูกสาวต้องตายอย่างน่าเวทนา
ฉะนั้นในชาตินี้นางจึงเลือกปล่อยมือและจะช่วยส่งเขาให้กับคนที่รักเขาคนนั้น!
พูดจบก็ขอตัวลา
หลังจากที่หมุนตัวเดินจากไปในใจของต้วนชิงิพลันโล่งขึ้นเป็ปลิดทิ้ง หวนคิดคะนึงถึงเื่ในกาลก่อนเพราะรูปร่างหน้าตาของนางใช่หรือไม่ที่ทำลายชีวิตนางนางเชื่อว่าไม่ว่าชายหนุ่มคนไหนเห็นก็ไม่มีทางชอบ แล้วนับประสาอะไรกับไป๋หย่วนฮ่าวที่ชอบความสมบูรณ์แบบเล่า
แม้นางจะสามารถปล่อยวางเื่บางเื่ในกาลก่อนได้จริงทว่าเื่บางเื่ก็คงไม่เกี่ยวกับชาติภพหรือเวลา หากถูกกำหนดให้ไร้วาสนาต่อกันต่อให้ฝืนเพียงไรก็เป็เวรเป็กรรมต่อกันเท่านั้น
เป็เพียงแขกเท่านั้นหรือ?
เหมือนมีเสียงหัวเราะดังลั่นก้องหูของเด็กหนุ่มละม้ายเยาะเย้ยที่เขาคิดกับนางไปเอง ในสายตาของนางอย่างมากเขาก็เป็ได้แค่แขกแค่นั้น!
เขามองตามอีกฝ่ายไปจนลับสายตาความรู้สึกเต็มไปด้วยความโกรธเกลียดจนพูดไม่ออก ได้แต่กำมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในิั...ต้วนชิงิในเมื่อทำแบบนี้กับเขาก็อย่าหาว่าเขาโเี้!
ด้านพุ่มไม้อีกฝั่งเงาของต้วนอวี้หรายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พูดเสียงดังลั่น
“พี่ไป๋ๆๆๆ”
ต้วนอวี้หรานกำลังวิ่งเข้ามาสายตาของไป๋หย่วนฮ่าวแสดงความรู้สึกรังเกียจของออกมาพริบตาเดียวก็หายไปเมื่อมองไปยังต้วนชิงิที่มีแต่ความเ็าต่อเขาจึงคลายมือออกและยิ้มออกมา
“อวี้หราน...”
นางวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อเห็นใบหน้าของไป๋หย่วนฮ่าวเปื้อนรอยยิ้มก็ยิ่งหลงใหลมากขึ้น
ในสวนดอกไม้ไกลออกไปชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งรวบผม มีใบหน้าหล่อเหลา แม้จะสวมเพียงชุดสีขาวกลับโดดเด่นไม่เหมือนใคร ยืนพิงรั้วแกะสลักที่ศาลายามเมื่อพระพายพัดมาทำให้ผมยาวดำขลับปลิวลู่ลมราวกับเป็เทพที่หลุดมาจากภาพวาด
และสิ่งที่ดึงดูดมากที่สุดคือดวงตาเป็ประกายคู่นั้นเมื่อขยับมาหยุดที่ร่างของนาง จึงทำให้นางยิ้มสดใสออกมา ละม้ายตกอยู่ในภวังค์รอยยิ้มที่ไม่สามารถช่วยตัวเองให้หลุดออกมาได้
ไป๋หย่วนฮ่าวมองหน้าเด็กสาวผู้มาใหม่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มด้วยรอยยิ้มทว่าภายใต้แววตาที่เป็ประกายกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชัง เขารีบเปลี่ยนสายตาพลางเอื้อนเอ่ยวาจาสนิทสนมเข้าทีกับต้วนอวี้หราน
“น้องอวี้หรานเตรียมตัวจะไปไหนหรือ?”
อีกฝ่ายหน้าแดงขึ้นมาเมื่อไป๋หย่วนฮ่าวถามประโยคนี้
วันนี้นางตั้งใจแต่งตัวเป็พิเศษ
ชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบผ้าคาดเอวสีเดียวกันผูกเป็รูปโบว์ รวบผมขึ้นสูงเสียบปิ่นอัญมณีแปดอย่าง การแต่งตัวที่แม้จะดูร่ำรวย ทว่ากลับไม่เข้ากับสถานที่
ไป๋หย่วนฮ่าวไล่มองไปที่นางเห็นเพียงใบหน้าขาวใสซีดราวกับหยกแต่งแต้มด้วยผงสีขาวทำให้ไม่ชวนพิศ
