เพียงพริบตาเดียว วันที่ต้องขึ้นเขาไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็ใกล้จะมาถึง
ภายในห้องโถง “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ เื่การเดินทางได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ” เหลยซื่อก้มหน้ารินชาให้ฮูหยินผู้เฒ่าถ้วยหนึ่ง เมื่อก่อนนางเป็ผู้จัดการเื่ทุกอย่างในจวนโหว แต่ว่าระยะนี้ฮูหยินผู้เฒ่ามีอคติต่อนาง ดังนั้นเหลยซื่อจึงต้องรายงานทุกเื่เพื่อแสดงความเคารพต่อฮูหยินผู้เฒ่า
“อืม” ฮูหยินผู้เฒ่าใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ เป็สัญญาณให้นางวางลง สายตาตกอยู่ที่ห้องโถงอย่างเรียบเฉย ไม่มองหน้าเหลยซื่อเลยแม้แต่น้อย ทำให้นางหงุดหงิดใจนัก
“จวนโหวเซ่นไหว้บรรพบุรุษเป็เื่ใหญ่ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเตรียมรถม้าให้คุณหนูคุณชายทั้งหลายเหมือนๆ กัน ไม่ทราบว่าท่านแม่คิดว่าอย่างไรเ้าคะ?” เหลยซื่อยิ้มไปถึงดวงตา ท่าทางอบอุ่นยิ่งนัก
ฮูหยินผู้เฒ่าได้ฟังก็มองเหลยซื่อปราดหนึ่ง “แล้วแต่เ้าเถิด ในเมื่อเ้ากำหนดไว้ดีแล้วก็ไม่ต้องมาถามข้า” ในน้ำเสียงมีความห่างเหิน ทั้งยังแฝงความหมายลึกซึ้ง ร่างกายของเหลยซื่อแข็งค้าง รอยยิ้มที่แขวนอยู่บนใบหน้าก็ชะงักค้างขึ้นมาเช่นกัน
“เช่นนั้นข้าขอตัวไปเตรียมการเื่อื่นๆ ก่อนเ้าค่ะ” กล่าวจบ เหลยซื่อก็ลุกขึ้นคารวะ
“อืม” ฮูหยินผู้เฒ่าหลับตาลง รอยยิ้มเยาะบางๆ ที่มุมปากทำให้นางรู้สึกกังวล
การเตรียมการของนางควรจะไม่มีข้อบกพร่อง เพียงแค่รอเวลาก็จะสามารถกำจัดหนามในใจทั้งสองไปได้ เหลยซื่อเตือนตัวเองในใจว่าจะต้องสงบนิ่งเข้าไว้ เพิ่งจะออกมาจากประตูห้องฮูหยินผู้เฒ่า การก้าวเกินของนางก็ค่อนข้างร้อนรน สายตาสอดส่องไปทั่วทุกทิศทาง ทว่าบนใบหน้ายังต้องแสร้งทำเป็สงบนิ่ง
ภายในสวนดอกไม้ที่ไร้ผู้คน สายลมพัดพาความเย็นลอยล่องมา
ในดวงตาของเหลยซื่อเปล่งประกายเย็นเยียบ มองไปยังพื้นผิวทะเลสาบที่มีระลอกคลื่น เบื้องหน้าเป็ข้ารับใช้ที่มีใบหน้าเล็กแหลมผู้หนึ่ง “เื่ที่ข้าให้เ้าไปทำ เตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”
ดวงตาเล็กๆ ของข้ารับใช้ผู้นั้นกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะพยักหน้า “ฮูหยินโปรดวางใจ บ่าวได้เปลี่ยนตัวคนขับรถม้าของคุณหนูหกเป็ญาติห่างๆ ในชนบทของบ่าว เขารับประกันว่าหลังจากจบเื่จะรับเงินแล้วไปที่ห่างไกล จะไม่เปิดเผยอะไรออกไปแม้แต่ครึ่งคำ ถึงตอนนั้นก็รอให้ฮูหยินจัดการแล้วขอรับ”
ได้ฟังถึงตรงนี้ เหลยซื่อจึงยิ้มอย่างลำพองใจ จากนั้นนางพลันคิดถึงอะไรบางอย่าง “เ้าโจรผู้นั้นไม่ได้พูดอะไรแล้วใช่หรือไม่?”
ข้ารับใช้แย้มยิ้ม “ฮูหยินให้เงินไปมากขนาดนั้น มันย่อมรู้ว่าควรทำอย่างไร”
“อืม เป็เช่นนี้ก็ดี” ดวงตาของเหลยซื่อไร้ความกังวล “จริงสิ”
“ฮูหยินมีคำสั่งอะไรหรือขอรับ?”
“เตรียมคนที่ไว้ใจได้คนหนึ่งไปจับตาดูอยู่ข้างๆ รถม้าของนังสารเลวนั่นด้วย จำไว้ว่าห้ามถูกพบตัวอย่างเด็ดขาด จับตาดูให้ดีว่านังสารเลวนั่นกับสาวใช้ของมันได้กินขนมที่เตรียมไว้หรือไม่!” เมื่อเหลยซื่อกล่าวถึงคำว่าขนม ดวงตาก็เปล่งประกายความอำมหิต
“ขอรับ ฮูหยิน” ข้ารับใช้โค้งตัวถอยออกไป
เช้าวันต่อมา ทั่วทั้งจวนโหวเริ่มวุ่นอยู่กับงาน
“เ้าว่าอะไรนะ? จู่ๆ อนุห้าก็ไม่สบาย ไม่ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้ว?” เมื่อเหลยซื่อได้ยินข่าวนี้ อารมณ์พลันมืดครึ้ม “ฮูหยินผู้เฒ่าว่าอย่างไรบ้าง?”
“นี่เป็ความคิดท่านโหวขอรับ บอกให้อนุห้าพักผ่อนอยู่ในจวนให้ดีขอรับ” ข้ารับใช้ข้างๆ ตอบ
มือของเหลยซื่อกำแขนเสื้อแน่น ช่างน่าเสียดายที่ต้องมาเสียโอกาสดีๆ แบบนี้ไปอีก ช่างเถิด จัดการเื่นังสารเลวนั่นก่อนค่อยว่ากัน
...
บริเวณประตูมีแถวเรียงยาวดั่งั เพียงรถม้าสีทองหรูหราที่จะไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็มีสิบกว่าคันแล้ว ทั้งยังมีขบวนคนทั้งหน้าหลังติดตามไปพร้อมกับกล่องที่ใส่อาหารและเหล้าที่เตรียมไว้
ก่อนที่จะขึ้นรถม้า จู่ๆ คุณหนูเจ็ดหลิ่วอวิ๋นเหยาก็เดินหัวเราะฮ่าๆ มายังทิศทางของอวิ๋นซู
“คุณหนูเจ็ดมาเ้าค่ะ” เมื่ออวี้เอ๋อร์เห็นอวิ๋นเหยาก็เขยิบเข้าใกล้อวิ๋นซูอย่างระแวง นางยังไม่ลืมเื่คราวก่อนที่คุณหนูเจ็ดเคยทำกับคุณหนูของตน ั้แ่เกิดเหตุครั้งนั้นคุณหนูเจ็ดก็สงบเสงี่ยมลงพักหนึ่ง เหตุใดตอนนี้ดูแล้วเหมือนจะดีไปหมด
อวิ๋นซูเลิกคิ้วน้อยๆ “อย่าตื่นเต้นไป” ทว่า มุมสายตาของนางเห็นหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายืนอยู่กับหลิ่วอวิ๋นหลี่บริเวณไม่ไกล กำลังจ้องมาทางพวกนางเขม็ง
“พี่หกเ้าคะ นี่เป็ขนมที่อวิ๋นเหยาตั้งใจเตรียมให้ท่าน พวกเราต้องเดินทางอีกไกล อวิ๋นเหยากังวลว่าท่านพี่จะหิวระหว่างทาง ทานขนมจะช่วยรองท้องได้ดีนะเ้าคะ” เสียงของนางหวานหยาดเยิ้ม แต่ว่าอวิ๋นซูยังคงได้ยินความไม่เต็มใจอยู่ในน้ำเสียง อวิ๋นเหยายื่นมือออกไปเปิดฝาตะกร้าไม้ไผ่ ขนมอันประณีตทั้งสิบชิ้นปรากฏแก่สายตา
อวิ๋นซูไม่ได้ตอบ ใช้สายตาตรวจสอบดรุณีน้อยตรงหน้าเงียบๆ
ในใจของอวิ๋นเหยาเป็กังวล แต่เมื่อนึกถึงเื่ที่พี่สี่ไหว้วานมาก็ทำให้ความกล้าเพิ่มขึ้น “พี่หกเ้าคะ เื่ครั้งที่แล้วเป็อวิ๋นเหยาที่ไม่ดีเอง หวังว่าพี่หกจะไม่โกรธอวิ๋นเหยา รับขนมพวกนี้ไว้เถิดเ้าค่ะ” นางกล่าว ดวงตาพลันแดงเรื่อราวกับน้ำตาจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ ในสายตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด ท่าทางราวกับถูกกลั่นแกล้งอะไรมา
อวี้เอ๋อร์สบตากับชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ คุณหนูเจ็ดผู้นี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ขนมนั่น คุณหนูจะรับหรือไม่?
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่อยู่ไม่ไกลกัดฟันกรอด หลิ่วอวิ๋นเหยาผู้นี้ไร้ประโยชน์จริง คุยกันไปนานขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นนังสารเลวนั่นจะเคลื่อนไหว หากนางไม่รับขนมนั่น งิ้วของพวกนางจะแสดงได้อย่างไร?!
ภาพทั้งสองคนที่กำลังกระวนกระวายอยู่นั้นตกอยู่ในสายตาของอวิ๋นซู นางแย้มยิ้มบางๆ ยื่นมือออกไปรับตะกร้าในมืออวิ๋นเหยา “น้ำใจของน้องเจ็ด ข้าจะรับไว้สักหลายชิ้น ที่เหลือเ้านำกลับไปเถิด อย่าร้องเลย พวกเราต้องไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตอนนี้ยังไม่ทันได้ออกเดินทางเ้าก็ร้องเสียแล้ว ถูกผู้อื่นเห็นเข้าจะคิดว่าข้ารังแกเ้า”
ทว่าตอนนี้เอง คุณชายซีไม่ทราบว่าวิ่งมาจากทางไหน เขาเห็นอวิ๋นซูก็ะโออกมาเสียงดัง “พี่หก มาเล่นกับข้าเถิด!”
ได้ยินเสียงของคุณชายซี อวิ๋นซูก็มองไป กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือความจนใจอยู่หลายส่วน “คุณขายซีวิ่งให้ช้าลงหน่อย ยามเช้าพื้นลื่น เดี๋ยวจะล้มเอาได้”
“กลัวอะไรเล่าขอรับ ท่านแม่กล่าวว่า ลูกผู้ชายไม่มีอะไรต้องกลัว หากล้มลงไป ข้าก็ลุกขึ้นมาได้” กล่าวไป คุณชายซีก็ทำหน้าเข้มแข็งอย่างลูกผู้ชาย ทั้งยังยกมือขึ้นตบหน้าอกของตน
ท่าทางเช่นนี้ทำให้คนรอบข้างขบขัน ส่วนหลิ่วอวิ๋นเหยานั้นถอยออกไปก้าวหนึ่ง หันไปมองทางหลิ่วอวิ๋นหลี่ ราวกับกำลังถามว่านางจะทำอย่างไรดี?
“เ้าเด็กใช้การไม่ได้ อย่าให้นางหันมานะ เดี๋ยวอวิ๋นซูจะสงสัย!” น้ำเสียงของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าขัดเคืองใจ ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าหลิ่วอวิ๋นหลี่ที่อยู่ข้างกายเป็พี่น้องร่วมมารดาของอวิ๋นเหยา ไม่มีการไว้หน้านางใดๆ ทั้งสิ้น
“...เ้าค่ะ อวิ๋นเหยาทำไม่สำเร็จจริงๆ” อวิ๋นหลี่ยิ้มอย่างอึดอัด
ในขณะที่กำลังพูดคุยกับอวิ๋นซูอยู่ ทันใดนั้น คุณชายซีก็เห็นกล่องเล็กๆ อันงดงามในมืออวิ๋นเหยา จึงเดินเข้าไปใกล้อย่างแปลกใจ “พี่อวิ๋นเหยาขอรับ ท่านถืออะไรอยู่ในมือหรือ?”
“...” ใบหน้าของอวิ๋นเหยาดูผิดปกติอยู่บ้าง นางไม่กล้าล่วงเกินบุตรชายล้ำค่าของอาสะใภ้รอง ยิ่งไปกว่านั้น ปกติเวลาเห็นนางก็ไม่เคยสนใจ เหตุใดวันนี้จึงได้กระตือรือร้นขึ้นมาได้ “ไม่มีอะไร แค่ขนมนิดหน่อย”
“ขนมหรือขอรับ?” ปกติคุณชายซีชอบทานขนมมากเป็ที่สุด ฮูหยินบ้านรองมักจะทำขนมให้เขาเองกับมือ ในการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่เว้น “ขอข้าดูหน่อยเถิด อร่อยเท่ากับขนมที่ท่านแม่เตรียมให้ข้าหรือไม่?”
กล่าวจบ ไม่รอให้อวิ๋นเหยาตอบ เขาก็หยิบผ้าไหม้าที่อวิ๋นเหยาใช้คลุมขนมออก
“ว้าว สีสันหลากหลาย ดูแล้วน่าทานจริงด้วย!”
อวิ๋นเหยากัดฟัน “ชะ ใช่ นี่เป็รสผลไม้หลากหลายชนิด”
หรือว่าเขาคิดจะ...
จริงดังคาด เพียงพริบตาคุณชายซีก็จ้องนางด้วยสายตาคาดหวัง “พี่อวิ๋นเหยาขอรับ ข้าชอบขนมของท่านมากเลย ข้านำขนมที่ท่านแม่ข้าทำมาแลกกับขนมของท่านดีหรือไม่ขอรับ?”
“ไม่ได้!” อวิ๋นเหยาโพล่งออกไปโดยไม่ได้คิด ทว่านางเพิ่งจะกล่าวจบก็รู้สึกเสียใจ รอบข้างมีสายตาสงสัยมองมาไม่น้อย
อวิ๋นซูยิ้มบางๆ พลางก้มตัวลงลูบหัวคุณชายซีเบาๆ “คุณชายซีอย่าซนสิ ถ้าเ้าอยากกิน พี่หกให้เ้าก็ได้แล้ว”
นี่ทำให้อวิ๋นเหยาใไม่น้อย นางรีบบังข้างบนไว้ “อย่า พี่หก อวิ๋นเหยาจะแลกขนมของตัวเองกับขนมของคุณชายซี ขนมเล็กน้อยเพียงแค่นี้อวิ๋นเหยาเตรียมมาเพื่อท่าน หากว่าเหลือค่อยให้คุณชายซีก็ได้”
“จริงหรือ?” ได้ยินผลสรุปเช่นนี้ คุณชายซีก็ดีใจมาก เขาะโเรียกครั้งหนึ่งก็มีสาวใช้ที่ถือตะกร้าไผ่อยู่ในมือวิ่งเหยาะๆ เข้ามา
“แน่นอน ให้เ้า” อวิ๋นเหยากลัวว่าอวิ๋นซูจะเปลี่ยนใจ รีบนำขนมในมือส่งให้คุณชายซี สาวใช้นางนั้นก็ส่งตะกร้าในมือกลับมา
“ดีจริงๆ พี่หกขอรับ เช่นนั้นรอพวกเราขึ้นเขาแล้ว เฉิงซีจะมาเล่นกับท่านอีก!” คุณชายซีกอดกล่อง ยิ้มจนตาทั้งสองกลายเป็เส้นเดียวกัน
เห็นท่าทางดีใจของคุณชายซี อวิ๋นเหยาก็แอบคิดในใจ นางจะกลัวอะไรกัน? ในขนมนี้อย่างมากก็ใส่ยานั่นลงไปนิดหน่อยเท่านั้น คุณชายซีกินเข้าไปก็แค่หลับนานขึ้นอีกหน่อย ไม่ใช่เื่ร้ายแรงอันใด คนอื่นอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็เพราะเดินขึ้นเขาจนเหนื่อยจึงนอนหลับไปก็เป็ได้
ขอเพียงตนเองทำธุระที่พี่สี่มอบหมายให้สำเร็จก็พอแล้ว เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวิ๋นเหยาก็เดินไปยังทิศทางของหลิ่วอวิ๋นหลี่โดยที่ใจยังเต้นระทึก
“กลับรถม้าของตัวเองไปเถิด พวกเราจะออกเดินทางแล้ว” อวิ่นซูยื่นมือไปลูบศีรษะของคุณชายซี ยกยิ้มอย่างอบอุ่น
“ขอรับ” ยามนี้ท่าทางของคุณชายซีกลับสู่ปกติ ต่างกับท่าทางไร้เดียงสาเมื่อครู่อยู่บ้าง
หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างครู่หนึ่ง ขบวนเดินทางของจวนโหวก็เดินไปบนถนนอย่างยิ่งใหญ่ คุณชายซีที่เพิ่งจะเหยียบเข้ามาในรถม้าก็ถูกอ้อมกอดอันอบอุ่นกอดไว้
“ซีเอ๋อร์ ทำสำเร็จหรือไม่?” ฮูหยินบ้านรองจูบลงบนหน้าผากของคุณชายซีอย่างรักใคร่ มือทั้งสองกอดรอบเอวของเขาแน่น ราวกับกำลังโอบกอดสิ่งล้ำค่าที่สุดในใต้หล้าก็มิปาน
เด็กน้อยซุกซนคนนี้บิดกายอยู่ในอ้อมกอดฮูหยินบ้านรอง “ฮิๆ เื่ที่ท่านแม่กำชับ ซีเอ๋อร์จะต้องทำให้ได้แน่นอน ขอเพียงสามารถช่วยเหลือพี่ซูได้”
กล่าวจบ คุณชายซีก็หยิบขนมในมือออกมา ดวงตาของเขาเปล่งประกายไร้เดียงสา “ท่านแม่ขอรับ ซีเอ๋อร์ชอบพี่ซูมากจริงๆ ซีเอ๋อร์รู้สึกว่าในโลกนี้นอกจากท่านพ่อท่านแม่แล้ว นางเป็คนที่ดีต่อซีเอ๋อร์ที่สุด”
“ดูท่าทางของเ้าสิ อย่าไปสร้างปัญหาให้พี่ซูของเ้าเล่า!”
“ไม่ใช่นะขอรับ!” หลิ่วเฉิงซีทำปากยื่น “แต่ว่าท่านแม่ขอรับ คนพวกนั้นจะทำให้พี่ซูลำบากอีกแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”
“วางใจเถิด พี่ซูของเ้าฉลาดยิ่งนัก”
ฮูหยินบ้านรองเลิกผ้าม่านขึ้น มองขบวนที่เคลื่อนไปช้าๆ การให้ซีเอ๋อร์ไปแลกขนมกับอวิ๋นเหยา ความจริงแล้วเป็ความคิดของนาง คุณหนูหกที่อาศัยในจวนชางหรงโหวนับว่าตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง เพราะนางเคยช่วยซีเอ๋อร์มาก่อน ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรตนเองจะต้องปกป้องคุณหนูหกเช่นกัน
ด้านนอกรถม้า ข้ารับใช้ผู้หนึ่งหันไปพยักหน้าให้ฮูหยินบ้านรอง แล้วเดินไปทางรถม้าของหลิ่วอวิ๋นเหยา ต้องทราบว่าผู้ที่รู้จักเฝ้าติดตามสถานการณ์ไม่ได้มีแค่เหลยซื่อเพียงคนเดียว
