เมื่อออกจากห้องขัง ซูเสียวเสี่ยวก็รีบร้อนกลับบ้าน เธอหาแฟลชไดรฟ์ในกระเป๋าเซียวปิงจนเจอ และเมื่อเธอนำแฟลชไดรฟ์ที่เจอเสียบเข้ากับเครื่องคอมของตน เธอก็ถึงกับตะลึง...ข้อมูลที่อยู่ในนี้เป็บัญชีสินบนทั้งหมดที่ฉางไหวอันเคยรับ แล้วยังมีคลิปเสียงที่บันทึกเสียงของฉางไหวอันเอาไว้อย่างชัดเจนอีกหลายอัน
ของพวกนี้ พี่ปิงได้มาได้อย่างไร?
เซียวปิงเพิ่งมาเจียงเฉิงได้ไม่กี่วัน ทำไมถึงมีของสำคัญแบบนี้ได้? อีกอย่าง...เป้าหมายในการรวบรวมหลักฐานพวกนี้ของพี่ปิงคืออะไรกัน หรือพวกเขาเคยมีเื่อะไรกันมาก่อนหน้านี้แล้ว?
ซูเสียวเสี่ยวรู้ดีว่าแฟลชไดรฟ์เล็กๆ นี้ สามารถทำอะไรได้บ้าง หากแค่เธอมอบมันให้ สำนักงาน ป.ป.ป. ตรวจสอบ ฉางไหวอันก็หลุดจากตำแหน่งแล้ว
ทั้งเจียงเฉิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
ซูเสียวเสี่ยวคิดทบทวนในหัว เธอส่งข้อมูลไปเก็บไว้เป็ข้อมูลสำรองในอีเมลก่อน จากนั้นจึงเก็บแฟลชไดรฟ์นั้นไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียง แล้วล็อกไว้อย่างระมัดระวัง จนเมื่อเสร็จจึงรู้สึกโล่งอกออกไปที เดิมเธอคิดว่าจะนำไปเปิดเผยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย แต่พอมาคิดอีกที การเดินหมากในครั้งนี้สำคัญเกินไป...เธอ้าความเห็นของเซียวปิง ้าให้เซียวปิงชี้นำการเดินหมากในเกมนี้...
เซียวปิงกลับเข้าห้องขังได้ไม่นาน ผู้เข้าเยี่ยมคนที่สองก็มาเยือน คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเย่ เย่ซินหยี่
เมื่อเย่ซินหยี่ได้พบกับเซียวปิง เธอกลับพบว่าเขาไม่ได้กลัดกลุ้มอย่างที่คิดเอาไว้เลย แม้แต่ความกังวลใจสักนิดก็ยังไม่มีให้เห็น นั่นทำให้เย่ซินหยี่รู้สึกแปลกใจอย่างมาก และเป็อีกครั้ง ที่ความมั่นใจของเธอลดถอยลงไปมากเพราะเซียวปิง
อาจเป็เพราะอำนาจที่ตระกูลเย่มี เมื่อเธอเข้าเยี่ยมเซียวปิง ภายในห้องทั้งห้องจึงไม่มีผู้คุมเฝ้าอยู่เลยสักคน เธอก้าวเข้ามาด้วยชุดเดรสรัดรูปสีดำ ความเซ็กซี่ยั่วยวนช่างประกายร้อนแรงนัก
พวกเขานั่งลงที่คนละฟากของโต๊ะ เย่ซินหยี่มองไปยังเซียวปิงด้วยแววตาอ่อนโยน แววตานั้นช่างมีพลังรุนแรงเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเ้าของสายตาเป็หญิงผู้งดงามเช่นเธอ ผู้ชายคนไหนได้เห็นก็คงจะตกหลุมรักเธอได้ง่ายๆ เลย แต่น่าเสียดาย ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอคือเซียวปิง...ซึ่งเขาไม่มีวันจะตกหลุมพรางเธออยู่แล้ว
เซียวปิงระคนหัวเราะกล่าว “คิดไม่ถึงว่าเราจะเจอกันเร็วขนาดนี้ เพียงแต่...ในนี้เป็ห้องขัง ไม่ใช่ที่ที่เธอควรจะมาหรอกนะ”
เย่ซินหยี่กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนยิ้มบางๆ กล่าว “เมื่อคืนนอนในนี้เป็ยังไงบ้าง? ในห้องขังมีสภาพแวดล้อมที่ไม่ค่อยดีเท่าไร คงจะนอนลำบากใช่ไหม?”
“ก็ยังดี มีของให้กินให้ดื่ม แล้วยังมีคนนวดให้อีก ได้รับการปรนนิบัติเหมือนเสี่ยใหญ่เลย”
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อ เย่ซินหยี่กล่าวระคนหัวเราะ “ความจริง ตอนเห็นพี่ครั้งแรกฉันก็รู้แล้ว ว่าพี่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ถ้าเป็คนธรรมดาคงไม่ใจกล้าแบบพี่...พี่ปิง พี่เป็ใครกันแน่?”
“ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็แค่อดีตทหารธรรมดาๆ คนหนึ่ง เธอเชื่อเหรอ?” เซียวปิงถาม
เย่ซินหยี่ส่ายหัว “อดีตทหารธรรมดาๆ คงเชิญเบอร์หนึ่งทางการแพทย์อย่างจางอีจื่อไม่ได้หรอก”
เซียวปิงหัวเราะร่วน “คนใหญ่คนโตก็มีพรหมลิขิตของเขา คนตัวเล็กๆ กระจอกๆ อย่างฉันก็มีพรหมลิขิตเหมือนกัน ฉันรู้จักกับจางเหล่าได้ ก็เพราะความบังเอิญเท่านั้น...คุณหนูเย่ถ่อมาถึงที่นี่ คงไม่ได้เพื่อจะมาคุยเื่พวกนี้หรอกมั้ง”
เย่ซินหยี่หัวเราะร่วน “ต่อให้จะเป็แค่คนธรรมดา พี่ก็เป็คนธรรมดาที่ทั้งฉลาดทั้งเก่งคนหนึ่งเลย”
เซียวปิงยิ้มราบเรียบ “ขอบคุณที่ชม”
เย่ซินหยี่ท่าทางสุขุมขึ้นบ้าง กล่าวว่า “เซียวปิง นายคงจะยังไม่รู้ เซี่ยหลุนเป็คนจิตใจคับแคบ ฉางไหวอันก็โลภมาก เห็นแก่ได้ ครั้งนี้พวกเขาร่วมมือกัน ก็เพราะ้าเหยียบนายให้จมดิน ผู้ชายที่มีความสามารถแบบนาย ถ้าต้องติดอยู่ในนี้ไปตลอดชีวิตจริงๆ แบบนั้นไม่น่าเสียดายแย่เหรอ?”
เซียวปิงยิ้มบางๆ มองเย่ซินหยี่อย่างสงบ แววตาแบบนั้นทำให้เธอรู้สึกอึดอัด...บรรยากาศตรงหน้าทำให้เธอเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา ความรู้สึกที่แทบจะไม่เคยมีมาก่อน...เธอรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ตรงหน้าได้เลย
เย่ซินหยี่ฝืนข่มความอึดอัดภายในจิตใจ แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “อย่างที่ฉันเคยบอกกับนายไป ถ้านายช่วยให้จางอีจื่อยอมรักษาพ่อฉันได้ ฉันจะหาทางช่วยนายออกไปจากที่นี่ ถึงแม้ฉันจะเป็ผู้หญิงก็จริง แต่ฉันก็รักษาคำพูดของตัวเอง!”
เซียวปิงถอนหายใจเบาๆ ถามอย่างสงสัย “คุณหนูเย่ ฉันปฏิเสธเธอเพราะอะไรรู้ไหม?”
เย่ซินหยี่ส่ายหัว กล่าวจากใจจริง “ฉันไม่รู้”
เซียวปิงหัวเราะ กล่าวว่า “เพราะคุณหนูที่สูงส่งแบบเธอ ไม่มีวันเข้าใจเื่หนึ่ง ไม่ว่าใคร ก็ล้วน้าความเคารพให้เกียรติทั้งนั้น...ถ้าเมื่อวานเธอขอฉันด้วยความอ้อนวอน ฉันคงจะช่วยไปแล้ว แต่ฉันไม่ชอบการขอด้วยการแลกเปลี่ยน...ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้ แล้วถึงแม้จะไม่ได้เธอช่วย ที่แค่นี้ก็ขังฉันเอาไว้ไม่ได้หรอก เชื่อไหม?”
ทั้งสองมองตากัน จู่ๆ เย่ซินหยี่ก็รู้สึกโมโหขึ้นมา อย่างที่เซียวปิงบอก เธอโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนตามเอาใจ และเธอเองก็เป็ผู้หญิงที่ฉลาด รู้จักว่าเวลาไหนควรจะรุก เวลาไหนควรจะถอย ผู้หญิงระดับเธอ แค่ยอมลดตัวลงมาคุยกับเซียวปิงด้วยตัวเอง ก็ถือว่าให้เกียรติเขามากแล้ว แต่เซียวปิงกลับขอเธอมากเกินไป อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้สึกเช่นนี้...
เย่ซินหยี่ลุกยืนอย่างช้าๆ ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส “ในเมื่อเป็เช่นนี้ งั้นฉันจะกลับไปรอคำตอบดีๆ จากพี่ปิงแล้วกัน ถ้าพี่ปิง้าความช่วยเหลือเมื่อไร ก็อย่าลืมติดต่อหาฉัน...พวกตำรวจแถวนี้ล้วนหาทางติดต่อฉันได้ทั้งนั้น ฉันไปก่อนล่ะ...”
เซียวปิงใช้สายตามองส่งเธอเดินจากไป เขารู้ดี ว่าตัวเองทำให้เธอไม่พอใจไปอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลย เพราะเขารับมือกับเธอได้อยู่แล้ว!
เซียวปิงกำลังรอ รอผู้มาเยือนคนที่สาม...ผอ.กรมรักษาความปลอดภัยแถบจินซา
...ฉางไหวอัน!
การรอคอยในครั้งนี้ลากยาวมาจนฟ้ามืด หลังจากเพิ่งกินข้าวเสร็จ ประตูห้องขังก็เปิดออก ผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามา ก่อนจะมองเซียวปิงด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ กล่าวว่า “ออกมาเถอะ ท่านผอ.อยากพบนาย”
เซียวปิงหัวเราะพลางลุกยืน แล้วเดินจ้ำอ้าวผ่านประตูออกไป วินาทีนั้น จู่ๆ ก็มีความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นกลางใจทุกคน ความรู้สึกราวเซียวปิงไม่ใช่นักโทษ แต่เป็แม่ทัพใหญ่ที่กำลังเดินตรวจตราการทำงานของทหารต่ำต้อยเท่านั้น!
ขณะที่ฉางไหวอันกำลังรอการมาถึงของเซียวปิงอย่างกระสับกระส่ายนั้น อีกด้าน เย่จื่อก็มาถึงร้านบะหมี่เล็กๆ นี้อีกครั้ง ใบหน้าเธอแฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคืนเธอนอนรอข้อความบอกฝันดีจากเซียวปิงทั้งคืน แต่ก็ไม่มีข้อความเข้าเลยสักข้อความ เมื่อวานนี้ เธอจึงเอาแต่โมโหไปทั้งวัน จนตกเย็น เมื่อยังติดต่อเซียวปิงไม่ได้ คราวนี้เธอจึงเริ่มคิดได้ว่าต้องมีเื่อะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ แม้จะไม่รู้ว่าเป็เื่อะไรก็เถอะ
เฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิงก็ตามเย่จื่อมาด้วย พวกเธอดูออกว่าเย่จื่อมีเื่อะไรในใจ ดังนั้น ตลอดทางที่มาพวกเธอจึงเอาแต่พูดปลอบใจเย่จื่อไม่หยุด ทั้งที่ตนเองก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเซียวปิงจะหายไปด้วยเหตุผลอะไร
เมื่อถึงร้าน พวกเธอก็เดินตรงไปยังจางจิ้งที่หน้าแคชเชียร์ ก่อนถาม” พี่ปิงล่ะ?”
“พี่ปิง...พี่ปิงเขา...”
เมื่อเห็นจางจิ้งเอาแต่อ้ำอึ้ง เย่จื่อก็เริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมา เธอถามอย่างเร่งรีบ “เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ รีบบอกมาเร็ว”
“เขาโดนตำรวจจับไปแล้ว”
“โดนจับ? ทำไมล่ะ?” เย่จื่อหน้าถอดสี เธอกัดฟันกรอด “หรือจะเป็เื่อวี๋เฮ่า?”
“เหมือนจะไม่ใช่แค่เื่นั้นนะ” จางจิ้งถอนหายใจ ก่อนจะเล่าเื่ในวันนั้นให้พวกเธอฟัง
เมื่อฟังเื่ราวั้แ่ต้นจนจบ ทั้งสามก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปมาก เฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิงมองเย่จื่ออย่างเป็ห่วง กล่าวว่า “เย่จื่อ...วางใจเถอะ ต้องไม่มีอะไรแน่”
เย่จื่อส่ายหัว ก่อนจะวิ่งตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่สนใจอะไรอีก เฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิง เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามออกไป พลางปากก็ะโเรียกชื่อเธอไปด้วย
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันจะไปหาเขา...ไปถามว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ถ้าพวกมันกล้าใส่ร้ายพี่ปิง ไม่ว่ามันจะเป็ใคร...ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่!” เธอะโก้องอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
‘เธออยากจะบินจริงๆ หรือเปล่า?...ส่งมือมาสิ ฉันจะพาไปบิน’
‘เธอไม่ว่างหรอก...เพราะคืนนี้เธอมีนัดเดทแล้ว...นัดเดทกับฉัน’
‘เดทคืนนี้ ยังจะเดทอยู่ไหม?’
‘เดทสิ...’
เย่จื่อนั่งบนรถส่วนตัวของเธอ ในหัวมีแต่เื่ราวระหว่างเธอกับเซียวปิงวนเวียนเต็มไปหมด มาจนถึงตอนนี้ เธอจึงจะรู้...แม้จะรู้จักกับเซียวปิงได้ไม่นาน แต่เซียวปิงกลับมีความสำคัญกับเธอมากมายเหลือเกิน
บัดนั้น ในที่สุดเซียวปิงและฉางไหวอันก็ได้พบกันเสียที
ั้แ่เซียวปิงก้าวเข้ามาในห้อง ฉางไหวอันก็รู้สึกกระสับกระส่าย อยู่ไม่เป็สุขขึ้นมา เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเพราะอะไรการเจอกับนักโทษที่รอวันตายแค่คนเดียว จะทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยได้ถึงเพียงนี้ ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาร้อนรนอย่างมาก เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะปัดมือไล่ผู้คุม “ออกไปก่อนเถอะ ออกไปให้หมด”
เหล่าผู้คุมน้อมรับคำนั้น พลางพากันเดินออกไป ทว่าผู้คุมคนหนึ่งกลับหยิบกุญแจมือออกมา ก่อนเซียวปิงจะยื่นมือออกไปอย่างว่าง่าย ปล่อยให้เขาล็อกข้อมือตนไว้อย่างตามใจ จนเมื่อพวกเขาออกไป ห้องทั้งห้องก็เหลือเพียงเซียวปิงและฉางไหวอันเพียงสองคนเท่านั้น
ฉางไหวอันนั่งบนเก้าอี้ในห้องผู้คุม ก่อนจะชี้ไปยังโซฟา กล่าวว่า “นั่งสิ ผู้คุมที่นี่ถูกฉันไล่ออกไปหมดแล้ว ไม่มีใครเข้ามารบกวนพวกเราแน่นอน...นายอยากพบฉัน มีเื่อะไร?”
เซียวปิงนั่งลงบนโซฟา เขามองฉางไหวอันด้วยสายตาราบเรียบ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ไม่ควรจะมีขึ้นมา “ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องมา เพราะแกเป็คนฉลาด และคนฉลาดก็ย่อมกระทำแต่เื่ที่ฉลาดเสมอ”
ฉางไหวอันขมวดคิ้วกล่าว “เวลาของฉันมีค่า...”
“อ้อ” เซียวปิงยิ้มบางๆ “เดือนมิถุนาปีก่อน นายรับเงินมาจากคุณหลี่ เ้าของบริษัทรับเหมาสร้างอาคารที่มีชื่อเสียงในเจียงเฉิงห้าล้านหยวน...เพราะคุณหลี่เพิ่งมีคดีมา เขาเมาแล้วฆ่าข่มขืนนักเรียนคนหนึ่ง เงินนั่นคือเงินที่ใช้ซื้อชีวิตนักเรียนหญิงคนนั้นจากแก...หลังรับเงินนั่นมา แกก็ปิดคดีนี้แบบชุ่ยๆ แล้วปล่อยให้เลยผ่านไป...”
ฉางไหวอันหน้าถอดสี เขาตบโต๊ะอย่างแรง ตวาดก้อง “พูดเหลวไหล!”
เซียวปิงน้ำเสียงราบเรียบ พูดท่าทางสงบ “ปลายเดือนตุลาปีก่อน นายใช้อำนาจที่มี ดันชู้ตัวเองจนเธอได้เป็ผู้ดูแลแถบนี้...ต้นเดือนมกราที่ผ่านมา นายรับเงินสินบนหนึ่งล้านหยวนมาจากชายที่สอบตำรวจไม่ผ่านคนหนึ่ง เพื่อแลกกับการให้เขาเข้าเป็ตำรวจ...อ้อ ฉันอยากสูบบุหรี่อีกแล้ว ขอสูบบุหรี่ได้ไหม?”
ฉางไหวอันพูดไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เซียวปิงก้าวเข้าไปหาเขาทีละก้าวช้าๆ ก่อนจะหยิบเอาบุหรี่ในซองบนโต๊ะขึ้นมามวนหนึ่ง ฉางไหวอันยกไฟขึ้นจุดให้เซียวปิงโดยไม่รอคำสั่ง มือของมันเอาแต่สั่นไม่หยุด แช็ก...แช็ก...มันกดไปหลายครั้งกว่าไฟจะติดในที่สุด ก่อนทาบไฟไปที่บุหรี่ของเซียวปิงอย่างยากลำบาก
เซียวปิงพ่นควันบุหรี่ออก เขาวางมือที่สวมกุญแจคู่นั้นลงบนโต๊ะ ก่อนจะโย้ตัวไปด้านหน้าจนหน้าเขาและฉางไหวอันใกล้กันแค่คืบ...เซียวปิงจ้องเขม็งไปยังบุคคลตรงหน้า
เมื่อเผชิญกับสายตากดดันเช่นนี้ ฉางไหวอันไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามดังวันวานอีกต่อไป “แก...แกจะเอายังไง?” เขาถามน้ำเสียงสั่นเครือ
“ฉันจะออกไป!”
“ไม่...ไม่มีปัญหา”
“นายต้องไปยืนต่อหน้าผู้คุมทุกคน...แล้วขอร้องฉัน ขอร้องอ้อนวอนให้ฉันออกไป!”
