“ปกป้องอ๋องเฟย!”
หลังจากเสียงอุทานผ่านไป ผิงอ๋องเฟยจึงถูกทหารคุ้มกันไว้ตรงกลางทว่ากงอี่โม่เดินบีบเข้าหารอยเืที่รุมฆ่าเซินสือเย่เมื่อก่อนหน้านี้ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นเมื่อนางยกมือฟันกระบี่ลงมา บริเวณนี้จึงมีรอยเืรอยใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ในชั่วพริบตาเสียงกรีดร้องของสตรีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
เพราะเหตุใดกงอี่โม่จึงทำเช่นนี้? นางไม่รู้หรือว่าการกระทำเช่นนี้ของนางหากถูกจับได้แล้วผลลัพธ์จะมีเพียงความตายเท่านั้น? หรือว่าไอ้ลูกทรพีอย่างเซินสือเย่จะสามารถทำให้กงอี่โม่ยอมตายเพื่อเขา? ผิงอ๋องเฟยไม่เข้าใจ แม้กระทั่งเซินสือเย่เองก็ยังไม่เข้าใจเพราะเหตุใดนางจึงทำเพื่อเขาถึงเพียงนี้!
นางเป็คนทำเพื่อผลประโยชน์ ทว่าเหตุการณ์นี้กล่าวได้ว่าไม่มีผลดีต่อนางนางย้อนกลับมาจวนท่านอ๋องเช่นนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากหากคนเ่าั้กลับมาจับตัวนางได้อย่างรวดเร็วอีกทั้งตั้งข้อหาบุกรุกจวนท่านอ๋องและฆ่าคนเช่นนี้ก็สามารถทำให้กงอี่โม่โดนลงโทษปะาชีวิตด้วยวิธีหลิงฉือ!
นางไม่กลัวตายหรือ?
หยดเืสาดกระเซ็น! กงอี่โม่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับผีเสื้อโบยบินผ่านตรงกลาง!
ส่วนทางด้านเซินสือเย่ในูเาจำลองกำลังทำท่าอยากมองแต่ไม่กล้ามอง!
ฉึก......เสียงตัดเส้นเืดังขึ้นอีกครั้งเืทะลักดุจสายน้ำทำให้เซินสือเย่หลับตาสนิทในชั่วพริบตาภาพเหตุการณ์ที่มารดาของเขาปลิดชีพปรากฏขึ้นอีกครั้ง! เขาขยะแขยงจนอยากอาเจียน! ความรู้สึกวิงเวียนจนแทบหมดสติผุดขึ้นทว่าเสียงเรียกชื่อของเขาจากกงอี่โม่ทำให้เขาได้สติกลับคืนมา!
“เซินสือเย่! ลืมตาเดี๋ยวนี้!”
แม้ว่ากงอี่โม่ไม่ได้มองไปทางเขาทว่านางรู้ว่าเขาจะต้องไม่ได้ลืมตาดูนาง
ชุดสีขาวของนางเต็มไปด้วยรอยเืขนาดใหญ่ ร่างของนางสะท้อนเสน่ห์ที่แตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง
เซินสือเย่พยายามฝืนความรู้สึกของตน เขาเบิ่งตาจ้องเขม็ง
กงอี่โม่คลี่ยิ้ม ท่ามกลางแสงจันทร์ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยหยดเื ชั่ววินาทีนี้นางกลับหลับตาลงราวกับกำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้ฆ่าคน
“ลืมตาเดี๋ยวนี้ มองให้เต็มตา! ข้า กำลังฆ่าคนเพื่อท่าน!”
เมื่อกล่าวจบนางจึงลืมตาทั้งสองข้างมือของนางตวัดกระบี่ปาดคอใครคนหนึ่งโดยตรง! ภาพเหตุการณ์นี้ช่างเหมือนกับเหตุการณ์การปลิดชีพของมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อนจริงๆ
นาง! กำลังฆ่าคนเพื่อข้า!!
เมื่อผิงอ๋องเฟยได้ยินว่าเซินสือเย่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันนางจึงได้สติราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน องครักษ์เบื้องหน้าล้มตายระเนระนาด “เร็วเร็ว รีบไปเรียกท่านอ๋อง! รีบไปสิ!”
ทว่าเมื่อนางกล่าวจบ องครักษ์หญิงทั้งหลายกลับไม่ขยับตัวที่แท้กงอี่โม่ฆ่าองครักษ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว กระบี่ของนางมีเืหยดลงมานางมองอีกฝ่ายเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม
“อ๋องเฟย?”
กงอี่โม่เอ่ยปากพร้อมคลี่ยิ้ม ทว่าคาดไม่ถึงว่าเพียงนางเอ่ยปากอ๋องเฟยกลับคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของนาง ใบหน้าของอ๋องเฟยซีดขาวราวกับเพิ่งเจอปีศาจร้ายเลยทีเดียว!
คาดไม่ถึงว่ากงอี่โม่จะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!
ใช่แล้ว! ตอนอายุสิบขวบนางก็คือคนที่ลงมือฆ่าคนจำนวนมากมายในตำหนักเย็น เหตุการณ์นี้ผ่านมานานเกินไปนานจนทำให้ผู้คนลืมไปว่ากงอี่โม่ก็เคยมีภาพลักษณ์เช่นนี้
“ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าข้าเลย อย่าฆ่าข้า! ข้าไม่ได้ตั้งใจ เป็เพราะท่านอ๋อง! เป็ท่านอ๋องที่้าฆ่าไอ้ลูกทรพีซื่อจื่อ! เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกับข้าเลย”
ขณะที่กล่าวนั้นร่างของนางสั่นเทิ้ม นางใจนไม่อาจควบคุม
“เซินสือเย่ปกติตอนที่ท่านอยู่ด้านนอกก็เก่งกล้าสามารถนักไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมท่านจึงต้องคอยพะว้าพะวังกับสตรีนางนี้รวมทั้งตระกูลนี้ท่านสับสนในตัวเองนานขนาดนั้นเลยหรือ?” กงอี่โม่ชี้ไปที่อีกฝ่าย นางพลันหันหน้าคลี่ยิ้มพร้อมกล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน
อันที่จริงกงอี่โม่เข้าใจเป็อย่างดี เซินสือเย่ไม่มีมารดามาั้แ่เด็กบิดาของเขาก็ไม่รัก วันๆ ต้องเผชิญหน้ากับการกลั่นแกล้งจากมารดาเลี้ยงตอนเขาเป็เด็ก สตรีนางนี้จะต้องสร้างปมที่ติดค้างอยู่ในใจเซินสือเย่อย่างแน่นอนจนกระทั่งเขาโตแล้ว เขาก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองควรต่อต้านอีกฝ่ายอย่างไร
ก็เหมือนสัตว์ป่าตอนยังเล็กถูกตีอย่างทรมาน เมื่อโตแล้วแม้มันจะกล้าไล่กัดคนไปทั่วแต่กลับไม่กล้าง้างเขี้ยวเล็บใส่คนที่เคยทำร้ายมัน
หรือบางทีเขาอาจกำลังคาดหวังกับตระกูลนี้หรือบิดาของเขาก็ได้
ทว่าความคาดหวังที่มีเล็กน้อยกลับถูกกงอี่โม่ขยี้ด้วยปลายเท้าในเวลานี้
เขาจับูเาจำลองพร้อมลุกขึ้นยืน
เมื่ออ๋องเฟยเห็นเซินสือเย่ั์ตายของนางพลันสะท้อนประกายอาฆาตทันที! หากรู้ล่วงหน้า นางก็ควรวางยาพิษให้เขาตายไปตั้งนานแล้ว!
เซินสือเย่มองนาง แม้กระทั่งตัวเขาเองยังรู้สึกประหลาดใจ
ก็เพราะสตรีนางนี้ ถึงนางโเี้ไร้ประโยชน์ทว่านางกลับทำร้ายมารดาของเขา รวมทั้งตอนที่เขายังเป็เด็ก เขามักถูกนางทรมานสุดท้ายเขากลับทำอะไรนางไม่ได้ เขาถูกบิดาตำหนิมันเป็ความอยุติธรรมที่สร้างความขื่นขมให้กับเขา
เมื่อเขาโตแล้ว เขาก็ยังไม่กล้าลงมือเล่นงานนาง ราวกับว่าความหวาดกลัวในตอนเป็เด็กได้สลักลึกลงในตัวของเขาแล้วดังนั้นแม้เวลาอยู่ด้านนอกเขาจะเก่งกล้าเอาแต่ใจถึงเพียงใดหรือจะสร้างปัญหาให้กับตระกูลมากเพียงใดแต่สิ่งเหล่านี้เป็เพราะเขารู้สึกโกรธแค้นเท่านั้นเอง เนื่องจากเขาแค้นนางแต่เขากลับไม่สามารถทำร้ายนางได้สำเร็จ บิดาของเขาคอยปกป้องนางนางจึงมีอำนาจไม่สั่นคลอน ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกรำคาญที่ตัวเองเป็เช่นนี้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นวนเวียนกลายเป็วงจรอุบาทว์
ทว่าตอนนี้สตรีที่ไม่สั่นคลอนในความคิดของเขากลับมีสภาพราวกับสุนัขตัวหนึ่งนางหมอบอยู่แทบเท้ากงอี่โม่ เซินสือเย่รู้สึกถึงความเ็ป เพื่อเขาและมารดาของเขาช่างไม่คุ้มค่าเลย!
กระบี่เต็มไปด้วยเืถูกยื่นอยู่เบื้องหน้าของเขา ทั้งๆที่เสียงของนางแฝงไปด้วยรอยยิ้ม ทว่ากลับสะท้อนถึงความเ็าอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“ฆ่านาง” นางกล่าวขึ้น
ไม่จำเป็ต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ขอแค่ยินดีทำเท่านั้นเอง
ไม่รู้มีอะไรดลใจ เซินสือเย่รับกระบี่มา
“สือเย่ลูกรัก! เ้าทำอย่างนี้ไม่ได้นะข้าเป็น้าของเ้า เป็น้องสาวมารดาของเ้านะ!” เมื่ออ๋องเฟยเห็นเขาทำเช่นนี้นางจึงรีบคลานขึ้นไปด้านหน้ากอดขาของเซินสือเย่! นางร้องไห้อ้อนวอน
“ก็เป็เพราะเ้าเป็น้าของข้า เ้าจึงสมควรตาย” ใบหน้าซีดขาวของเซินสือเย่พลันปรากฏสีหน้าโเี้
เขารำพึง จากนั้นจึงส่งยิ้มรอยยิ้มนี้ปรากฏอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยเื เป็ความงามอันน่าตกตะลึง!
“เสด็จแม่เหงามาก เ้าก็ไปอยู่กับนางก็แล้วกัน จำไว้เ้าต้องยอมรับผิดอย่างจริงใจ”
เมื่อกล่าวจบ เขาจึงแทงกระบี่ลงไป!
หยดเืสาดกระเซ็น ทว่าไม่รู้เป็เพราะเหตุใดครั้งนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกขยะแขยงเลย ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขาฆ่าคนทว่าความโเี้เมื่อสักครู่ทำให้เขารู้สึกประหนึ่งตัวเองเคยฆ่าคนไปนับไม่ถ้วน
ดูเหมือนว่าความคิดที่เคยฝังอยู่ในใจพลันถล่มลงมาในชั่วพริบตาเขากลับไม่เกรงกลัวสิ่งใด
กงอี่โม่มองมือสั่นน้อยๆ ของเขา นางฝืนยิ้มอย่างอดไม่ได้
ตอนที่นางฆ่าคนครั้งแรกในชาติที่แล้ว เป็การฆ่าคนจากทางหลังคอภายหลังตอนที่นางนอนหลับ นางจะฝันถึงภาพนี้ซ้ำๆ ตลอดทั้งคืนเป็ความรู้สึกตอนความแหลมคมของปลายมีดตัดเส้นเืภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่ภาพที่สวยงามเลยสักนิด
นางไม่คิดฆ่าคน นางไม่อยากฆ่าคน ทว่าในสมัยโบราณเช่นนี้บางครั้งการใช้อำนาจข่มขู่หรือการใช้ทรัพย์สินข่มขู่อาจจะไม่ได้ผลเหมือนการใช้กำลังข่มขู่! นี่ก็คือความคิดที่นางตกผลึกหลังจากฆ่าคนไปนับไม่ถ้วน
ดังนั้นหลังจากนั้นนางจึงไม่ได้กลัวการฆ่าคน แต่ทุกครั้งที่ลงมือนางจะลงมือที่จุดตายเสมอ! เช่นนี้ก็จะได้ทำให้คนเ่าั้ทรมานน้อยลง
เมื่อคนอื่นเห็นเซินสือเย่เงยหน้าขึ้นมองตัวเองอย่างฉับพลันพวกนางจึงกรีดร้องออกมา บ้างก็ถึงกับสลบไป
เขาเดินขึ้นหน้าอย่างช้าๆ จากนั้นจึงลงมือฆ่าพวกนางทีละคน! ตรงจุดนี้ทำให้กงอี่โม่รู้สึกประหลาดใจมาก
“ในเมื่อพวกนางเห็นเ้าแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยไว้”
เซินสือเย่มองกงอี่โม่ เขากล่าวอธิบายออกมา
“ท่านกลัวเืไม่ใช่หรือ? ทำไม? หายแล้ว?” กงอี่โม่คลี่ยิ้มเวลานี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเืของนางยื่นเข้าหาเซินสือเย่
นางจงใจยื่นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเืเข้าใกล้เซินสือเย่เดิมทีนางคิดว่าเซินสือเย่จะเบือนหน้านี้ แต่ใครจะรู้เขากลับมองกงอี่โม่ด้วยสายตาลึกซึ้งราวกับว่าเขา้าจดจำบุคคลเบื้องหน้าประทับลงในส่วนลึกของจิตใจ
