ภายนอกพระราชวัง อวิ๋นซูได้รับจดหมายจากรัชทายาท ในจดหมายกล่าวว่าดูเหมือนองค์หญิงซีเยว่จะผ่อนคลายการป้องกันลง ความจริงแล้ววิธีการที่ตงฟางซวี่ใช้เอาอกเอาใจซีเยว่ก็เป็อวิ๋นซูที่ชี้แนะ
ถึงแม้จะบอกเขาไปแค่เพียงเื่เกี่ยวกับจิตใจของหญิงสาว ให้เขาแสดงความชื่นชมเป็บางครั้ง ในตอนที่มีสายตาชื่นชมปรากฏขึ้น ซีเยว่จะต้องหลงใหลเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่สิ่งที่อวิ๋นซูไม่ทราบก็คือ ของขวัญชิ้นนั้นเป็ของขวัญที่ตงฟางซวี่เลือกโดยอิงจากความชื่นชอบของอวิ๋นซู
ในจดหมายยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน องค์หญิงซีเยว่มาที่ตำหนักตะวันออกด้วยตัวเอง มาร่วมจิบเหล้าชมจันทร์ด้วยกัน อีกทั้งคำพูดของซีเยว่ยังมีความออดอ้อน เป็เหมือนดั่งที่อวิ๋นซูกล่าวเอาไว้ทุกประการ
อวิ๋นซูอ่านจดหมายพลางแย้มยิ้มน้อยๆ ดียิ่งนัก ดูเหมือนรัชทายาทจะกุมเคล็ดลับสำคัญเอาไว้ในฝ่ามือได้แล้ว หากเป็เช่นนี้ ซีเยว่จะต้องผ่อนคลายความระมัดระวังลงเป็แน่ เื่ราวต่อจากนี้ก็กระทำได้ง่ายแล้ว
อวิ๋นซูหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตอบจดหมาย บอกให้เขาเพิ่มความระมัดระวังในวันอภิเษกสมรสให้มาก เนื่องจากตามความเข้าใจที่นางมีต่อเซียวอี้เชิน เขาจะต้องส่งคนมาจับตามองในวันอภิเษกสมรสอย่างแน่นอน จำเป็ต้องกระทำอย่างระมัดระวังจนถึงที่สุด
ดังนั้นรัชทายาทมิอาจเผยพิรุธได้ จำเป็ต้องแสดงท่าทางโปรดปรานที่มีต่อซีเยว่ออกมา ไม่อาจทำให้เขาพบความบกพร่องใดๆ โดยเด็ดขาด
...
เพียงพริบตาเดียว วันงานรื่นเริงก็มาถึง
ในวันพระราชพิธีอภิเษก ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆหมอกนับหมื่นลี้ แสงสีทองอร่ามในยามเช้าส่องผ่านช่องว่างของใบไม้ สาดส่องสว่างสดใส
เหล่าวิหคบินร่อนคล้ายนำความยินดีของทั่วทั้งแคว้นบินลอยไปบนฟากฟ้า
ในเมืองหลวง แต่ละบ้านต่างแขวนโคมไฟหลากสีสัน กระทั่งร้านแผงลอยเล็กๆ ตามถนนก็ยังแขวนเชือกถักสีแดงอันงดงาม ไม่มีที่ใดที่ไม่ปรากฏความยินดี
บนถนนและตรอกซอกซอย เหล่าเด็กน้อยสวมอาภรณ์สีแดงวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน ราวกับเป็การต้อนรับปีใหม่
ณ ร้านเหล้าแห่งหนึ่งบริเวณมุมถนน ชาวบ้านจำนวนมากนั่งล้อมเข้าด้วยกัน พากันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์
คนที่นั่งอยู่กลางวงล้อมยกแก้วขึ้น “มา พวกเรามาร่วมแสดงความเคารพรัชทายาทด้วยกัน คราวนี้รัชทายาททรงอภิเษกกับองค์หญิงแห่งแคว้นอี้ ภายภาคหน้าทั้งสองแคว้นจะต้องเป็มิตรที่ดีต่อกันอย่างแน่นอน แคว้นเฉินของพวกเราก็จะยิ่งเข้มแข็งเกรียงไกร”
ทุกคนยกแก้วขึ้น ส่งเสียงออกมาด้วยความยินดี
ตอนนี้เองมีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้น “ได้ยินว่าองค์หญิงแคว้นอี้ผู้นี้งดงามราวกับเทพเซียน ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ”
“เหอะ...เ้านี่ไม่รู้อะไรเสียเลย รัชทายาทของพวกเรารูปงามไร้ที่เปรียบ หากพวกเขาแคว้นอี้ส่งสตรีอัปลักษณ์มา ไม่ใช่ว่าจะเป็การขายหน้าพวกเขาหรอกรึ?”
“ใช่ๆ! น้องชายท่านนี้กล่าวได้ถูกต้อง แคว้นเฉินของพวกเรามากไปด้วยผู้มีความสามารถ หากแคว้นอี้ไม่หวาดกลัวจะส่งองค์หญิงมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทำไม? ”
กล่าวจบชาวบ้านก็หัวเราะเสียงดังกินดื่มอย่างอิสระ
ในฐานะที่เป็ประชาชนแคว้นเฉิน พวกเขาไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ไม่ยินดีและไม่กระตือรือร้นกับแคว้นของตน!
ณ พระราชวัง ตำหนักที่เดิมทีเปล่งประกายสีทองอร่าม ในยามนี้ยิ่งส่องสว่างมากยิ่งขึ้น บนกำแพงวัง ระเบียงอันทอดยาว ศาลาและหอสูง รอบด้านต่างเต็มไปด้วยสีแดงแห่งความยินดี กระทั่งดอกไม้ที่เบ่งบานภายในส่วนบุปผาหลวงก็ยังกลายเป็ดอกมู่ตานสีแดงดุจไฟ
ท่ามกลางสีแดงเ่าั้ เหล่าข้าราชบริพารเดินไปมาอย่างวุ่นวาย ไม่กล้าชักช้าเลยแม้แต่น้อย บนใบหน้าของทุกคนในยามนี้ต่างประดับไปด้วยความระมัดระวังอันเคร่งเครียด
ภายในตำหนักของรัชทายาท ขุนนางกรมพิธีการกำลังส่งอาภรณ์ให้ตงฟางซวี่
เขายืนอย่างเงียบงัน ท่าทางสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ผมยาวถูกมัดรวบสูง สวมอาภรณ์สีแดงอันเป็มงคล บนร่างประดับด้วยอัญมณีอันล้ำค่า เพียงแต่ใบหน้าของเขาในยามนี้กลับเรียบเฉย ไม่พบคลื่นอารมณ์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ขนตายาวบดบังดวงตาของเขาไปกว่าครึ่ง ทำให้ผู้คนมิอาจคาดเดาเจตนาลึกๆ ของเขาได้ มีเพียงการเดินไปเดินมาในบางครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความอดรนทนไม่ไหว
ไม่นาน อาภรณ์ตามพระราชพิธีอันซับซ้อนก็ถูกสวมใส่อยู่บนร่างจนเสร็จสิ้น ขับเน้นบุคลิกองอาจห้าวหาญแห่งจักรพรรดิของเขาให้เด่นชัดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรก็ตามเขาในตอนนี้กลับไม่กล่าวอะไรแม้เพียงคำเดียว ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจลำบาก
ขุนนางกรมพิธีการก้มหน้าลงสำรวจรอบแล้วรอบเล่า สุดท้ายจึงคารวะอย่างนอบน้อม “ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ยินดีกับพระองค์ด้วย!”
ตงฟางซวี่ตอบรับไปประโยคหนึ่งอย่างเรียบเฉย ยกมือขึ้นโบกส่งสัญญาณให้เขาถอยออกไป
เขามองไปรอบด้าน สีแดงอันเสียดแทงสายตาทำให้เขารู้สึกขบขันเล็กน้อย
งานอภิเษกเช่นนี้เขาเคยจินตนาการถึงมันมานับครั้งไม่ถ้วน เพียงแต่จนถึงตอนนี้ ในใจของเขาก็ยังมีความคิดที่จะหลีกหนี
อย่างไรก็ตาม อารมณ์เช่นนั้นกลับปรากฏอยู่ในใจของเขาเพียงชั่วครู่แล้วเลือนหายไป เนื่องด้วยในตอนนี้ สิ่งที่เขาคิดถึงมากยิ่งกว่าก็คืออวิ๋นซู ตลอดจนคำพูดทุกประโยคที่นางเคยกล่าวกับตน
เขาทอดมองออกไปยังที่ห่างไกล ทำให้จิตใจของตนได้รับความผ่อนคลาย
เขาเป็รัชทายาทแห่งแคว้น ชั่วชีวิตของเขาต้องคิดกระทำเพื่อประชาชนแห่งแคว้นเฉิน ในใจของเขาไม่อาจยึดไว้เพียงความรักระหว่างชายหญิง เขาต้องคิดถึงใต้หล้า ต้องทำให้สตรีผู้งดงามผู้นั้นเห็นความทะเยอทะยานของตน
อีกทั้ง...
เขาจะทำให้นางรู้ว่า หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างมั่นคง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้นางไปจากเขาอีก
นี่เป็ครั้งแรกที่ตงฟางซวี่รู้สึกว่าแท้จริงแล้วตนเองกำลังอ่อนแอเสียยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการไว้ เขาถูกสถานการณ์ในปัจจุบันบีบบังคับ หากเขาแข็งแกร่งมากพอก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นทุกวันนี้
เขารู้สึกเสียใจที่ตนเองไม่ได้ใส่ใจในงานราชสำนักั้แ่แรกเริ่ม ก่อนหน้านี้ในการแข่งม้าระหว่างสองแคว้น ในใจของเขายังเต็มไปด้วยความอิ่มเอม คิดว่าแคว้นอี้ก็ไม่เห็นจะมีอะไรมาก แต่ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงความอ่อนแอของตนแล้ว
ใช่แล้ว อ่อนแอ
มองไปยังสีทองอร่ามที่ห่อหุ้มไปด้วยสีแดง มือในแขนเสื้อกำแน่น
วันนี้เขาต้องจับจูงองค์หญิงแคว้นศัตรูเหยียบย่างขึ้นสู่แท่นพิธีของแคว้นเฉินเพื่อกราบไหว้ฟ้าดิน
มีอะไรน่าขบขันยิ่งกว่านี้อีกหรือไม่? ตงฟางซวี่มีความรู้สึกว่าผู้อื่นเป็มีดส่วนตนเองเป็เนื้อปลาบนเขียง
เขาบอกกับตนเองว่าจะต้องจดจำความอัปยศในวันนี้เอาไว้ เพียงเพื่อวันนี้ เขาจำเป็ต้องทำให้ตนเองแข็งแกร่ง ทำให้จักรพรรดิแคว้นอี้รู้ว่าแคว้นเฉินไม่ใช่ของเล่นในมือของเขา
“ฝ่าา ได้ฤกษ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ด้านนอกมีเสียงของขันทีใหญ่ดังแว่วขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ในตำหนักของรัชทายาทต่างทราบว่าวันนี้รัชทายาทอารมณ์ไม่ดี ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าพูดจาให้มากความแม้แต่ประโยคเดียว
ประตูวังค่อยๆ เปิดออก บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีแดงปักลายัทองแผ่บรรยากาศเคร่งขรึมออกมาทั้งร่าง ขันทีใหญ่รีบก้มหน้าของตนลง
“ได้ฤกษ์แล้ว ไปเถอะ” เสียงนี้ทำให้ขันทีใหญ่รู้สึกหนักอึ้ง
เขาเห็นรัชทายาทเติบโต จะมองไม่เห็นถึงความคิดในใจของเขาได้อย่างไร ด้านนอกมีข่าวลือว่าฝ่าาและหย่งจี๋เสี้ยนจู่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน ขันทีใหญ่ทราบว่าในใจของฝ่าามีหย่งจี๋เสี้ยนจู่อยู่จริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาเองก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างฝ่าาและฮองเฮาโดยไม่เจตนา วันนี้ฝ่าากลับแต่งองค์หญิงแคว้นอี้เข้ามา เห็นได้ชัดว่าในใจของฝ่าาจะโศกเศร้าเพียงใด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ขันทีใหญ่ลอบถอนหายใจกับตนเอง เขาเองก็รู้สึกอับจนหนทาง
เสียงกลองอันยิ่งใหญ่ดังขึ้น บนขั้นบันไดหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ปูไปด้วยพรมแดงมงคล กลีบดอกไม้สีแดงและสีชมพูโปรยปรายทั่วท้องฟ้า บุรุษยืนอยู่บนปะรำพิธีสูง ชุดแต่งงานสีแดงโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางแสงอาทิตย์
ณ จุดสูงสุดของปะรำพิธีมีจักรพรรดิและฮองเฮาแห่งแคว้นเฉินยืนอยู่ ก้มพระพักตร์ทอดพระเนตรไปยังรัชทายาทที่อยู่บริเวณประตูหินสลัก บนพระพักตร์ของทั้งสองประดับไปด้วยความยินดี เพียงแต่ความยินดีนั้นไปไม่ถึงดวงพระเนตร ผู้ใดก็มองไม่ออกว่าทั้งสองพระองค์กำลังคิดสิ่งใด
นอกพระราชวัง เสียงประทัดดังลั่นสนั่นฟ้าราวกับ้าทำให้สั่นะเืไปทั่วทั้งเมือง ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นของกำมะถันอย่างเข้มข้น กลุ่มควันล่องลอยพร้อมกับไหมสีแดงปลิวไปตามลม
ประตูหินสีขาวบานใหญ่สลักไปด้วยรูปัทะยานที่ดูราวกับมีชีวิต ที่นี่คือแท่นบวงสรวงของแคว้นเฉิน มีเพียงยามที่โอรสัที่แท้จริงอภิเษกกับพระชายาเอกจึงจะสามารถจัดงานในแท่นบวงสรวงแห่งนี้ได้
เสียงแตรดังขึ้น ทหารที่คาดเข็มขัดสีแดงหลายสิบคนร้องะโ ผลักประตูหินบานนั้นให้เปิดออก
เงาร่างงดงามยืนอยู่ที่นั่น เื้ัมีนางข้าหลวงในชุดสีชมพูหกสิบคนยืนเรียงเป็สองแถว ในมือของพวกนางถือกระเช้าดอกไม้ แขนเสื้อโบกสะบัด กลีบดอกไม้โปรยปรายร่วงหล่นไปตามสายลม ทำให้ผู้คนดวงตาพร่าเลือน
เื้ั ขุนนางบู๊บุ๋นจำนวนนับร้อยคุกเข่าอยู่สองฟากฝั่ง ดูยิ่งใหญ่อลังการ
ตงฟางซวี่ใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง ทว่าในดวงตากลับมีประกายเ็า สตรีที่กำลังเดินใกล้เข้ามาจากบริเวณไกลๆ นั้นคือพระชายาของเขา ทว่าไม่ใช่พระชายาที่อยู่ในใจของเขาผู้นั้น
ผ้าโปร่งบดบังดวงหน้าที่ประทินผิวอย่างประณีตงดงามขององค์หญิงซีเยว่ มุมปากที่ดูราวกับกลีบบัวยกยิ้ม สายตาของทุกคนรวมอยู่บนร่างของนาง ความรู้สึกที่เป็จุดศูนย์รวมของสายตาทำให้นางรู้สึกราวกับมีคลื่นซัดสาดอยู่ในใจ เบื้องหน้ามีบุรุษรูปงามผู้นั้นกำลังมองมาที่ตน
ชั่วขณะนั้น องค์หญิงซีเยว่ลืมเลือนภารกิจของตนไปชั่วครู่ นางคิดเพียงแค่ว่านี่คือพิธีการแต่งตั้งพระชายาของนาง
จักรพรรดิและฮองเฮาแคว้นเฉินทอดพระเนตรคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ความคิดล่องลอยไปถึงยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นพวกเขาก็ระมัดระวังรอบคอบเป็อย่างมาก บุคคลที่เกิดในครอบครัวราชวงศ์ล้วนต้องพบกับความอดกลั้น แต่ฮองเฮากลับรู้สึกว่าภารกิจที่ต้องแบกรับอยู่บนไหล่เมื่อได้เป็มารดาแห่งแคว้น เป็สิ่งที่จำเป็ต้องกระทำให้สำเร็จ ต่อให้วังหลังจะมีสาวงามมากมาย ต่อให้จะไม่อาจคาดการณ์สิ่งใดได้ แต่นางต้องยืนหยัดอยู่ในตำแหน่งมารดาแห่งแคว้นต่อไป
รัชทายาทเองก็ต้องจดจำฐานะของตนเองไว้ให้มั่น ผู้เกิดในราชวงศ์ล้วนเป็สายเืัที่แท้จริง ไม่อาจจะสลัดทิ้งไปได้ตลอดกาล ทั่วทั้งใต้หล้าล้วนอยู่บนบ่าของเขา
“ฝ่าา ฝ่าา”
ขันทีใหญ่ล่างพลับพลาเห็นว่าตงฟางซวี่กำลังเหม่อมองไปเบื้องหน้า ไม่ได้มีจิตใจจดจ่อเลยแม้แต่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเตือน
ตงฟางซวี่ได้สติกลับมา เขากะพริบตาเล็กน้อย ยกชายเสื้อขึ้นเดินลงบันไดไปด้านล่าง เข้าไปใกล้พระชายาในอาภรณ์สีแดง
ชั่วขณะนั้นมีลมอันรุนแรงพัดเข้ามา ทำให้ผ้าคลุมหน้าสีแดงของซีเยว่ปลิวไสว ปรากฏดวงหน้าอันงดงาม พริบตานั้นตงฟางซวี่มีความรู้สึกหนึ่ง ราวกับว่าผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือคนในใจของเขาคนนั้น
งดงามดุจกล้วยไม้ขาว สูงส่งดุจเซียน์
ทว่าพริบตาต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาสู่ความเป็จริง ดวงหน้าอันงดงามที่ประโคมไปด้วยเครื่องประทินผิวประดับไปด้วยความสง่างามโดดเด่น ดวงตาหงส์สั่นไหว ปรากฏรอยยิ้มเขินอายของสตรี
มือของตงฟางซวี่ชะงักค้าง สุดท้ายก็ยังคงเดินเข้าไปใกล้แล้วยกมือขึ้น
นิ้วเรียวขาวปรากฏเบื้องล่างผ้าคลุมหน้าสีแดงของตน องค์หญิงซีเยว่แย้มยิ้มเล็กน้อย นำมืออันงดงามประดุจหยกของตนวางลงบนฝ่ามือเขาเบาๆ
ฝ่ามืออันอบอุ่นห่อหุ้มนางเอาไว้ด้วยความระมัดระวัง ใจขององค์หญิงซีเยว่อดไม่ได้ที่จะเต้นแรง
ชั่วขณะนี้ นางรู้สึกได้อย่างลึกล้ำว่าบุรุษข้างกายผู้นี้กำลังจะกลายเป็พระสวามีของตน
เขารูปงามโดดเด่น เขามีความสามารถฉลาดเฉลียว และเขายังมีฐานะสูงส่ง
เป็จุดรวมความใฝ่ฝันของสตรีทั่วทั้งใต้หล้า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ไม่ใช่ว่างดงามสมบูรณ์แบบเกินไปหรอกหรือ? ในสมองราวกับมีอะไรบางอย่างเปล่งประกาย เมื่อซีเยว่ได้สติกลับมา นางก็ยืนอยู่บนปะรำพิธีแล้ว
ทอดสายตามองไป เก็บภาพพระราชวังสีทองอร่ามเอาไว้ในสายตา ขุนนางใหญ่ทั้งบุ๋นบู๊จำนวนนับร้อยหมอบคลานอย่างเคารพนอบน้อมอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของตน ลมอ่อนๆ พัดมา นางรู้สึกราวกับว่ากำลังขึ้นขี่อยู่บนเมฆวิเศษ
มองลงไปยังทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า จิตใจของนางพลันเปิดออก แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยคิดเลยว่าการยืนอยู่บนที่สูงจะให้ความรู้สึกเช่นนี้
ความรู้สึกที่สรรพสิ่งถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า
อย่างไรก็ตาม จู่ๆ ภาพเบื้องหน้าพลันเปลี่ยนไป ราวกับนางมองเห็นกีบเท้าเหล็กอันแข็งแกร่งบุกทำลายประตูวัง เหยียบย่ำความยิ่งใหญ่อลังการ เปลวเพลิงมอดไหม้และเสียงของการฆ่าฟันดังไปทั่วทุกพื้นที่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีกลายเป็ซากประหลักหักพังภายในชั่วพริบตา! มงกุฎหงส์บนศีรษะของนางร่วงหล่น ส่วนพระสวามีของนาง ผู้เป็จักรพรรดิแห่งแคว้นถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าของผู้อื่น!
“ไม่...”
