บรรดาสาวใช้ที่พากันมาออตรงหน้าประตูต่างก็นึกไม่ถึงว่านายหญิงของพวกนางจะเปิดประตูออกมาจึงได้พากันหลบตา แม้แต่บ่าวไพร่ที่อยู่ไกลออกไปก็พากันหลบตามมุมต่างๆ ที่คิดว่าปลอดภัยเหลือเพียงแต่พวกที่ยืนอยู่หน้าประตูที่ต้องรองรับอารมณ์ของเ้านาย
"...คุณหนู..."
แม่นมอวิ๋นเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปปลอบใจคุณหนูผู้ที่เติบโตมาด้วยน้ำนมจากอกของนาง"คุณหนูเ้าคะ มื้อเย็นคุณหนูรับประทานไปไม่เท่าไรเอง ถ้าเกิดว่าหิวขึ้นมาก็บอกข้าน้อยนะเ้าคะข้าน้อยจะเตรียมขนมที่คุณหนูชอบมาให้ทันทีเลยเ้าค่ะ..."
เจียงฮุ่ยมีสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้งแม่นมใจเต้นระส่ำและกำลังจะพูดต่อแต่ทันใดนั้นเสียงแจกันลายครามก็แทรกขึ้นมา มันตกลงแตกกระจายอยู่บนพื้นพร้อมเสียงดังสนั่นแล้วจากนั้นประตูก็ถูกผลักปิดใส่หน้าแม่นม
นางยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูใบหน้าซีดเซียวและเกือบจะเป็ลมลงไป โชคดีที่ยังมีสาวใช้อีกสี่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นรับตัวนางไว้ได้ทันนางใจนร้องไห้ ภายในบริเวณนั้นเงียบสงัดลงและไม่มีใครกล้าเข้าไปปลอบประโลมคุณหนูอีก
เมื่อจบเรื่อของเจียงฮุ่ยเงาดำก็ะโข้ามกำแพงกลับไปทางฝั่งตะวันตกไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะเงานั้นว่องไวดุจแมว เขาะโกลับไปยังที่พักของตนแต่เมื่อกำลังจะผลักประตูเข้าไปก็คิดอะไรได้ขึ้นมา
เขา...ลืมอะไรไปหรือเปล่า? หรือว่าลืมไปแอบดูใคร?
เจียงลั่วอวี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของซุ่ยเยวี่ยที่ปลอมเป็ตนเดินไปมาด้วยความกังวล เขายืนครุ่นคิดสักพักแล้วก่อนจะะโเข้าไปในสวนและมุ่งหน้าตรงไปยังทางที่เขาไม่คุ้นเคย
ถัดไปจากที่พักตนก็เป็ที่พักของน้องๆสายตาของเขามองเห็นสระที่ถูกขุดเพื่อทำเป็สระบัวให้กับไป๋อี๋เหนียงที่ชื่นชอบดอกบัวเป็ชีวิตจิตใจเขาจึงะโไปลงที่ข้างสระ
คอนนี้เป็่ต้นฤดูใบไม้ผลิในสระจึงปราศจากเงาของใบและดอกบัวแต่ยังสะท้อนให้เห็นเงาสีขาวแสงจันทร์บนผิวน้ำ และเผยให้เห็นใบหน้าที่แม้จะหลับตาแต่มีรอยแผลพาดอยู่
เมื่อครู่คิดว่าตนเองตาฝาดไปกับเงาในน้ำไม่คิดว่าสักพักก็ได้เจอกับคนที่กำลังอยากเจอ
ร่างนั้นยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวต้นฤดูใบไม้ผลิในราตรีดึกสงัดเจียงลั่วอวี้มองไปยังบริเวณรอบๆ สถานที่ที่ไร้ซึ่งผู้คน นึกไปถึงเมื่อตอนที่ช่วยชีวิตคนคนหนึ่งจากลำธารเขาก้าวเดินออกไปและขานเรียกด้วยเสียงแ่เบาว่า "...ไป๋ิ่อวี้?"
