อวิ๋นซูไม่ใส่ใจ ทำเพียงหยิบยาลูกกลอนที่นางทำออกมาในหลายวันนี้ใส่เข้าไปในปากของสตรีผู้นั้นเบาๆ เพื่อให้ผู้ป่วยกลืนได้สะดวก ตอนที่ทำยานี้นางเปลืองแรงไปไม่น้อย
ผ่านไปสักระยะ เมื่อยารสขมไหลผ่านปากไปสู่ลำคอทั้งหมด การหายใจของสตรีผู้นั้นค่อยๆ ผ่อนคลาย ไม่มีความรุนแรงเช่นนั้นอีก ดวงตาที่เบิกกว้างมาตลอดก็ค่อยๆ ปิดลง
อวิ๋นซูยืนขึ้นโดยไม่สนใจสายตาของผู้อื่นที่เอาแต่มองแขนเสื้อของนางเลยแม้แต่น้อย “ใต้เท้าเฉิน ให้คนในจวนทั้งหมด ไม่ว่าจะเคยััฮูหยินมาหรือไม่ มารับยาที่ห้องข้า”
“คะ...คุณหนูหก...เช่นนั้นสะ...สภาพของฮูหยินเป็อย่างไรบ้าง?” นายอำเภอเฉินตื่นเต้นอยู่บ้าง
“ใต้เท้าโปรดวางใจ ข้าจะลองดูเต็มที่”
“เช่นนั้นความหมายของคุณหนูหกคือ...ยังมีทางช่วยฮูหยินใช่หรือไม่?” นายอำเภอเฉินถอนหายใจ หากเขายอมเสี่ยงอันตรายเพื่อเก็บฮูหยินไว้แต่สุดท้ายกลับยังช่วยชีวิตไม่ได้ เช่นนั้นมิใช่ว่าสิ้นเปลืองความคิดไปเปล่าๆ หรือ?
อวิ๋นซูไม่กล่าวอะไร แม้นางจะมั่นใจ แต่หลายครั้งที่ต้องดูสภาพของผู้ป่วยให้แน่นอน นางมองไปยังจี้จิ่นที่อยู่ข้างๆ “ให้เวลาข้าสามวัน ข้าคิดว่าคงจะหาวิธีที่ดีที่สุดได้เ้าค่ะ”
บนร่างของนางมีความมั่นใจอันแน่วแน่อยู่ จี้จิ่นแย้มยิ้มเล็กน้อย “ได้!”
สามวันต่อมา สภาพของฮูหยินนายอำเภอมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนดังที่คาดการณ์ไว้ นายอำเภอเฉินตื่นเต้นมาก ส่วนอวิ๋นซูเป็เพราะในมือมียาที่เพียงพอ รวมกับมีผู้ป่วยที่รักษาสำเร็จอยู่ข้างกาย ตอนนี้นางจึงมีความมั่นใจต่อการรักษาต้นตอของโรคมากถึงเก้าส่วน ขอเพียง...โรคระบาดใน่นี้ไม่เกิดอาการใหม่ๆ ขึ้น
หลายวันต่อมา ด้วยความพยายามของทุกคน ในที่สุดสถานการณ์โรคระบาดนอกเมืองหยูก็สามารถควบคุมได้ ประตูที่ถูกปิดแน่นมาหลายวันเปิดให้เหล่าผู้ลี้ภัยได้ในที่สุด
เหล่าประชาชนรวมตัวกันเป็กลุ่มคุกเข่าที่ประตูจวนนายอำเภอ เพียงแต่คนที่พวกเขาขอบคุณไม่ใช่ขุนนางเลอะเลือน แต่เป็อวิ๋นซูที่มีฝีมือนำความสงบกลับมาได้
ตอนนี้ เวลาเดียวกับที่จี้จิ่นออกไปจัดการกับโจร เขาจับโจรูเามาได้คนหนึ่ง
นายอำเภอเฉินจับโจรูเาผู้นั้นขังไว้ที่คุกใต้ดิน คราวนี้อวิ๋นซูและอัครมหาเสนาบดีช่วยฮูหยินของเขา จะอย่างไรก็ควรทำตัวดีเสียหน่อย
ภายในคุกใต้ดิน แส้เส้นยาวตวัดฟาด เสียงการสอบปากคำด้วยการทรมานแว่วเข้ามาในหูไม่หยุด แต่บุรุษที่ถูกมัดยังคงกัดฟันปิดปากแน่น เนิ่นนานผ่านไป กระทั่งคนตวัดแส้ยังรู้สึกหมดแรง นายอำเภอเฉินจึงได้วางถ้วยชาในมือลง เดินเข้าไปแสดงอำนาจของขุนนาง “ข้าเคยพูดกับเ้าแล้ว ขอเพียงเ้าพูดความจริง ก็ไม่จำเป็ต้องรับความเ็ปกับเนื้อหนังเช่นนี้ อย่าให้ต้องบีบบังคับเลย...”
ร่างของโจรเต็มไปด้วยเื ทว่ากลับยังคงเชิดคออย่างยโส แม้ดวงตาทั้งสองพร่าเลือน ปากแผลรู้สึกเจ็บแสบจนทนไม่ไหว แต่ยังคงไม่ยอมเปิดปากคายอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ นายอำเภอเฉินเดินไปเบื้องหน้าเขา ไม่คิดว่าจู่ๆ เขาจะถ่มเืไปที่หน้าของนายอำเภอ
“เ้า...” นายอำเภอเฉินพลันหน้าเขียว ใช้ชายเสื้อเช็ดใบหน้าอย่างดุดัน โทสะพุ่งทะยานถึงชั้นฟ้า “ตี! ตีมันให้ตาย!”
“ใต้เท้าขอรับ...นี่เกรงว่าจะไม่ดีกระมัง?” ผู้ลงมือรู้สึกลำบากใจ “หากตีคนผู้นี้ตายไปจริงๆ แล้วท่านอัครมหาเสนาบดีถามขึ้นมา ควรจะทำอย่างไรดีขอรับ?”
นายอำเภอเฉินชะงัก เขายังคงมีความหวาดผวาต่อท่านอัครมหาเสนาบดี หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง หากปล่อยคนไปเช่นนี้จะคลายความคับแค้นใจได้อย่างไร “เช่นนั้นก็ใช้น้ำเกลือสาดมันเสีย! ข้าไม่เชื่อว่ามันจะยังปากแข็งไปได้อีก!” นายอำเภอทิ้งคำพูดนี้ไว้แล้วจึงแค่นเสียงเย็น สะบัดชายเสื้อเดินออกไปจากคุก
ท่ามกลางความมืด เปลวไฟในกระถางเต้นระบำ บุรุษผู้ถูกมัดถูกน้ำเกลือสาดลงบนร่างอย่างไร้ความปรานี ทว่าเหล่าองครักษ์กลับไม่เห็นประกายที่วาบผ่านในดวงตานั้น
...
ภายในคุกค่อยๆ สงบลง โจรผู้นี้สามารถทนการเฆี่ยนตีได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมพูดออกมาแม้แต่คำเดียว เหลือเพียงองครักษ์สองนายที่เฝ้าเขาเอาไว้ องครักษ์นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งเหน็ดเหนื่อยจนตาพร่า ทันใดนั้น โจรลืมตาอันดุดันขึ้นมองไปรอบๆ พลางค่อยๆ ขยับข้อมือหยาบกระด้างของตน อดกลั้นความเ็ปที่ไล่มาตามิั ดึงมือทั้งสองออกมาจากเครื่องพันธนาการ กัดฟันปิดปากแน่นปล่อยให้เืไหลลงไปตามแขน
การเคลื่อนไหวอันเงียบเชียบเล็กน้อยเหล่านี้ทำให้องครักษ์ทั้งสองสติแจ่มชัดขึ้นหลายส่วน ทว่ายังไม่ทันได้มองเหตุการณ์ให้ชัดเจน ่คอพลันเย็นวาบ พวกเขาเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากจะเชื่อ หลังจากนั้นแล้วก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีก
อีกด้านหนึ่ง อวิ๋นซูหยิบห่อยากำลังออกไปจากห้องตะวันตก เพิ่งจะเดินผ่านทางเลี้ยวมาพลันมีบุรุษกำยำผู้หนึ่งพุ่งออกมา
คนผู้นี้ไม่สวมเสื้อ้า บนร่างเต็มไปด้วยรอยเฆี่ยน ใบหน้าราวกับบิดเบี้ยวเพราะความเ็ป เมื่อเห็นอวิ๋นซูจึงรีบพุ่งเข้ามาแล้วปิดปากนาง
อวิ๋นซูตกตะลึง ตัดสินใจใช้เข็มเงินในมือซัดไปที่เอวของอีกฝ่าย คนผู้นั้นทนความเ็ปอย่างรุนแรงที่โจมตีเข้ามาอย่างฉับพลันไม่ไหว กู่ร้องออกมาด้วยเสียงแหบพร่า ดึงดูดความสนใจจากองครักษ์ที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“ใครกัน?! ไม่อนุญาตให้ทำร้ายคุณหนูหก!”
คนผู้นั้นกัดฟันจับมือของอวิ๋นซูไพล่พลัง ส่วนอีกมือหนึ่งบีบคอของนาง “ถอยออกไปให้หมด! พวกเ้าใครกล้าเข้ามา ข้าจะหักคอนางทันที! หลีกทาง!”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว กลิ่นคาวเืของบุรุษผู้นี้โชยเข้าจมูก กระตุ้นให้สมองของนางแจ่มแจ้ง
ในเวลาชั่วพริบตา จี้จิ่นและนายอำเภอได้ตามมาถึง
“คุณหนูหก?! สมควรตาย...เขาหนีออกมาได้อย่างไร?” นายอำเภอเฉินตกตะลึงอยู่ในใจ
“เ้าเป็ใคร?” อวิ๋นซูพยายามอดกลั้นความมวนท้องอย่างรุนแรงเอาไว้
“หากไม่อยากตายก็หุบปากให้ท่านปู่อย่างข้าเสีย!” คนผู้นั้นะโ สายตาดุร้ายยิ่งขึ้น “พวกเ้าใครกล้าเข้ามา ข้าจะหักคอนางทันที!”
นี่เป็คุณหนูหกแห่งจวนชางหรงโหว! หากนางเกิดเื่อะไรขึ้น...พวกองครักษ์ไม่กล้าคิดต่อ ความกระวนกระวายใจขัดแย้งกับความคิดที่จะพุ่งเข้าไปเมื่อครู่
“หยุดเดี๋ยวนี้!” จี้จิ่นกล่าวเสียงเข้ม ในใจรู้สึกไม่ดี “ปล่อยเขาไป!”
“ใต้เท้า...แต่คุณหนูหก!”
“ไม่ได้ยินคำของข้าหรือ? ปล่อยพวกเขาไป!” สายตาไม่กลัวความตายของคนผู้นี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากพวกเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือ เขาจะต้องเอาชีวิตอวิ๋นซูในทันทีเป็แน่
องครักษ์ที่ล้อมทั้งสองเอาไว้ค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว โจรเห็นดังนั้นก็ไม่ทำอะไรที่เป็การยั่วยุอีก ใช้ด้ามดาบกระทุ้งอวิ๋นซูจนสลบ พานางทะยานออกไปจากระเบียง
“ใต้เท้า...คนผู้นั้นเป็โจรนะขอรับ! คุณหนูหกมิใช่ว่าจะถูกพาเข้าไปที่รังโจรแล้วหรือ?” นายอำเภอฉินที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นๆ แทนอวิ๋นซูที่ถูกพาตัวไป
ดวงตาของจี้จิ่นเปลี่ยนไปเป็คมกริบเ็าโดยพลัน มองเขาแวบหนึ่งแล้วหันกายเดินจากไป
เขารีบทำให้ตนเองเยือกเย็นลงโดยเร็ว ในใจตอนนี้เกิดลางสังหรณ์แย่ๆ บางทีโจรผู้นั้นอาจจะจงใจให้พวกเขาจับตัว ส่วนเป้าหมายก็คืออวิ๋นซู มิเช่นนั้นเหตุให้จึงต้องเสี่ยงอันตรายพาหลิ่วอวิ๋นซูไปด้วยในตอนที่ตนเองได้รับาเ็? เพียงแต่ว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายคืออะไรกันแน่?
ข้างหูมีเสียงลมหนาวพัดหวีดหวิว ทิวทัศน์รอบๆ แล่นผ่านสายตาไปด้วยความรวดเร็ว บุรุษผู้ที่ร่างกายได้รับาเ็อย่างรุนแรงแบกอวิ๋นซูไว้ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื
ไม่ทราบว่านานเพียงใด สตรีบนหลังค่อยๆ ได้สติ ทว่ากลับพบว่าตนถูกพามาที่ข้างกำแพงเมืองทิศเหนือ ที่นี่มีหอที่ถูกทิ้งร้างอยู่แห่งหนึ่ง สามารถบดบังสายตาของทหารที่มาลาดตระเวนได้พอดี
แก๊งๆๆ ที่กำแพงอีกด้านหนึ่ง ดูเหมือนจะมีคนเคาะสัญญาณ
โจรไม่คิดจะวางอวิ๋นซูลง ฝ่ามือของเขาเคาะไปที่กำแพงสามครั้ง อีกด้านหนึ่งพลันส่งเสียงออกมา “พี่ใหญ่ เป็ท่านหรือ?”
“อืม จับคนได้แล้ว”
เขาดึงวัชพืชที่พื้นขึ้น ที่นี่มีโพรงสุนัขสูงเท่าครึ่งตัวคนอยู่โพรงหนึ่ง วางอวิ๋นซูลงข้างในอย่างหยาบกระด้าง ใช้มีดจ่อไปที่คอของนาง “มุดเข้าไป! หากกล้าเล่นลูกไม้อะไร อย่าหาว่าข้าไร้ไมตรี!”
ดาบอันเย็นะเืจี้มาที่ตนเอง อวิ๋นซูมองบุรุษเืท่วมตรงหน้า ดวงตาของอีกฝ่ายแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเื ทว่าราวกับมีความแน่วแน่ค้ำจุนเขาอยู่
สายตาตกอยู่ที่เอวของเขา เข็มเงินของนางยังปักอยู่ที่นั่น!
“มองอะไร?! ไม่อยากอยู่แล้วหรือ!” โจรผลักแรงๆ ครั้งหนึ่ง อวิ๋นซูรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ค่อยๆ โค้งกายลง อีกฟากหนึ่งของโพรงหินมีมือหยาบกระด้างคู่หนึ่งยื่นมา “เร็วหน่อย ไม่เช่นนั้นข้าจะเอาชีวิตเ้า!”
ที่แท้ โจรเหล่านี้ก็เข้าเมืองไปเช่นนี้
ผู้ที่รอรับอีกด้านหนึ่งเป็ชายหนุ่มผิวคล้ำ บนศีรษะของเขาสวมหมวกผ้าทรงสี่เหลี่ยมสี่น้ำเงิน ที่เอวแขวนมีดโค้งขึ้นสนิมไว้เล่มหนึ่ง เมื่อเห็นอวิ๋นซูก็รีบยื่นมือไปลากแขนนางขึ้นมา
“พี่ใหญ่!”
โจรตามมาติดๆ เมื่อปรากฏตัว บุรุษหนุ่มผู้นั้นก็ส่งเสียงเรียก “นี่...เ้าพวกขุนนางสุนัขสมควรตาย! พี่ใหญ่ ยังทนไหวหรือไม่?”
โจรหยัดกายขึ้น พยายามเค้นรอยยิ้มออกมา เืบนร่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
อวิ๋นซูเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา กลับมีความรู้สึกราวกับว่าเขาไม่ใช่โจรธรรมดา
“รีบพานางกลับไป เด็กๆ ทนได้อีกไม่นานแล้ว” เสียงของเขาฟังดูอิดโรย ยืนขึ้นแล้วเกิดโซเซในฉับพลัน บุรุษหนุ่มรีบเข้ามาประคองเขา “พี่ใหญ่!”
“ข้าไม่เป็ไร! เร็ว ไม่เช่นนั้นพวกมันจะตามมาแล้ว!”
บุรุษหนุ่มกัดฟัน ดึงมีดโค้งที่เอวออกมาชี้ไปทางอวิ๋นซูอย่างโเี้ “เดิน!”
ข้างกายตามมาด้วยบุรุษทั้งสอง อวิ๋นซูดูราวกับไม่ใส่ใจ ทว่าสายตาของนางจดจำเส้นทางเอาไว้แล้ว ตรงหน้าเป็ป่าแห่งหนึ่ง การกระทำของบุรุษข้างกายยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
“พี่ใหญ่! ทนอีกนิด!”
เขาถูกทรมานมาจากในคุก ยืนหยัดใช้แรงเฮือกสุดท้ายลักพาตัวนางมา ตอนนี้ลมหายใจติดขัด เมื่อครู่เขาฉีกชายเสื้อของคู่หูมาพันแผลบนร่างเอาไว้จนแน่น เพื่อไม่ใช้เืหยดลงพื้นจนปรากฏเส้นทางเดินของพวกเขา แต่าแยังคงไม่ได้รับการจัดการใดๆ
“เ้าไม่ใช่หมอหรือ? รีบรักษาแผลให้พี่ใหญ่ข้าเสีย!”
บุรุษหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป ตวัดดาบไปวางบนคอของอวิ๋นซู อย่างไรก็ตาม สีหน้าหวาดกลัวกลับไม่ปรากฏบนใบหน้าของสตรีนางนี้ “พวกเ้าจับข้ามากะทันหัน ทั้งยังไม่ให้สมุนไพรใดๆ แล้วข้าจะไปรักษาเขาได้อย่างไร?”
ใบหน้าของเขาแข็งทื่อ โจรที่ถูกเขาประคองส่ายศีรษะเบาๆ “ข้าไม่เป็ไร กลับไปที่หมู่บ้านค่อยว่ากัน...”
ร่างกายกำยำาเ็หนัก ในใจของอวิ๋นซูกลับรู้สึกนับถืออยู่หลายส่วน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้คนปกติคงสลบเพราะเสียเืมากไปแล้ว ราวกับนางจะรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นแนวแน่อันแกร่งกล้าบนร่างของเขา
ด้านหน้าพลันปรากฏกเงาคนหลายคน ผู้เยาว์หลายคนที่พันผ้าสีน้ำเงินบนศีรษะยืนขึ้นจากพุ่มไม้ “พี่ใหญ่กลับมาแล้ว!”
พวกเขามีสภาพหน้าเหลืองตัวผอม ทั้งร่างเหลือเพียงดวงตาที่มีชีวิตชีวา ทุกคนวิ่งเข้ามาล้อมพวกเขาอย่างกระตือรือร้น เมื่อเห็นาแสาหัสบนร่างของโจรพลันหน้าเปลี่ยนสี “เร็ว รีบประคองพี่ใหญ่เร็ว!”
“นางเป็หมอหรือ?” มีผู้เยาว์คนหนึ่งสงสัยในฐานะของอวิ๋นซู บุรุษผู้สวมหมวกสีน้ำเงินแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “นางเป็คนที่พี่ใหญ่เสี่ยงตายไปจับตัวมา รีบนำนางเข้าไปขังเสีย!”
ทำไมหมอที่มาจากเมืองหยูถึงได้เป็สตรีอายุน้อยผู้หนึ่งไปได้? วิชาแพทย์ของนางเชื่อถือได้หรือ?
อวิ๋นซูถูกสายตาจำนวนมากจ้องมอง เบื้องหน้าปรากฏถ้ำที่ปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์แห่งหนึ่ง “เข้าไป!” เหล่าผู้เยาว์เร่งรัดอย่างหยาบคาย นางตามพวกเขาไปในถ้ำมืด กิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจากรอบด้านสกัดการก้าวของนาง ผู้เยาว์เบื้องหน้าเปิดทางอย่างชำนาญ ค่อยๆ มีแสงไฟส่องเข้ามา ด้านหลังมีคนผลักนางครั้งหนึ่ง
