กู้โยวหนิงที่กำลังมึนงงถูกฉู่อวี้จับยัดเข้าไปในรถม้าอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลังจับกู้โยวหนิงยัดเข้าไปแล้วจึงแทรกตัวเข้าไปตาม กู้โยวหนิงรู้สึกเวียนหัวเป็ทุนเดิม เพราะเมื่อครู่ถูกท่านอ๋องจับอุ้มพาดบ่าออกมา ตอนนี้ต้องมาเริ่มเวียนหัวอีกครั้งเพราะการเขย่าของรถม้า
เขาเกลียดการเดินทางในยุคโบราณมาก ขี่ม้า! จะไม่ให้บ่นได้อย่างไร ดูก็รู้ว่าไม่ปลอดภัยสักนิด ถ้าวันหนึ่งม้าตัวนั้นอารมณ์ไม่ดีแล้วเกิดพยศขึ้นมา ถ้าไม่โดนม้ากระทืบจนพิการก็คงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะเหตุนี้ กู้โยวหนิงผู้รักและทะนุถนอมชีวิตยิ่งนักจำต้องขอออกห่างให้ไกลจากม้า ส่วนรถม้ามองแล้วอาจรู้สึกว่าปลอดภัย อันที่จริงก็ดูปลอดภัยอยู่บ้าง แต่ฝีมือและทักษะในยุคโบราณมีขีดจำกัด ถนนก็ไม่ได้ราบเรียบขนาดนั้น เพราะอย่างนั้น รถม้าถึงได้เขย่าแรงมากอย่างตอนนี้ นอกจากจะทำให้เวียนหัวแล้ว ถ้าต้องเดินทางระยะไกลก็ทำให้ปวดก้นมากๆ ได้เหมือนกัน
ดังนั้นกู้โยวหนิงจึงพยายามอย่างหนักในการใช้มือเกาะบริเวณด้านข้างของรถม้า เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องถูกเขย่ามากนัก แต่ผลสุดท้ายเขาก็ยังคงถูกเขย่าจนต้องโยกไปโยกมาอยู่ดี
เวียนหัวมาก จะอ้วกออกมาแล้วเนี่ย แต่นี่รถม้าของเหวินอ๋อง ถ้าอ้วกใส่รถม้าคนอื่นมันคงจะดูไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไรมั้ง
รถม้าออกตัวได้ไม่ถึงห้านาที กู้โยวหนิงรู้สึกราวกับว่าสติของตัวเองกำลังเลือนราง อาจเป็เพราะถนนไม่ราบเรียบ ทำให้จู่ๆ รถม้าเพิ่มแรงเขย่าขึ้นอย่างแรง ผู้ที่นั่งไม่ค่อยจะมั่นคงแต่แรกอย่างกู้โยวหนิงถึงกับเซถลาไปด้านหน้าตามแรงเหวี่ยงทันที ทว่าความเ็ปที่คาดว่าจะได้รับจากการถูกเหวี่ยงกลับไม่เกิดขึ้นแม้แต่นิด
วงแขนใหญ่ทั้งสองข้างของฉู่อวี้โอบรอบเอวกู้โยวหนิง จัดแจงให้เขานั่งลงบนตักตนพร้อมทั้งกอดไว้
กู้โยวหนิงเลิกสนใจเื่เวียนหัว เกิดเป็ความใจนมือเท้าเริ่มออกแรงขัดขืนในทันที รีบเอ่ยขออภัยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ทะ...ทะ..ท่านอ๋อง กระหม่อมไม่กล้า!”
“อย่าขยับ!”
ฉู่อวี้เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้มหน้ามองผู้ที่อยู่ในอ้อมกอด ยามนี้ดวงหน้าเรียวเล็กกำลังแต่งแต้มด้วยสีแดงระเรื่อ เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเื่ราวในชาติก่อน คนผู้นี้เคยนอนกระอักเืภายใต้อ้อมกอดตนเช่นเดียวกับยามนี้ ในวันนั้นแม้ร่างจะมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ แต่ท้ายที่สุดกลับทิ้งไว้แค่ความเย็นเฉียบ ในวันนี้คนผู้นี้กลับมาอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาอีกครา กลิ่นหอมอ่อนผสมกลิ่นความเยาว์วัยของหนุ่มน้อยผู้นี้ ทำให้ฉู่อวี้ค่อยๆ กระชับอ้อมกอดให้แแ่ยิ่งขึ้น
กู้โยวหนิงตื่นตระหนกจนไม่กล้าขยับเขยื้อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลับพบว่าฉู่อวี้ก้มหน้ามองตนอยู่ก่อนแล้ว แววตาจากดวงตาคู่นั้นแสดงออกถึงความรัก ความผูกพันมากล้นจนบุรุษผู้หนึ่งไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้
กู้โยวหนิงผินหน้าหนีไปอีกทางทันที หัวใจดวงน้อยๆ พลันสั่นระรัวกว่ายามปกติอย่างบ้าคลั่ง
เขาพยายามบอกกับตัวเองว่า ความรู้สึกเมื่อครู่ที่ได้รับเป็การเข้าใจผิดไปเอง เพราะคนที่กำลังกอดเขาอยู่ในตอนนี้เป็ถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ของยุคนี้ แถมสามารถมีอนุชายาได้อีกมากมาย ไม่ว่าอย่างไรในยุคนี้ยังมีผู้หญิงดีๆ และหน้าตางดงามให้เขาเลือกอีกมากมาย เขาเป็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง ถึงวันข้างหน้าจะต้องกลายเป็พระชายาของท่านอ๋อง แต่ก็เพราะฮ่องเต้บีบบังคับให้ท่านอ๋องอภิเษกเท่านั้น
เพราะอย่างนั้นนะกู้โยวหนิง จงดูไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็แค่เื่โกหก หญิงงามเ่าั้ต่างหากที่เป็เป้าหมายสูงสุดของชีวิต เขาต้องหาผู้หญิงที่ทั้งดีทั้งสวยเหมือนในหนังย้อนยุค ต้องทำดีกับพวกนาง ทำให้พวกนางคอยรายล้อมอยู่รอบข้าง ไม่ใช่ไปอยู่กับผู้หญิงพวกนั้นแล้วคอยรายล้อมรอบตัวผู้ชายคนเดียวแบบนี้
แต่ว่า...อ้อมกอดนี้อบอุ่นคล้ายกับอ้อมกอดของพี่จริงๆ แน่นอนว่าเขาไม่ได้หมายถึงคนในจวนอัครเสนาบดี แต่หมายถึงพี่ชายในยุคปัจจุบัน ั้แ่เล็กจนโตเขามักจะถูกพี่ชายกอดไว้แบบนี้ อ้อมกอดของท่านอ๋องเหมือนกับของพี่ไม่มีผิด ทำให้จิตใจสงบได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่เขาจะเป็อย่างไรบ้าง หลังจากเขาตาย พี่ก็คงจะสบายกว่าเดิมไม่น้อย
ฉู่อวี้จ้องมองผู้ที่อยู่ในอ้อมกอดตนอยู่ตลอด คราแรกไม่ยอมอยู่นิ่ง ตอนนี้กลับดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ฉู่อวี้ขมวดคิ้วและรู้สึกหดหู่ เขาไม่รู้ว่าความโศกเศร้าของคนในอ้อมกอดเกิดจากอะไร แต่ต้องไม่ใช่เพราะตนอย่างแน่นอน เพราะในสายตาคนผู้นี้ เขาเป็เพียงท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดที่ไม่รู้ว่าจะสังหารเขายามใด และอนาคตยังกลายเป็สามีที่ตัวตายเหลือทิ้งไว้เพียงชื่อเท่านั้น
กู้โยวหนิงรู้สึกว่าบรรยากาศภายในรถม้าค่อนข้างน่าอาย จึงเอ่ยอย่างประหม่าว่า “ท่านอ๋อง...เราจะไปไหนกันหรือขอรับ”
“ส่งเ้ากลับจวน”
“อ้อ” กู้โยวหนิงพยักหน้าช้าๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี
“ต่อไปนี้เ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านอ๋องแล้ว มันดูห่างเหินกันเกินไป” ฉู่อวี้กระชับอ้อมกอดเพื่อให้กู้โยวหนิงแนบชิดเข้ามาอีก และเพื่อให้เขานั่งในท่าที่สบายขึ้น ทว่าการกระทำนี้กลับใบหน้าที่เพิ่งจะกลับเป็ปกติเริ่มแดงระเรื่ออีกครั้ง
กู้โยวหนิงตกตะลึงอีกครั้ง หลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการปรับสีหน้าให้เป็ปกติ เขาก็เงยหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีงงงวย “ถ้าเช่นนั้นจะต้องเรียกว่าอย่างไรขอรับ?”
“ข้าเป็โอรสลำดับที่หก เช่นนั้นแล้ว เ้าจงเรียกข้าว่าพี่หกแล้วกัน”
“ไม่ได้นะขอรับ กระหม่อมไม่บังอาจ!”
“ถือว่าข้ากับเ้าตกลงกันเช่นนี้ และต่อแต่นี้ไปห้ามเ้าแทนตัวว่ากระหม่อมอีกเด็ดขาด”
“แต่ว่า...” กู้โยวหนิงค่อยๆ นั่งลงหลังจากขัดขืนในคราแรก “แต่มันขัดต่อธรรมเนียมนะขอรับ”
กู้โยวหนิงใช้ชีวิตในยุคนี้มาสิบปี เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ายุคสมัยนี้ยึดถือและปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่เกิดมาในชนชั้นสูงยิ่งต้องเคร่งธรรมเนียมปฏิบัติมากกว่าผู้อื่น เช่นเดียวกับหลินไต้อวี้1ที่ไม่กล้าก้าวพลาดหรือพูดผิดแม้แต่นิดเดียว เพราะเกรงว่าจะกลายเป็ที่หัวเราะเยาะของผู้อื่น
“เ้าอย่าได้กังวลไป ผู้ใดกล้าเอ่ยเื่งธรรมเนียมปฏิบัติกับข้าเท่ากับรนหาที่ตาย” ฉู่อวี้ยกยิ้มมุมปาก เพราะเขาเคร่งครัดธรรมเนียมเ่าั้มากจนเกินไป ชาติที่แล้วถึงได้มีจุดจบแสนอนาถเช่นนั้น การได้รับบทเรียนนี้แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าเพียงพอแล้ว นับั้แ่วันนี้ไป เขาจะเป็ผู้กำหนดธรรมเนียมเ่าั้เอง
กู้โยวหนิงลอบมองท่าทีหยิ่งทระนงของฉู่อวี้ แต่เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงรู้สึกว่าเหวินอ๋องมีเื่ราวมากมายอัดอั้นอยู่ในใจ ทั้งยังดูไม่มีความสุขตลอดเวลา
แต่ก็น่าแปลก ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้เขาอภิเษกพระชายาบุรุษ เพราะเกรงว่าเขามีคุณงามความดีมากมายจนอาจสั่นคลอนถึงตำแหน่งขององค์รัชทายาท ยามนี้เหล่าโอรสของฮ่องเต้มีมากมาย แต่มีเหวินอ๋องเพียงผู้เดียวที่ต้องอภิเษกพระชายาบุรุษ เกิดเป็บุตรย่อมไม่มีผู้ใดอยากจะถูกบิดาทอดทิ้ง ตัวเป็ขุนนางย่อมไม่มีผู้ใดอยากถูกฮ่องเต้ไม่ไว้พระทัย
“ท่านอ๋อง...” กู้โยวหนิงเอ่ยเสียงเบา “ท่านอ๋องทราบหรือไม่ เพราะเหตุใดฝ่าาถึงมีพระราชโองการให้ท่านอภิเษกพระชายาบุรุษ?”
“เพราะเกรงว่าหากข้าปีกกล้าขาแข็งในภายภาคหน้า จะไปแย่งชิงบัลลังก์กับองค์รัชทายาทเข้า”
“ถ้าเช่นนั้นแล้ว ท่านอ๋องยังทราบอีกหรือไม่ เหตุใดฝ่าาถึงทรงเกรงว่าท่านจะชิงบัลลังก์จากองค์รัชทายาท?”
“นั่นเพราะว่าข้ามีอำนาจสั่งการกองทัพของต้าจาวไงล่ะ” ฉู่อวี้ตอบ
“ผิดแล้วขอรับ!” กู้โยวหนิงเอ่ยขัดทันที เผยรอยยิ้มมีเลศนัยแล้วตอบว่า “เพราะท่านอ๋องคือวีรบุรุษ จึงไม่เหมาะเป็องค์รัชทายาทขอรับ!”
ฉู่อวี้มองท่าทางคล้ายแมวเพิ่งแอบขโมยปลาได้สำเร็จของกู้โยวหนิง หลุดยิ้มและเอ่ย “เพราะเหตุใด เ้าถึงบอกว่าข้าคือวีรบุรุษ แล้วเหตุใดข้าถึงไม่เหมาะเป็องค์รัชทายาทเล่า?”
กู้โยวหนิงยิ้มตาหยี ตอบกลับเสียงเบา “เื่ที่กระหม่อมจะเล่าต่อไปนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็ฏ หากกระหม่อมบอกท่านอ๋องไปแล้ว ท่านอ๋องอย่าได้แพร่งพรายออกไปแม้แต่นิดเดียวนะขอรับ!”
“แน่นอน”
“เหตุเพราะแต่ไหนแต่ไรมา ผู้ที่ได้ใต้หล้าล้วนแต่เป็ผู้ที่มีจิตใจต่ำทรามขอรับ!” กู้โยวหนิงตอบอย่างไม่ลังเล
ทว่าฉู่อวี้ไม่เข้าใจ วีรบุรุษไม่อาจเป็องค์รัชทายาทได้ ทั้งยังกล่าวอีกว่าแต่ไหนแต่ไรมา ผู้ที่ได้บัลลังก์กลับเป็ผู้ที่มีจิตใจต่ำทราม นี่เป็คำกล่าวของฏไม่ผิด แต่เขารู้สึกว่าคำกล่าวเหล่านี้ช่างน่าสนใจ จึงเอ่ยถามต่อว่า “เพราะเหตุใดผู้ที่ใต้หล้าล้วนเป็คนต่ำทรามเล่า?”
“ท่านอ๋องต้องไม่เคยได้ยินเื่ราวของฉู่ป้าอ๋องมาก่อนอย่างแน่นอน”
“ฉู่ป้าอ๋อง?”
“ใช่แล้วขอรับ” กู้โยวหนิงพยักหน้า “ฉู่ป้าอ๋องผู้นี้มีอีกนามว่าเซี่ยงอวี่ กล่าวขานกันว่ามีเขาพละกำลังมหาศาล ถือเป็ผู้ที่เปี่ยมด้วยจิติญญาของวีรบุรุษโดยแท้จริง รบชนะนับครั้งไม่ถ้วน แต่วีรบุรุษเช่นนี้กลับพ่ายแพ้ให้ผู้มีนามว่าหลิวปัง ท่านอ๋องทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด”
“...เพราะหลิวปังคือผู้ที่มีจิตใจต่ำทราม?”
“ถูกต้องแล้วขอรับ หลิวปังถนัดใช้แผนการร้ายมากกว่าเซี่ยงอวี่ ทั้งยังรู้จักการพูดจาและเลือกใช้ผู้คน ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะผู้อื่น ส่วนเซี่ยงอวี่เป็คนไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนเปิดเผยตรงไปตรงมา แม้จะมีครั้งหนึ่งที่จัดงานเลี้ยงหงเหมินเพื่อลอบสังหารหลิวปัง แต่เมื่อถึงเวลาจะลงมือจริงกลับทำไม่ลง ด้วยเหตุนี้เขาจึงสู้หลิวปังไม่ได้ จำต้องปลิดชีพตนที่แม่น้ำอูเจียง แต่ก่อนที่เขามาถึงแม่น้ำอูเจียงก็มีทหารโน้มน้าวให้เขาข้ามฝั่งไปตั้งหลัก เพื่อวันข้างหน้าจะได้มีโอกาสกลับมาแก้แค้นอีกครั้ง ทว่าเขากลับบอกว่า เขาพาเหล่าพลทหารแปดพันนายจากเจียงตงมาตายที่สนามรบ ไม่มีหน้ากลับไปพบผู้าุโของทหารเ่าั้ ท้ายที่สุดถึงได้ตัดสินใจปลิดชีพตนที่แม่น้ำอูเจียงขอรับ”
กู้โยวหนิงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคู่งามเปล่งประกายอยู่ในอ้อมกอดของฉู่อวี้ “แต่ยังมีเื่ราวความรักที่แสนโศกเศร้ารวมอยู่ด้วยนะขอรับ มีชื่อเรียกว่าป้าอ๋องอำลาหญิงงาม เซี่ยงอวี่ผู้นี้มีหญิงงามอันเป็ที่รักนามว่ายอวี่จี วันหนึ่งกองทัพของเซี่ยงอวี่พ่ายแพ้จนต้องถอยกลับไปยังที่ตั้ง เขาได้ยินเสียงขับร้องเพลงของศัตรูดังมาจากทั้งสี่ทิศ คิดว่ากองทัพของหลิวปังล้อมรอบไว้ตนหมดแล้ว เขารู้ดีว่าใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ยังคงเป็ห่วงหญิงอันเป็ที่รัก แม่นางอวี่จีบอกกับเซี่ยงอวี่ว่า ‘ในเมื่อชีวิตของท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะสูญสิ้น แล้วตัวข้าจะยังอยู่ไปเพื่อสิ่งใด’ กล่าวจบแม่นางอวี่จีจึงนำดาบของเซี่ยงอวี่ปลิดชีพตนทันที เป็ความรักที่ซึ้งกินใจใช่หรือไม่ขอรับ ด้วยเหตุนี้ หากคำนึงจากที่ท่านอ๋องออกรบจนได้ดินแดนซีเซี่ยกลับมา ท่านชนะฉู่ป้าอ๋องถึงหนึ่งร้อยเท่า หากคำนึงจากชื่อเสียงที่ร่ำลือทั่วฉางอัน และจิตใจที่ละเอียดอ่อนของท่านอ๋องแล้ว ท่านอยู่เหนือกว่าหลิวปังเสียอีก ดังนั้นท่านอ๋องอย่าได้หมดกำลังใจไปนะขอรับ”
“พวกเราต้องสู้เพื่ออุดมการณ์ของพวกเรานะขอรับ!”
กู้โยวหนิงกล่าวอย่างอึกเหิม แรกเริ่มเดิมทีเพื่อ้าให้กำลังใจ และเตือนให้เหวินอ๋องระวังตัวจากศัตรู ถึงได้หยิบยกวรรณกรรมเื่นี้ขึ้นมา แต่หลังจากได้ฟังกลับทำให้ฉู่อวี้หวนนึกไปถึงชาติก่อนที่เป็ดั่งฝันร้าย
“ในเมื่อชีวิตของท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะสูญสิ้น แล้วตัวข้าจะยังอยู่ไปเพื่อสิ่งใด...”
“กระหม่อมทราบดี ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรเสียท่านอ๋องก็หาได้มีหนทางรอดไม่ กระหม่อมไม่อาจจะเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว...”
ท้ายที่สุด กระบี่ที่ใช้เข่นฆ่าศัตรูของเซี่ยงอวี่กลับปาดลงบนคอของหญิงผู้เป็ที่รัก
ท้ายที่สุดแล้ว กู้โยวหนิงกลับต้องมากระอักเืเพราะยาพิษและสิ้นใจในอ้อมกอดเขา
วีรบุรุษอะไรกัน! จะถือว่าเป็วีรบุรุษได้อย่างไรกัน! แม้แต่คนรักยังไม่อาจปกป้องไว้ได้ เขาสู้อะไรเซี่ยงอวี่ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ เมื่อชาติที่แล้วเขาข่มเหงรังแกกู้โยวหนิง ไม่เคยทำดีกับคนผู้นี้เลยสักนิด แต่สุดท้ายผู้ที่ยินยอมอยู่เคียงข้างเขา มีเพียงพระชายาบุรุษที่เขาปฏิบัติอย่างเ็ามาโดยตลอดผู้นี้ผู้เดียวเท่านั้น
ดังนั้น ชั่วชีวิตนี้ต่อให้ต้องสละสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องทำดีกับกู้โยวหนิง เพียงกู้โยวหนิงผู้เดียวเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาดูถูกดูแคลน และไม่ยอมให้กู้โยวหนิงต้องทนรู้สึกหดหู่จากการไร้ผู้ใดเคียงข้างอีก
กู้โยวหนิงไม่ได้รับรู้เื่ภายในใจของฉู่อวี้แม้แต่นิด ยังคงเล่าเื่ราวต่างๆ นานามากมายอย่างเจื้อยแจ้ว ผ่านไปไม่นานนัก รถม้าก็ได้เคลื่อนตัวมาถึงหน้าจวนอัครเสนาบดี กู้โยวหนิงถูกเจียนอวี่ประคองลงจากรถม้า จากนั้นก็หันกลับไปโบกมือให้ฉู่อวี้ “ท่านอ๋อง แล้วพบกันใหม่นะขอรับ”
ฉู่อวี้ส่งยิ้มตอบกลับ เอ่ยขึ้นว่า “ลืมที่ข้าเพิ่งจะบอกเ้าเมื่อครู่แล้วหรือไร ต่อจากนี้ห้ามเ้าเรียกข้าว่าท่านอ๋อง”
-------------------------------
1 หลินไต้อวี้คือนางเอกในวรรณกรรมเื่ความฝันในหอแดง
