อวี๋เฮ่าเดิมแทบโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ แต่เมื่อได้มองประเมินเซียวปิงแล้ว ตัวก็คิดบางอย่างได้...
แม้เขาจะหล่อกว่าฉัน ดูดีกว่าฉันนิดหน่อย แต่นอกจากนี้ก็เหมือนจะไม่มีอะไรที่พิเศษอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ทั้งตัว แม้แต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมสักตัวก็ยังไม่มี...ดูแล้วไม่น่าใช่คนรวยอะไร เย่จื่อเป็คนตาสูง เธอจะมาชอบผู้ชายคนนี้ได้อย่างไร? ฉันคงคิดมากเกินไปเอง
ที่อวี๋เฮ่ารีบร้อนมาที่นี่ ก็เพราะได้ยินมาจากเพื่อนว่าเย่จื่ออยู่ที่นี่ แถมเธอยังนั่งอยู่กับผู้ชายอีกคนด้วย พอได้ฟังดังนั้น แน่นอนว่าอวี๋เฮ่าถึงกับนั่งไม่ติดที่ รีบถ่อมาหาเย่จื่ออย่างที่เห็นนี่แหละ
อวี๋เฮ่าตัดความเป็ไปได้เื่เย่จื่อกับเซียวปิงออกไป แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม “เย่จื่อจ๊ะ คนที่นั่งข้างเธอเป็ใครน่ะ จะไม่แนะนำกันสักหน่อยเหรอ?”
“หวัดดี ฉันเป็เพื่อนสนิทของเย่จื่อ” เซียวปิงยิ้มกว้างพลางลุกยืนขึ้น แล้วยื่นมือขวาออกไปอย่างทำความรู้จัก...เซียวปิงจงใจพูดเน้นคำว่าเพื่อนสนิทเสียงหนัก ทำให้อวี๋เฮ่าที่ได้ฟัง ถึงกับขมวดคิ้วมองเขามุ่ย
ฉันชื่ออวี๋เฮ่า เป็เพื่อนเย่จื่อ” อวี๋เฮ่ายื่นมือไปจับกับเซียวปิงแบบลวกๆ ก่อนจะรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือตัวเองซ้ำๆ ราวเพิ่งจับของสกปรกไป
เซียวปิงรู้สึกแหยงเล็กน้อย แม่เ้า เ้าบ้านี่ท่าทางตุ๊ดขนาดนี้เลย?
เห็นได้ชัดว่าทั้งเย่จื่อ สวี่เหวินถิง และเฉินหยวนหยวนต่างก็ไม่ชอบพฤติกรรมของอวี๋เฮ่า ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าบ้านี่ฐานะทางบ้านดี บวกกับมี ผอ.กรมรักษาความปลอดภัยประจำเมืองจินซาเป็น้า เขาก็คงจะทำตัวเป็ใหญ่แถมมีลูกน้องติดตามแบบนี้ไม่ได้หรอก แล้วก็เป็เพราะฐานะทางบ้านของเขาอีกนั่นแหละ เขาถึงมีคุณสมบัติพอ และกล้าเข้ามาเป็หนึ่งในกลุ่มคนที่ตามจีบเย่จื่ออยู่
เซียวปิงรู้สึกว่าอวี๋เฮ่าช่างน่าขยะแขยง ส่วนอวี๋เฮ่าก็รู้สึกว่าเซียวปิงช่างน่าอดสู ...เขาไม่สนใจเซียวปิงอีกต่อไป เปลี่ยนเป็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบตั๋วหนังสองใบออกมาส่งให้เย่จื่อ “เย่จื่อ《RUN FOR HOLIDAY》ออกฉายคืนนี้ เป็หนังที่ดาราสาวสวยชื่อดัง อย่างซั่งกวานเสียวเสว่เป็นักแสดงนำเชียวนะ พวกเราไปดูด้วยกันเถอะ”
“เธอไม่ว่างหรอก!” เซียวปิงก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าตัวเองเป็อะไรไป อาจเป็เพราะความโกรธ จากกิริยาที่เขาปฏิบัติต่อหลี่หงเมื่อครู่ หรืออาจเป็เพราะเขารู้สึกไม่ดีที่อวี๋เฮ่านัดเดทเย่จื่อ เอาเป็ว่า เขาไม่ชอบไอ้เด็กนี่ก็แล้วกัน ดังนั้น ยังไม่ทันที่เย่จื่อจะได้พูดอะไร เขาก็โพล่งตอบแทนเย่จื่อไปเรียบร้อยแล้ว
อวี๋เฮ่ารู้ซึ้งทันทีว่า คนตรงหน้าขวางหูขวางตาเขามากขนาดไหน เพียงแต่ เขายังต้องรักษาภาพพจน์ที่เป็สุภาพบุรุษ ต่อหน้าหญิงสาวที่ตัวเองชอบเอาไว้ ดังนั้น เขาจึงแค่ถามด้วยน้ำเสียงเ็า แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม “ฉันกำลังถามเพื่อนฉันอยู่ นายรู้ได้ยังไง?”
“เพราะคืนนี้เธอมีนัดเดทแล้ว...” เซียวปิงยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟันสีขาวที่อยู่ด้านใน อวี๋เฮ่ามองคนตรงหน้านั้น แล้วรู้สึกอยากเดินเข้าไปต่อยหน้ากวนๆ นั่นเหลือเกิน “นัดเดทกับฉัน”
อวี๋เฮ่าหน้าถอดสี อย่างไรเสีย เขาก็ยังเป็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง ที่แสร้งทำเป็ดีได้แค่่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่สามารถแสร้งได้ตลอด เขามองเขม็งไปยังเซียวปิงด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะหันมองไปยังเย่จื่อด้วยสายตาเค้นถาม
เย่จื่อมองไปยังเซียวปิงด้วยสายตาอ่อนโยนดุจสายธารลุ่มลึก จนเซียวปิงเกือบจะจมลงไปกับสายตานั้นแล้ว เขาเกือบจะเชื่อว่านี่เป็เื่จริงเสียแล้ว ยัยสาวน้อยคนนี้ชักจะแสดงได้สมจริงเกินไปแล้ว หากเข้าวงการบันเทิงไป มีหวังได้รางวัลตุ๊กตาทองแน่
เย่จื่อไม่ได้ให้คำตอบ เพียงแค่มองเซียวปิงด้วยสายตานุ่ม ลุ่มลึก สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งแบบนั้น ทำให้ขนาดสวี่เหวินถิงและเฉินหยวนหยวนที่แค่นั่งข้างๆ ยังรู้สึกขนลุกไปหมด
นาทีนี้เสียงไม่ได้มีความจำเป็อีกต่อไป เพราะความเงียบเอาชนะเสียงทั้งหมดที่มีไปสิ้น...ไม่เอาแบบนี้สิ นี่มันชักจะทำร้ายซ้ำเติมกันเกินไปแล้ว
อวี๋เฮ่าสีหน้าเปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์ โทสะและไฟแค้นที่มีในจิตใจไม่สามารถเก็บกลั้นได้อีกต่อไป เขาไม่สามารถยอมรับการตัดสินใจนี้ได้ “เย่จื่อ บอกฉันมาสิ เธอไปชอบไอ้คนกระจอกงอกง่อยแบบนี้ได้ยังไง? ดูเสื้อผ้ามันสิ ทั้งโบราณ ตกยุค แถมยังเก่าอีก มันดีกว่าฉันตรงไหน? บ้านมันรวยกว่า? หรือมีอำนาจมากกว่าบ้านฉัน?” อวี๋เฮ่ากล่าวตวาดลั่น
เย่จื่อกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คำที่ออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ นั้น กลับบาดลึกลงไปในจิตใจอวี๋เฮ่า ราวกับมีดเล่มคมที่ห้ำหั่นลงมา “อวี๋เฮ่า นอกจากโอ้อวดเื่ฐานะทางบ้านตัวเองแล้ว นายยังทำอะไรได้อีกล่ะ?”
อวี๋เฮ่าหน้าซีด ขณะที่เย่จื่อก็ยังพูดต่อ “ฉันเคยบอกกับนายแล้วไง อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉัน พวกเราสองคนไม่มีทางเป็อะไรกันได้ ตอนนี้นายก็เห็นแล้ว ฉันมีผู้ชายที่ชอบแล้ว เพราะฉะนั้น ต่อจากนี้ไป อย่ามาเข้าใกล้ฉันอีก OK?”
อวี๋เฮ่ามองเซียวปิงด้วยความอาฆาตแค้น และสายตาอาฆาตเช่นนี้ ก็ทำให้เซียวปิงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ยิ่งนึกถึงภาพตอนที่มันหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นเช็ดมืออีกแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึก...รู้สึกว่าหมอนี่เหมือนพวกขันทีในวังหลวงสมัยก่อนอย่างไรไม่รู้ชอบกล เซียวปิงเผลอลดสายตาลงมองเบื้องล่างของมันอย่างอดไม่ได้...ไอ้หมอนี่คงไม่ได้ตอนออกไปแล้วหรอกนะ”
“เวรเอ๊ย เอ็งมองหาอะไรวะ?”
“เปล่า...” เซียวปิงกวาดตามองเบื้องล่างมันอีกนิดหน่อย “ฉันก็แค่ดูว่าร่างกายนายไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า”
“ร่างกายฉันดีไม่ดีไม่รู้ แต่ฉันรู้ ว่าร่างกายแกกำลังจะไม่ดีเร็วๆ นี้แหละ...” อวี๋เฮ่าก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วพูดกับไอ้สี่คนด้านหลังมัน “ตีขามันให้หักข้างหนึ่ง มีเื่อะไรฉันรับผิดชอบเอง!”
เย่จื่อโพล่งยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอหน้าถอดสี ก่อนจะพูดเตือนอวี๋เฮ่าด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก “อวี๋เฮ่า เขาเป็เพื่อนฉัน นายบอกว่าจะรับผิดชอบถ้าเกิดเื่อะไรขึ้น นายคิดว่าจะรับผิดชอบไหวเหรอ?”
เฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิงก็นั่งไม่ติดที่อีกต่อไป เฉินหยวนหยวนชี้นิ้วตำหนิ “ก่อนหน้านี้นายก็ไปเตือนพวกผู้ชายห้องเรา ว่าห้ามยุ่งกับเย่จื่อไปแล้ว ตอนนี้ก็ยังจะมาทำอีก? เย่จื่อไม่ใช่แฟนนายสักหน่อย เขาจะอยู่กับใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”
“เย่จื่อพูดถูก ผู้ชายแบบนาย นอกจากใช้อำนาจจากทางบ้านไปรังแกคนอื่น นายยังทำอะไรได้อีก? ถ้าเป็ฉัน ฉันก็ไม่ชายตาแลนายเหมือนกัน” สวี่เหวินถิงกล่าว
“นังผู้หญิงชั้นต่ำ!” เมื่อเปิดศึกมาขนาดนี้แล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันอีก “ของที่ฉัน้า ยังไม่เคยไม่ได้มาก่อน พวกเอ็งไปหักขามันซะ เย่จื่อ เธอต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้!”
เย่จื่อมองอวี๋เฮ่าราบเรียบ “ไปไหน?”
อวี๋เฮ่าเอื้อมมือเข้าไปจะคว้าข้อมือเย่จื่อ “ไปทำให้เธอเป็ของฉันไง”
ยังไม่ทันที่อวี๋เฮ่าจะได้แตะโดนแม้ปลายเล็บเย่จื่อ เซียวปิงก็ยกเท้าขึ้นถีบไปที่ตัวมันอย่างแรง พลางะโด่า “เวร...ในหนังน้ำเน่าเขายังไม่แสดงกันแบบนี้เลย”
เท้าที่ถีบนั้น ตรงเข้าไปจอดที่ท้องมันอย่างจัง อวี๋เฮ่าร้องลั่น ก่อนร่างมันจะลอยละลิ่วออกไป
ตุ้บ ตุ้บ
ร่างมันชนเข้ากับโต๊ะอาหารถึงสองโต๊ะติดกัน ข้าวของบนโต๊ะทั้งสองกระจัดกระจายเทเต็มพื้น พร้อมกับมันที่ขณะนี้ ก็ตกลงไปกองอยู่กับพื้นเช่นกัน
เงียบ~~
ร้านทั้งร้านเงียบสงัดทันที
สวี่เหวินถิงและเฉินหยวนหยวนมองเซียวปิงตาเป็ประกาย เ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเ้าหญิงเป็อย่างไรกัน? นี่ไง เ้าชายฯ พิทักษ์รักษาเ้าหญิงของจริง!”
เดิมพวกเธอยังคิดว่า เซียวปิงแม้จะมีรูปลักษณ์ไม่เลว แต่ด้วยฐานะของเขา ทำให้เขายังไม่เหมาะสมกับเย่จื่อเท่าไรนัก แต่พอมาตอนนี้ พวกเธอกลับรู้สึกว่า การมีแฟนแบบพี่ปิง เป็เื่สะใจและโดนใจสุดๆ ไปเลย
หลังจากอวี๋เฮ่าลอยออกไป ลูกน้องที่เหลือของมันก็ได้แต่ยืนงง...พวกมันคิดวิเคราะห์ในใจ อวี๋เฮ่าเป็ผู้ชายสูงตั้ง 187 ต่อให้จะอย่างไร น้ำหนักเขาก็ไม่น้อยไปกว่า 76 กิโลฯแน่ๆ แต่ก็ยังถูกเซียวปิงถีบจนลอยละลิ่วไปไกลขนาดนั้นได้ ด้วยขาเพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเป็พวกเขา คงทำเช่นนั้นไม่ได้แน่นอน
อวี๋เฮ่านอนกองอยู่กับพื้น ก่อนจะอ้วกเอาอาหารที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้ออกมาจนหมด ลูกค้าในร้านบ้างก็วิ่งหนีใ บ้างก็ขยะแขยงอวี๋เฮ่าจนทนไม่ได้ ต้องออกจากร้านไปในที่สุด...จนตอนนี้ นอกจากพวกของเซียวปิงและพนักงานในร้านไม่กี่คน ก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว
เซียวปิงมองไปยังลูกน้องสี่คนของอวี๋เฮ่า พวกมันมองหน้ากันไปกันมา ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาอวี๋เฮ่าแทบจะพร้อมกัน...พวกมันช่วยกันยกอวี๋เฮ่าที่ขณะนี้อ้วกจนหมดไส้หมดพุงขึ้นจากพื้น แล้ววิ่งออกจากร้านไป โดยยังไม่ลืมที่จะหันกลับมามองเซียวปิงด้วยสายตาเคียดแค้น พลางะโ “อย่าคิดว่าพวกฉันกลัวแกนะ เมื่อส่งคุณชายอวี๋ไปโรงพยาบาลแล้ว พวกฉันจะกลับมาอีกแน่”
“หยุดก่อน!”
เซียวปิงตวาดเสียงเย็นเยียบ ทำเอาพวกมันชะงักเท้าลงแทบจะทันที
“วางเขาลง!”
ทั้งสี่มองหน้ากัน ก่อนจะปล่อยมือจากอวี๋เฮ่าแทบจะพร้อมกันอีกครั้ง
ตุ้บ
อวี๋เฮ่าร่วงลงบนพื้นอีกครั้ง โดยที่ใบหน้าปะทะกับพื้นเป็ส่วนแรก
“ไสหัวกลิ้งออกไป!”
ทั้งสี่มองตากัน แต่ก็ไร้ซึ่งการตัดสินใจ จนสุดท้าย สายตาของคนทั้งสามก็ไปหยุดลงที่ชายหัวเกรียน ซึ่งเป็แกนนำรองจากอวี๋เฮ่า ไอ้หนุ่มที่ชื่อไล่โถว...
ไล่โถวถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเกรี้ยวโกรธ แล้วส่งเสียงด่า “เวรเอ๊ย เรามีกันตั้งสี่คน จะไปกลัวมันทำไม? กลิ้งก็กลิ้ง! กลัวที่ไหนวะ?”
คนแรกไสหัวกลิ้งหลุนๆ ออกไป ตามด้วยคนอีกสามคนที่กลิ้งตามไปติดๆ กัน
เซียวปิงก้าวเท้าตรงเข้าไปยังอวี๋เฮ่าทีละก้าว ทีละก้าว...
“พี่ปิง ปล่อยเขาไปเถอะ บ้านเขา...พี่อย่าไปยุ่งดีกว่า” สวี่เหวินถิงพูดด้วยน้ำเสียงทั้งกลัวทั้งห่วง
“นั่นสิ พี่ปิง ยังไงซะ พี่ก็ได้ตีเขาไปแล้ว”
เซียวปิงไม่ได้ตอบอะไรสาวทั้งสอง เขายังคงเดินเข้าไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงตรงหน้ามัน เขาจึงจะหยุดลง
สวี่เหวินถิงและเฉินหยวนหยวน หวังว่าเย่จื่อจะพูดห้ามเสียหน่อย แต่เย่จื่อกลับส่ายหัวไปมา กล่าวยิ้มๆ “ฉันคิดว่าเขารู้ดี ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
สวี่เหวินถิงหัวเราะแห้งๆ “บ้าไปแล้ว ถ้าเขายังลงมืออีกล่ะก็ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เย่จื่อ เธออย่าลืมสิ ว่าเขาไม่ได้เหมือนกับเธอนะ ผอ.กรมรักษาความปลอดภัยของจินซาน่ะ ไม่ว่ายังไงเขาก็ต่อกรด้วยไม่ไหวอยู่แล้ว...เธอไปขอให้คนในบ้านเธอช่วยปกป้องเขาได้ไหม?”
เย่จื่อส่ายหัวน้อยๆ ที่มุมปากยังคงมีรอยยิ้มอ่อนๆ อยู่ “คนบางประเภท ไม่้าการปกป้องของใครทั้งนั้น”
สวี่เหวินถิงเริ่มคลั่ง “พระเ้าช่วย ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเธอไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหน แต่หวังว่าพี่ปิงของเธอจะไม่ทำอะไรวู่วามไปมากกว่านี้นะ”
อวี๋เฮ่ากระเสือกกระสนขึ้นจากพื้น เขายังคงเป็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง แม้ในเวลาปกติเขาจะชอบใช้อำนาจที่มีในการข่มคนอื่นก็ตาม แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ยังเป็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง แถมยังโตมาแบบสุขสบาย ถูกเลี้ยงแบบคุณหนูมาั้แ่เด็ก เมื่อโดนถีบของเซียวปิงเข้าไป ความรู้สึกเ็ปจึงมีมากมาย ราวท้องไส้กำลังจะขาดออกจากกัน ถีบนั้นของเซียวปิง ท่าจะกลายเป็ปมตราตรึงในจิตใจเขาได้อีกนานโขเลย
เซียวปิงมองคนตรงหน้า กล่าวว่า “ที่แกสั่งลูกน้องให้หักขาฉันซะ ฉันไม่พอใจมาก”
อวี๋เฮ่ามองไปยังเซียวปิง ใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยทั้งน้ำตาและน้ำมูก
“ฉันคิดว่าแกก็คงรู้ แม้บ้านแกจะรวย แม้จะมีอำนาจ แต่นั่นก็ยังเป็ของบ้านแกอยู่ดี ไม่ใช่ของแก การช่วยตัวเองดีกว่าขอให้คนอื่นช่วยเสมอ อย่าคิดจะใช้ฐานะทางบ้านมาขู่ฉัน...ถ้าฉันอยากจะอัดแกตอนนี้ ถึงแม้จะเอาแกสองคนมามัดรวมกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันอยู่ดี”
“แก...แกจะเอายังไง?”
“ขอโทษฉัน”
อวี๋เฮ่ากัดฟันกรอด มือสองข้างกำแน่นด้วยความโกรธแค้น เขารวบรวมความกล้า แล้วะโออกไป “ขอโทษ!”
เซียวปิงอ้าปากกว้าง ฟันที่อยู่ภายในยังคงขาวเหมือนเดิม เพียงแต่ ครั้งนี้อวี๋เฮ่าไม่ได้รู้สึกอยากจะต่อยหน้าเขา หรือคิดว่าหน้าเขาแลดูกวนเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่า ใบหน้านั้นช่างแลดูน่าขนลุก...น่าหวาดกลัวเหลือเกิน
ตุ้บ
ทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า อวี๋เฮ่า...หายไปแล้ว...!
ทุกคนวิ่งออกไปนอกประตูร้าน ก่อนจะต้องอ้าปากค้างด้วยความใสุดชีวิต นอกจากเย่จื่อแล้ว ทุกคนต่างก็ทำหน้าราวไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เซียวปิงไม่เพียงแค่ถีบอวี๋เฮ่ากระเด็นออกนอกร้านด้วยขาเพียงข้างเดียว แต่เขายังถีบจนอวี๋เฮ่าที่เคยอยู่ฟากนี้ของถนน กระเด็นไปถึงอีกฟากของถนนตรงข้าม ซึ่งอยู่ไกลออกไปถึงสิบเมตร!
อวี๋เฮ่านอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น เฉินหยวนหยวนเห็นดังนั้นจึงพูดเสียงสั่น “เขาคง...คงไม่ได้ตายไปแล้วใช่ไหม?”
เซียวปิงส่ายหัว “แค่สลบไปเท่านั้น”
“น้าเขาเขาเป็ถึง ผอ.กรมรักษาความปลอดภัย” สวี่เหวินถิงกล่าว
“แล้วไง? ยังไงฉันก็ต้องถีบมันอยู่ดี” เซียวปิงเดินไปหยุดตรงหน้าหลี่หง ก่อนจะตบบ่าเธอเบาๆ “ฉันถีบแทนเธอ เมื่อกี้ ตอนพวกมันเข้ามา มันดันเธอจนล้มลง คนของฉัน ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์...คนนอกแค่จะแตะยังทำไม่ได้เลย”
หลี่หงชะงักค้าง ตาใสๆ เริ่มมีน้ำตาคลอ จู่ๆ เย่จื่อที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ก็ดวงตาไหววูบ
เซียวปิงหันขวับกลับไปมองเย่จื่อ กล่าวยิ้มๆ “เดทคืนนี้ ยังจะเดทอยู่ไหม?”
เย่จื่อยิ้มตอบ “เดทสิ!”
