เย่ฝานเคาะโต๊ะแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “เฒ่าแก่ คุณต้องช่วยผมส่งจดหมายกับพระพุทธรูปหยกให้เขาให้ได้นะ! ถ้าคุณทำจดหมายของผมหายล่ะก็ ผมจะทำยันต์ฝันร้ายมาแปะไว้ที่หน้าผากของคุณ นั่นจะทำให้คุณนอนไม่หลับทั้งคืนเชียวล่ะ”
โจวจิ่นจือถามด้วยความประหลาดใจ "เธอเขียนยันต์เป็ด้วยเหรอ"
เย่ฝานตอบด้วยใบหน้าอย่างผู้ทรงภูมิว่า “ผมบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าผมศึกษาตำราทุกแขนงมาั้แ่เด็ก หนังสือแต่ละเล่มแค่ดูผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม มีปัญญาหยั่งรู้ไม่เป็สองรองใครในใต้หล้านี้ แค่วาดยันต์ไม่ใช่เื่ยากเลยสักนิด”
“เธอนี่เก่งจริงๆ” โจวจิ่นจือชม
“พูดได้ดี พูดได้ดี”เย่ฝานตอบกลับ
โจวจิ่นจือ “…” เ้าหนุ่มนี้เพ้อเจ้อจริงๆ!
เย่ฝานจ่ายเงินแล้วก็หมุนตัวเดินจากไป
โจวจิ่นจือมองดูแผ่นหลังของเย่ฝาน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงโทรไปหาผู้าุโตระกูลไป๋ “ตาเฒ่าไป๋! ใช่ฉันเองอาโจว ฉันเพิ่งได้ใบสั่งยาใบหนึ่งมาจากยอดคนพิสดารคนหนึ่ง ใบสั่งยาเขียนไว้อย่างนี้… นายลองเอาไปหาหมอยาจีนดูสักหน่อยว่าพอจะรักษาอาการป่วยของคุณชายไป๋ได้ไหม”
เย่ฝานกลับเข้ามาถึงอะพาร์ตเมนต์ได้ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“พี่ชาย มาได้ยังไงครับ?” เย่ฝานเอ่ยถาม
อู่ซือหานมองไปยังเย่ฝานแล้วถามว่า “นายไปพูดจาแทะโลมคุณชายไป๋เหรอ?”
“คุณชายไป๋? พี่หมายถึงชายรูปงามคนนั้นน่ะเหรอ?”
อู่ซือหานพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม คุณชายไป๋รูปงามคนนั้นนั่นแหละ”
“ผมไม่ได้แทะโลมเขา ผมแค่จะจีบเขาเท่านั้น” เย่ฝานตอบ
อู่ซือหานมองเย่ฝานแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “คนคนนั้นคือคุณชายไป๋เชียวนะ! นายไม่กลัวโดนต่อยเอาหรือไง?”
เย่ฝานมองอู่ซือหานอย่างไม่เข้าใจ พลันพูดว่า “ทำไมผมต้องโดนต่อยด้วย”
อู่ซือหาน “…” ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้ หลังจากถูกไล่ออกจากบ้าน สมองก็คงจะเลอะเลือนไปแล้ว
“นายชอบผู้ชายั้แ่เมื่อไรกัน เมื่อก่อนนายชอบแต่เลี่ยวถิงถิงคนเดียวไม่ใช่เหรอ”
เย่ฝานโบกมือแล้วตอบด้วยใบหน้าเฉยเมยว่า “อย่าพูดถึงชื่อเลี่ยวถิงถิงกับผมเลยครับ ผู้หญิงหยาบคายแบบนั้นไม่คู่ควรกับผมหรอก ผมไม่ได้ชอบผู้ชายหรอกนะ ผมแค่บังเอิญรักเขาั้แ่แรกเห็นก็เท่านั้นเอง!"
ในโลกของผู้ฝึกตนมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผู้ฝึกตนชายหลายคนจึงมักลงเอยกับผู้ชายด้วยกันเอง
ผู้ฝึกตนส่วนมากเมื่อเข้าฌานฝึกยุทธ์จะใช้เวลาหลายสิบปีหรือถึงร้อยปี มีผู้ฝึกตนบางพวกเมื่อออกจากฌาน ลูกหลานก็สิ้นชีพไปแล้ว ผู้ฝึกตนอีกมากมายที่ปรารถนาชีวิตนิรันดร์ ไม่ประสงค์จะมีทายาท จึงมักหาคู่ครองเพื่อฝึกตนและร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันไป
อู่ซือหานเอามือกุมขมับ ตกตะลึงที่เย่ฝานเห็นว่าเลี่ยวถิงถิงเป็ผู้หญิงหยาบคาย
“นายเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ! คุณชายไป๋น่ะ นายจีบเขาไม่ติดหรอก” อู่ซือหานกล่าว
“พี่ ผมเห็นนิตยสารการเงินประเมินพี่ว่าเป็นักธุรกิจที่กล้าได้กล้าเสียคนหนึ่ง! ทำไมพี่ถึงได้ขี้ขลาดอย่างนี้! สงสัยบรรณาธิการนิตยสารการเงินคงจะมองพี่ผิดไปแล้วล่ะ” เย่ฝานพูดอย่างไม่พอใจนัก
อู่ซือหานกรอกตามองบนแล้วตอบว่า “ที่ฉันเตือนก็เพื่อตัวนายเองนะ!”
เย่ฝานโบกมือแล้วพูดว่า “พี่วางใจเถอะ ผมยังไม่รุกตอนนี้หรอก ถ้าผมจะรุกจริงๆ ล่ะก็ ผมต้องมีเงินหมื่นล้านหยวนซะก่อน แต่ว่าผมต้องทำยังไงถึงจะมีเงินหมื่นล้านหยวนได้นะ?”
อู่ซือหาน “…” คำถามนี้ถามได้ดี เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน!
“เย่ฝานเอ๊ย! การทำธุรกิจน่ะ ต้องอาศัยความตั้งใจ ค่อยๆ ทำไปทีละก้าว” อู่ซือหานกล่าว
เย่ฝานกล่าวด้วยความกังวล “ถ้าเป็อย่างนี้ เมื่อไรผมจะได้แต่งเมียเนี่ย”
อู่ซือหาน “…” ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีหวัง!
“นายอายุยังน้อย ยังมีเวลาอีกมาก ยังไงก็ค่อยเป็ค่อยไป ค่อยๆ เดินทีละก้าวนะ” อู่ซือหานกล่าว
เย่ฝานถอนหายใจและพูดว่า “ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดี”
อู่ซือหานถอนหายใจเบาๆ ั้แ่เย่ฝานโดนไล่ออกจากบ้านก็ทำอะไรผิดปกติไปหมด เขาอดรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจไม่ได้ “คุณชายเจียงคนนั้น เขาไม่ได้มาก่อเื่วุ่นวายให้นายใช่ไหม?”
“ทำไมเขาต้องมาก่อเื่วุ่นวายด้วย เขาเคารพผมจะตาย?” เย่ฝานตอบกลับอย่างไม่เข้าใจ
อู่ซือหาน “…”
“ของขวัญที่จะให้คุณปู่ นายเตรียมไว้แล้วเหรอ?” อู่ซือหานถาม
เย่ฝานพยักหน้าพลางตอบว่า “เตรียมไว้แล้วครับ”
“หยกราคาห้าพันหยวนหนึ่งชิ้น” อู่ซือหานเอ่ยถาม
เย่ฝานพยักหน้าพลางตอบว่า “ใช่ครับ”
อู่ซือหานมองเย่ฝานคิดในใจว่า : ไอ้บ้าเอ๊ย มอบพระพุทธรูปหยกราคาสามล้านหยวนให้กับคุณชายไป๋ แต่กลับมอบหยกราคาห้าพันหยวนให้กับคุณปู่ มันไม่งกไปหน่อยเหรอ?
