เดือนอ้าย ภายในเมืองหลวงแห่งต้าจินถนนตรอกซอกซอยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของโจ๊กธัญพืชแปดชนิดพื้นหินที่เงาวับถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนไอร้อนหลุดล่องออกมาตามขอบหน้าต่างบ้านลอยข้ามหัวมุ่งขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและดวงดาวมีเสียงหัวเราะคิกคักจากเงามืดเล็ดลอดออกมาแต่แล้วก็เงียบหายไป
เหล่าสาวน้อยผู้ประทินโฉมอันงดงามนั่งกันอยู่ที่ท้ายซอยแห่งหนึ่งมือกรีดดีดผีผาพร้อมเสียงขับร้องเจื้อยแจ้วมองออกไปเบื้องหน้ายังมีเรือนว่างอยู่หลายหลัง และมองต่อไปก็จะเห็นกระดิ่งทองแดงแขวนอยู่ที่มุมกำแพงเมืองมุมปากเหมือนจะมีทั้งความทุกข์และความงดงามภายใต้รอยยิ้มของพวกนาง
“ลุอำนาจ ไร้เหตุผล ปิ่นปักผมเผ้าสาวทุกข์ทน เงาจันทร์บุปผาไร้ค่าคน”
ยามสาม
ในวังหลวงต้าจิน
โคมไฟวูบวาบในตำหนักเย็น เจียงลั่วอวี้ออกแรงลุกขึ้นโซเซไปที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อคว้าถ้วยกระเบื้องผ้าคลุมบางเบาปิดบังร่างกายอันผอมเซียวของเขาไว้ไม่ได้ ลมหนาวพัดทะลุหน้าต่างพัดพาเอาเงาของเขาที่ทอดตัวบนกำแพงสั่นไหวไปมา
นางกำนัลในชุดเก่าๆแต่ยังดูสะอาดเรียบร้อยเดินเข้ามานิ้วอันสั่นเทาของเจียงลั่วอวี้กำลังจะได้ัักับถ้วยกระเบื้อง แต่แล้วก็หมดแรงแม้กระทั่งนิ้วมือก็อ่อนลง ทำเอาถ้วยใบนั้นหล่นแตกกระจัดกระจาย
นางกำนัลเห็นภาพดังนั้น หางตานางก็แสดงออกถึงความรังเกียจแต่ในมือยังคงถือถาดไว้อย่างมั่นคง ดูเหมือนว่านางจะชินเสียแล้วแม้แต่เศษกระเบื้องนางก็ไม่สนใจเดินก้าวข้ามไปก้มหัวคารวะให้คนบนเตียงอย่างขอไปทีและยื่นถ้วยยาไปข้างหน้าจนยากระฉอกลงบนผ้าห่มของคนบนเตียง ใบหน้าของนางเรียบเฉยแต่ริมฝีปากแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“พระชายา ได้เวลาเสวยยาแล้วเพคะ”
“พระชายา?”
เจียงลั่วอวี้มองไปที่นางกำนัลซึ่งแสดงอาการรังเกียจไม่เห็นนางอยู่ในสายตา นางพยายามขยับปากหลายครั้ง แต่กลับไร้เสียงใดใดออกมาจากปาก
ครั้งแรกที่ได้ยินคนเรียกแบบนี้ มันนานเท่าไรแล้ว?
น่าจะ......15 ปี
15 ปีงั้นหรือ?
ไม่ใช่…
มาอยู่ในสภาพนี้ อยู่ในตำหนักเย็นและถูกเรียกเป็พระชายาแบบนี้มันเริ่มเมื่อ 20 ปีก่อน
คิดถึงตอนนั้น สีหน้าของเขาก็รู้สึกตระหนกมากไปกว่านั้นคือความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าที่ไม่มีวันสิ้นสุดสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนสุดท้ายก็เปลี่ยนมาเป็สีหน้าอันหมดหวังดังบ่อน้ำอันแห้งแล้ง
20 ปีก่อน เขาเป็เด็ก 2เพศที่เกิดจากชายาเอกของเจียงอิงผู้เป็เซียวเหยาหวัง บิดามารดาล้วนตายในการศึกเขาไว้ทุกข์อยู่ในจวนอ๋องเป็เวลา 1 ปีจากนั้นก็พาน้องชายและน้องสาวต่างมารดามาขอพึ่งบารมีจวิ้นหวังผู้เป็อารองเขาได้นำสมบัติทรัพย์ศฤงคารพร้อมป้ายคำสั่งทหารที่ได้รับพระราชทานติดไปด้วย
เมื่อเข้ามาที่จวน เขาถูกคัดเลือกจากฮูหยินใหญ่และถูกจับแยกกับน้องๆในคืนหนึ่งเขาถูกวางยาสลบเมื่อตื่นมาก็พบว่าตัวเองไม่มีอาภรณ์ปกคลุมและนอนอยู่บนเตียงของผู้ชาย!
เื่ฉาวโฉ่เช่นนี้ทำให้เขาถูกปลดจากตำแหน่ง “ซื่อจื่อ*”ผู้เป็ทายาทเซียวเหยาหวังสมบัติทั้งหมดตกไปอยู่ในจวนจวิ้นหวังภายใต้การควบคุมของฮูหยินใหญ่แซ่เจินด้วยเหตุที่มีเื่ฉาวเกิดขึ้นเช่นนี้หลังจากถูกปลดฮ่องเต้ก็ยังเกรงว่าจะไม่ได้ป้ายคำสั่งคืนจึงบังคับให้แต่งงานกับองค์ชายหนานจิ้งหลงที่ทำหน้าที่เป็ตัวประกันอยู่ที่ต้าหลง
คืนแต่งงานในจวนของผู้มีฐานะเป็ตัวประกัน เขาหมดอาลัยตายอยากนั่งซึมอยู่บนเตียงงาช้าง แต่แล้วเขาก็ได้พบกับชายภายใต้ชุดยาวสีแดงปักลายัทองสวมมงกุฎหยก ชายผู้นั้นยกจอกเหล้าแต่งงานขึ้นมาตรงหน้าของเขาพร้อมรอยยิ้มและเอ่ยวาจาว่า
“มาเป็เมียข้า ใช้ใจแลกใจ ข้าจะไม่ทำให้เ้าผิดหวัง"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
*ซื่อจื่อ[世子] หมายถึง ผู้สืบทอดตระกูลใช้เรียกลูกชายผู้จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ของผู้เป็บิดาที่มีตำแหน่งอ๋อง
