“คุณชายเย่ เธอยังจำฉันได้ไหม?” โจวจิ่นจือนั่งลงข้างๆ เย่ฝานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “จำได้สิครับ! คุณคือพ่อค้าหน้าเืในร้านขายหยกคนนั้น ของที่ฝากส่ง ส่งไปหรือยังครับ!”
“ยังไม่ได้ส่งเลย” โจวจิ่นจือตอบกลับ
เย่ฝานพูดพลางขมวดคิ้ว “คุณทำงานได้แย่มากเลย!”
“ต้องขอโทษจริงๆ!” โจวจิ่นจือพูดพลางหัวเราะออกมา
“ช่างเถอะ!”
“คุณชายเย่ ใบสั่งยาที่เธอให้ฉัน เธอได้มาจากไหน?” โจวจิ่นจืออดถามขึ้นไม่ได้
ก่อนหน้านั้น โจวจิ่นจือโทรศัพท์ไปคุยกับผู้าุโไป๋ เพื่อเล่าว่าเขาได้พบกับยอดฝีมือพิสดารที่สามารถเขียนใบสั่งยาเพื่อรักษาโรคของไป๋อวิ๋นซีได้ ตอนนั้นคิดว่าเขาจะพูดเล่นเท่านั้น แต่หลังจากผู้าุโไป๋นำใบสั่งยาไปให้หมอประจำตระกูลไป๋ดู หมอกลับรู้สึกเลื่อมใสและศรัทธาผู้ที่เขียนใบสั่งยานี้เป็อย่างมาก ถึงกับกล่าวว่าได้เห็นการจัดยาเช่นนี้ตายไปก็ไม่เสียดายแล้ว หมอเทวดา... นี่มันหมอเทวดาโดยแท้!
ผู้าุโไป๋ถึงกับโทรกลับมาหาเขา ขอร้องให้โจวจิ่นจือพาเขาไปพบกับยอดฝีมือพิสดารคนนั้นให้ได้
“ผมเขียนเองน่ะสิ!” เย่ฝานตอบ
โจวจิ่นจือ “…”
“อาการของเขากำเริบครั้งล่าสุดคือสองปีครึ่งที่ผ่านมาใช่หรือไม่” เย่ฝานถาม
โจวจิ่นจือพยักหน้าแล้วตอบว่า “ถูกต้องแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ยังเหลือเวลาอีกครึ่งปี” เย่ฝานพูดพร้อมส่ายหน้า
โจวจิ่นจือมองเย่ฝานแล้วถามว่า “เธอมีวิธีรักษาไหม!” โจวจิ่นจือและคุณปู่บ้านตระกูลไป๋นามว่าไป๋ซื่อหยวนร่วมสาบานเป็พี่น้องกัน ดังนั้นเื่ของไป๋อวิ๋นซี เขาเองก็กังวลไม่น้อย
“การใช้ยาทำได้แค่ช่วยยืดเวลาออกไปเท่านั้น” เย่ฝานตอบ
โจวจิ่นจือตาเป็ประกาย รีบถามต่อว่า “ใช้ยาช่วยได้แค่ยืดเวลาออกไป ถ้าเป็อย่างนี้แสดงว่ามีวิธีอื่นที่จะช่วยได้ใช่ไหม?”
เย่ฝานตอบ “มีสิ!”
“วิธีไหนหรือ?” โจวจิ่นจือเอ่ยถาม
“ให้เขานอนกับผม! แค่ให้เขาขึ้นเตียงกับผม เื่ราวก็จะคลี่คลายได้ทั้งหมด เขามีปราณเย็นในตัว ส่วนผมมีปราณร้อนในตัว อย่างนี้ก็ปรับสมดุลซึ่งกันและกันได้แล้วไม่ใช่เหรอ?” บนอาณาจักรชางเสวียน ผู้ที่มีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์นั้นล้วนรักษาตัวกันในลักษณะนี้ พวกเขามักหาผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนวิทยายุทธ์ปราณร้อนมาฝึกฝนร่วมกัน ผู้ฝึกตนที่มีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์เปรียบดั่งเตาหลอมร่างกายที่ดีที่สุด จึงมักจะถูกผู้ฝึกตนมากมาย่ชิงตัวไป ผู้ฝึกตนชายก็เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามยังมีผู้ฝึกตนชายมากมายที่ไม่รู้ว่าตนเองมีร่างไขกระดูกหงส์บริสุทธิ์แฝงอยู่ จึงทำให้พวกเขามีอาการกำเริบจนแข็งตายไปในที่สุด
โจวจิ่นจือมองเย่ฝานด้วยความรู้สึกกระดากอายปนโมโห ในขณะเดียวกันเจียงไห่หลินกลับมองเย่ฝานด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
เฉียนอวี้ใบหน้าบูดเบี้ยว เขายกมือมาปิดหน้าของตนไว้
โจวจิ่นจือลุกพรวด ยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าเย่ฝาน “นาย… นาย...”
เย่ฝานเห็นปฏิกิริยาของโจวจิ่นจือจึงพูดว่า “คุณดูเหมือนไม่สบอารมณ์นะครับ อายุมากแล้วอย่าโมโหไปเลยครับ เดี๋ยวอายุจะสั้นเอาได้...”
โจวจิ่นจือเบิกตาจ้องหน้าเย่ฝานแล้วหมุนตัวจากไป
เจียงไห่หลินมองเย่ฝาน “คุณชายเย่ทำไมต้องล่วงเกินผู้าุโโจวด้วยครับ”
“ล่วงเกินผู้าุโโจว?” ฉันล่วงเกินเขาั้แ่เมื่อไรกัน เขามาปรึกษาฉัน ฉันก็ตอบเขาไปหมดแล้วนี่”
เจียงไห่หลิน “…”
“คุณชายเย่ คุณกล้าหาญมากเลยนะครับ กล้าพูดในสิ่งที่อยากพูด!” เฉียนอวี้พูดด้วยความเลื่อมใส
เย่ฝานมองเฉียนอวี้ด้วยความงุนงง แล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้พูดอะไรน่าใสักหน่อย!”
เฉียนอวี้ “…” บอกให้คุณชายไป๋หลับนอนกับตนเอง ยังไม่น่าใอีกหรือ?
“ตาแก่นั้นเ้าอารมณ์จริงๆ ฉันบอกเขาตั้งหลายเื่ ยังจะถลึงตาใส่ฉันอีก” เย่ฝานเอ่ยอย่างไม่พอใจ
…
ภายในห้องโถง เลี่ยวเหอกำลังครุ่นคิดด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เกิดความสับสนขึ้นในใจ “ทำไมเย่ฝานถึงได้รู้จักกับผู้าุโโจวนะ?”
เลี่ยวถิงถิงมองเลี่ยวเหอแล้วถามด้วยท่าทางจริงจังว่า “ผู้าุโโจวคนนี้วิเศษมาจากไหนคะ?”
เลี่ยวเหอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ผู้าุโโจวมาจากเมืองหลวง เดิมทีเป็บุคคลที่ทรงอิทธิพลในเมืองหลวง ถึงตอนนี้จะวางมือแล้ว แต่ก็มีพวกพ้องและเส้นสายอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อกี้เหมือนเขากับเย่ฝานพูดคุยไม่เข้าขากันสักเท่าไร น่าเสียดาย เย่ฝานไม่คว้าโอกาสดีๆ อย่างนี้ไว้ กลับล่วงเกินเขาอีก ช่างเป็คนไม่ได้เื่จริงๆ”
เลี่ยวถิงถิงเม้มปากกล่าวว่า “เย่ฝานไปข้องแวะกับซ่งป๋อฮุยได้ยังไงกันนะ” ตระกูลซ่งและตระกูลใหญ่อื่นๆ หากรวมกลุ่มกันก็อาจเกิดพลังที่ไม่อาจมองข้ามได้!
อู่ซือหานเดินเข้ามาใกล้เย่ฝานแล้วบอกว่า “อาเย่ นายมากับฉันหน่อย!”
เย่ฝานลุกขึ้นเดินตามอู่ซือหานไป
“ทำไมนายถึงไปล่วงเกินผู้าุโโจวอย่างนั้น?” อู่ซือหานกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์กับความไม่เอาไหนของเย่ฝาน
“ผมไม่ได้ล่วงเกินเขา! ตาแก่นั้นเ้าอารมณ์ โมโหง่ายเอาใจยากจริงๆ” เย่ฝานบ่นออกไปด้วยความไม่พอใจ
อู่ซือหาน “…”
“พี่ชาย พี่เป็อะไรไป?” เย่ฝานเอ่ยถาม
“ผู้าุโโจวคนนั้นมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา เขาไม่ใช่คนกระจอกๆ ต่อไปถ้านายได้พบกับเขาอีกครั้ง ต้องปฏิบัติต่อเขาดีให้ดีรู้ไหม” อู่ซือหานกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบกลับไปว่า “ได้ครับ”
“วันหลังนายหาโอกาสไปขอโทษเขาด้วยล่ะ!” อู่ซือหานเอ่ย
เย่ฝานพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “ขอโทษ? ผมจะขอโทษได้ยังไง! ในเมื่อผมไม่ได้ล่วงเกินเขาสักหน่อย”
อู่ซือหาน “…”
