แม้ว่าจะเป็เสียงเบาจนแถบจะกระซิบแต่ไป๋ิ่อวี้ที่อยู่กลางสระบัวก็ดูเหมือนจะได้ยินเสียงของเขาดวงตาที่หลับอยู่เบิกขึ้น สีหน้าที่เดิมขาวซีดก็ค่อยๆ แดงขึ้นมาทันที
สภาพเขาตอนนี้ดูน่าเป็ห่วงทำเอาเจียงลั่วอวี้ต้องรีบเดินเข้าไปหาและััใบหน้าที่มีอุณหภูมิต่างจากคนทั่วไปกลัวเหลือเกินว่าเขาจะหมดสติไปตรงนั้นเขามองดูตัวเองที่อยู่ในสภาพที่ห้ามให้คนมาเจอแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงไปช่วยคนที่กำลังจะตกลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตา
"ไป๋ิ่อวี้? ไป๋ิ่อวี้!"
สิ้นเสียงเรียกดวงคาสีอำพันก็เบิกกว้างขึ้นร่างอันบอบบางเซล้มลงมาทางเจียงลั่วอวี้จากนั้นกระอักเืออกมาจนน้ำที่อยู่ตรงหน้าถูกย้อมเป็สีแดง
เจียงลั่วอวี้ไม่คิดว่าจะมาเจอภาพแบบนี้ั้แ่เขาเกิดมาสองชาติอย่างมากภาพที่เห็นก็แค่ทำให้เขาใไม่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเสียงเรียกหนักแน่นขึ้น ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความสงสัย"เ้าเป็อะไรไป...ทำไมถึงกระอักเื?"
ไป๋ิ่อวี้จ้องหน้าเขาก่อนจะค่อยๆ เดินขึ้นมาจากน้ำและยื่นมือมาหาเขามองเขาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวราวกับเ็ปจากฝันร้ายมุมปากยังคงมีเืไหลลงมาไม่หยุด "อย่า...อย่า...ให้สาวใช้...เห็น..."
พูดจบเขาก็เอื้อมมืออันเย็นเฉียบและสั่นเทามาให้เจียงลั่วอวี้ยังไม่ทันจะพูดต่อร่างอันบอบบางก็ทิ้งดิ่งลงไปในสระดวงตาปิดลงตอนไหนก็ไม่ทันได้สังเกต เห็นแต่เพียงร่างคนทั้งคนจมลงไปในน้ำ
"ไป๋ิ่อวี้? ไป๋ิ่อวี้?"
เจียงลั่วอวี้ไม่คิดว่าเขาจะล้มไปต่อหน้าต่อตาจึงรีบฉุดเขาขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดเขาคิดถึงคำพูดที่ไป๋ิ่อวี้พูดไว้ก่อนหมดสติจึงได้แต่พาร่างของเขาขึ้นจากน้ำไปหลบหลังูเาหินจำลอง
ทั้งสองหลบอยู่ในความมืดเจียงลั่วอวี้จับชีพจรดูก็เห็นว่ามันช่างแ่เบาเสียเหลือเกิน เขาถอดถอนใจจากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะพาไป๋ิ่อวี้กลับไปดูแลที่ห้องตนก่อนเมื่อดีขึ้นก็จะอุ้มกลับมาส่งที่ห้อง
แต่สภาพตอนนี้คือเขามาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ จะพูดจะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดีและตอนนี้เขาก็ยังดำเนินแผนการไม่เรียบร้อยจะมามีปัญหากับเจินซื่อตอนนี้ไม่ได้จริงๆ เขาไม่ควรจะอุ้มใครกลับไปที่ห้องของตนเองแต่ไป๋ิ่อวี้สั่งไว้ว่าห้ามให้ใครรู้และยังมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้เขาถึงขนาดยอมเปิดปากพูดด้วย
ถ้าต้องอุ้มก็ต้องอุ้มกลับไปล่ะ
เพราะอย่างไรไปิ่อวี้ก็มีสองเพศเหมือนกันแถมยังเป็คนรู้จัก ต่อให้ถูกคนมาเห็นว่าอยู่ในห้องเดียวกันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่รอจนเขาฟื้นค่อยให้กลับมาที่ห้องตัวเองก็ได้
เจียงลั่วอวี้พาไป๋ิ่อวี้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังูเาจำลองกลับมาที่ห้องตนอย่างรวดเร็วเขาเคาะหน้าต่างเป็สัญญาณให้ซุ่ยเยวี่ยเปิดรับเขาเข้าไปแต่เขายังไม่ได้เข้าห้องทันที กลับพูดออกมาเบาๆ ว่า
"ไปเอาผ้าคลุมสีเข้มมาให้ข้าเร็วเข้า"
ซุ่ยเยวี่ยสังเกตอาการของนายตนที่ดูร้อนรนก็รู้ว่าคงมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างจึงไม่ถามต่อและรีบเปิดตู้คว้าเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มส่งให้เขา
เพียงชั่วเวลาจิบชาครึ่งถ้วยนางก็ต้องใที่เห็นนายของตนอุ้มคนะโเข้ามาทางหน้าต่างแล้ววางร่างนั้นลงบนตั่ง เขากำชับสาวใช้คนสนิทว่า "ร่างของเขาเปียกเ้าไปดูตามทางว่ามีรอยน้ำหลงเหลือไหมถ้ายังมีก็เช็ดให้เรียบร้อยอย่าให้ใครมาเห็นเด็ดขาด"
ซุ่ยเยวี่ยรีบขานรับคำสั่งตามองไปยังร่างที่ถูกผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มคลุมไว้ ใบหน้านั้นปรากฏรอยแผลเป็ยาวนางสูดหายใจลึกๆ ก่อนถามว่า "ซื่อจื่อนี่...นี่คือใครเ้าคะ?"
เจียงลั่วอวี้ฟังคำถามแล้วปราดตามองสาวใช้คนสนิท"รอยเปียกที่พื้นรีบไปจัดการ!"
ซุ่ยเยวี่ยรู้แล้วว่านายน้อยเริ่มไม่สบอารมณ์นางรีบพยักหน้าไม่กล้าถามต่อ และรีบออกไปจัดการทำตามคำสั่ง
เจียงลั่วอวี้มองไปยังร่างอันเปียกชื้นบนเตียงและผ้าห่มที่ชื้นแฉะ ใบหน้านั้นซีดขาวไปหมดเขาลังเลอยู่สักครู่ก็ยื่นมือไปเปลื้องชุดไป๋ิ่อวี้ออกจากตัว
ก็มีสองเพศเหมือนกันทั้งคู่แถมยังอายุอ่อนกว่าเห็นไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมาหรอก
คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอดเสื้อออกจากตัวไป๋ิ่อวี้แต่แล้วก็ต้องตกตะลึงเพราะเขาใส่เสื้อตัวในอีกเพียงชั้นเดียวบางๆ ทั้งที่ตอนนี้ยังเป็ต้นฤดูใบไม้ผลิที่อากาศยังหนาวเหน็บ!
ในฤดูนี้แม้แต่ตัวเขาเองที่เคยชินกับอากาศทางเหนือก็ยังทนหนาวไม่ค่อยจะได้อย่างน้อยก็ต้องใส่เสื้ออีกสองสามชั้นด้านในเมื่อตอนกลางวันแม้แต่เจียงฮุ่ยก็ยังต้องมีขนสัตว์บุอยู่ด้านในชุดที่สวมใส่แล้วทำไมเจินซื่อถึงทำกับไป๋ิ่อวี้เช่นนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังไม่ดูแลให้เหมาะสม
หลังจากถอดเสื้อออกไปแล้วเขาก็หันมาถอดกางเกงให้ด้วยความไม่ตั้งใจหลังจากมองไปยังร่างกายท่อนบนเขาก็ตกตะลึงเมื่อมองต่อลงมา
เจียงลั่วอวี้ถึงกับตัวแข็งทื่อแสงวูบวาบจากเทียนทำให้ใบหน้าของเขาดูน่ากลัวราวกับสัตว์ร้ายที่แผ่กรงเล็บออกมาแต่ในชั่วพริบตาเขาก็กลับมาอยู่ในอาการเดิมราวกับว่าภาพเมื่อครู่เป็แค่ความฝัน
เขายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงมองเขม็งไปยังร่างที่สลบอยู่เขาถอนใจแล้วขานเรียกหาคน "จุยอวิ๋น!"
ทันทีที่เรียกชื่อก็มีเสียงขานรับดังมาจากนอกหน้าต่าง"ซื่อจื่อมีอะไรให้รับใช้ขอรับ?"
เจียงลั่วอวี้หรี่ตาลงและเดินไปทางประตูห้องเมื่อประตูเปิดออกก็เห็นร่างองครักษ์โค้งรอรับคำสั่งอยู่ภายนอกห้อง"เ้าเข้าไปข้างในไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วดูให้ข้าทีว่า...เขามีสองเพศหรือว่าเขาเป็ผู้ชาย!"
น้ำเสียงของเขาฟังดูเยือกเย็นยิ่งนัก
จุยอวิ๋นรับคำสั่งเขาโค้งคำนับและรีบเข้าไปในห้อง
เจียงลั่วอวี้ยืนรอด้วยใจระทึกจากนั้นไม่นานก็เห็นจุยอวิ๋นออกมาจากห้องเขาโค้งคำนับและมีท่าทีลังเลแต่แล้วก็รายงานว่า "ซื่อจื่อเขาเป็ผู้ชายขอรับ!"
เป็เช่นนั้นจริงๆ!
เจียงลั่งอวี้สูดลมหายใจสายตาถมึงทึงราวกับจะมองทะลุดอกโบตั๋นที่อยู่เบื้องหน้าออกไปได้เขาแหงนหน้ามองพระจันทร์บนฟ้าและพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา"เื่นี้ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดรวมถึงซุ่ยเยวี่ยด้วย เข้าใจไหม?"
หลังจากที่จุยอวิ๋นจากไปเจียงลั่วอวี้ก็ยืนใช้ความคิดสักพักก่อนจะหมุนกายกลับไปในห้อง
เมื่อเข้าไปในห้องก็เห็นว่าไป๋ิ่อวี้นอนอยู่ในชุดนอนที่ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วในใจก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือทำอย่างไรดี ได้แต่จ้องมองอยู่อย่างนั้น
หากว่าคนในจวนแม้แต่คนเดียวรู้ว่าไป๋อวี้ิ่เป็ชายเขาก็ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากแน่การอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้องทั้งคืนไม่กล้าคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นเลย
แต่ในเมื่อพามาแล้วจะมาเสียใจและพากลับไปได้อย่างไรกัน
วิธีที่อันตรายที่สุดคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดถ้าอย่างนั้น...อาศัย่ที่เขายังไม่ฟื้นจับเขาตอนเสีย?
นี่ก็เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน
