แม้ว่าตอนนี้จะไม่ใช่เวลาตกตะลึง แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วโจวฉียังคงรำพึงถึงความประณีตของเรือลำนี้
เรือลำนี้มีการออกแบบที่แตกต่างจากเรือขนาดใหญ่ลำอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด มันมีใบเรือห้าใบ ตัวเรือมีเกราะที่เป็เกล็ดสามารถเคลื่อนไหวได้รวมทั้งการใช้ฝีมืออันประณีตงดงามตกแต่งภายใน เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าองค์หญิงต้องใช้ความทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจมากมายขนาดไหนเพื่อสร้างเรือลำนี้เดิมทีองค์หญิงคิดอยากให้คนนับหมื่นลากเรือลำนี้มอบให้กับฮ่องเต้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาความกตัญญูเช่นนี้ของนางช่างน่าซาบซึ้งยิ่งนักไม่รู้ว่าหากฮ่องเต้ทราบเื่นี้ในภายหลังแล้วจะแสดงสีหน้าเช่นไร!
เหตุการณ์ไม่อาจรอช้าได้อีกแล้ว พวกเขาจึงแยกย้ายกันทำงานอู๋เหิงใช้เงินกระตุ้นผู้คนและเริ่มตามหาผู้ที่สนใจ
ทว่าโจวฉีกลับไปหานายอำเภอท้องถิ่น อันที่จริงนายอำเภอของที่นี่รู้สึกซาบซึ้งในตัวของกงอี่โม่มากเนื่องจากในแผนการของนาง แม่น้ำหวายเป็ตรงกลางที่จะเชื่อมต่ออุดรและทักษิณในอนาคตต่อไปผู้คนสองริมฝั่งแม่น้ำหวายจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกมากมาย
ดังนั้นเมื่อได้ยินโจวฉีขอร้องเช่นนี้เขาจึงเข้าใจเจตนาขององค์หญิง จากนั้นเสี่ยงกับการถูกลงโทษจากฮ่องเต้ด้วยการรีบสั่งคนให้ป่าวประกาศเื่ราวต่างๆออกไป!
“องค์รัชทายาทาเ็สาหัส แต่กลับถูกคนใส่ร้ายอีกทั้งยังต้องรีบกลับเมืองหลวงเพื่อไปรับโทษ! ยังมีความยุติธรรมอีกไหม?”
เมื่อรับเงินแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกโกรธไปกับเหตุการณ์นี้รวมทั้งนายอำเภอท้องถิ่นยังเห็นด้วยอย่างเงียบๆปราชญ์นักเล่าเื่ราวจึงต่างพยายามโน้มน้าวอย่างเต็มที่
“องค์หญิงผู้น่าสงสารโมโหพวกคนเลวในเมืองหลวงจนกระอักเืแต่ก็ยังกังวลในสุขภาพขององค์รัชทายาท! องค์หญิงรับรองว่าเมื่อถึงเหิงสุ่ยแล้วเส้นทางน้ำจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด แต่เกรงว่าเรือั์จะเคลื่อนตัวช้าเกินไปไม่สามารถกลับถึงได้ทันเวลา ตอนนี้จึง้าคนช่วยลากเรือ! ข้าเคยได้รับความเมตตาจากองค์หญิง ข้ายินดีช่วยองค์หญิงอีกแรง!”
“ความมีคุณธรรมขององค์หญิง สุริยันจันทราเป็พยาน! ตอนนี้นางถูกคนชั่วรังแกประชาชนอย่างพวกเราต้องช่วยกันเรียกร้องความยุติธรรม! ข้าหลิวฉินขอเป็คนแรกที่เข้าร่วมส่งองค์หญิงกลับเมืองหลวงอย่างปลอดภัย!”
“ขอสาบานว่าจะส่งองค์หญิงกลับเมืองหลวง!”
ทว่าสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ ความกระตือรือร้นของเหล่านักศึกษามีมากยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก!
วันนี้พวกเขาไม่ต้องไปเรียนหนังสือ นอกจากจะลงชื่อช่วยลากเรือแล้วคนเหล่านี้ยังทยอยเดินตามท้องถนนเพื่อช่วยโจวฉีกล่าวโน้มน้าวชาวบ้าน!
“องค์หญิงมีบุญคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพวกเราผู้เป็นักศึกษายิ่งนัก! จิตใจที่้าทำเพื่อประชาชนของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษผู้ใด! พวกข้ายินดีส่งองค์หญิงกลับเมืองหลวง! นักศึกษาของที่นี่ต่างเข้าร่วมกันถ้วนหน้า!”
“องค์รัชทายาทและองค์หญิงทำสิ่งดีๆ มากมายขนาดนี้แต่กลับไม่ได้รับพระราชทานรางวัล เนื่องจากตอนนี้มีคนชั่ว้าแย่งชิงอำนาจในคลองขนส่งทำให้การสร้างคลองหยุดชะงักไป ใครดีใครเลวก็เห็นกันอย่างชัดเจน! ไม่ว่าต่อไปใครเป็ผู้สร้างคลองขนส่งข้าก็จะยอมรับว่าเป็ผลงานขององค์รัชทายาทแต่เพียงผู้เดียว!”
“พวกเราจะไปส่งองค์หญิงกลับเมืองหลวง! ช่วยล้างมลทินให้กับองค์รัชทายาท! พวกเขาไม่ได้คิดก่อฏ! พวกเขาเป็คนดี!”
ตลอดครึ่งวันเช้า ผู้คนภายในเมืองเหมือนเกิดอาการบ้าคลั่งเหล่านักศึกษาและชาวบ้านต่างเดินขบวนอยู่บนท้องถนนแม้กระทั่งหญิงสาวก็ทยอยลงชื่ออยู่ไม่น้อย พวกนาง้าช่วยวีรสตรีผู้แสนยอดเยี่ยมท่านนี้!
มีผู้คนมากมายยืนอยู่เต็มทางเข้าตลาดอย่างรวดเร็ว โจวฉีมองตาค้างเขาคาดไม่ถึงว่าองค์หญิงจะมีอิทธิพลมากมายขนาดนี้!
อู๋เหิงแสดงสีหน้าพอใจ! ดวงตาชาญฉลาดของเขาพลันเล็งไปที่นักศึกษาเ่าั้เหล่าผู้เรียนหนังสือจะมีฐานะสูงที่สุด หากคนเหล่านี้เป็ผู้ลากไปบางทีเมื่อถึงเมืองหลวงแล้วยังสามารถช่วยองค์หญิงได้อีกแรง!
ดังนั้นเขาจึงโค้งคำนับสามครั้งมองผู้คนที่รวมตัวอย่างกระตือรือร้น จากนั้นเขาจึงกล่าวคำพูดจากส่วนลึกในจิตใจ
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าประชาชนของที่นี่จะเป็ผู้รักความยุติธรรมถึงเพียงนี้! วันนี้องค์รัชทายาทถูกใส่ร้ายจำเป็ต้องกลับเมืองหลวงอย่างเร่งด่วน ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่ยืนในที่แห่งนี้ แต่ข้าขอเลือกผู้ที่เป็ที่รู้จักและมีความสามารถร่วมเดินทางกับข้าหากโอรส์พิโรธแล้วบุคคลเหล่านี้จะได้สามารถช่วยเหลือองค์หญิงหวังว่าทุกท่านจะไม่กล่าวโทษข้า”
มีชาวบ้านจำนวนมากที่ได้ยินว่าตัวเองอาจไม่สามารถไปช่วยองค์หญิงลากเรือแม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกเสียดาย ทว่ากลับไม่มีใครโกรธเลย พวกเขาเข้าใจเป็อย่างดีเพราะมีเพียงคำพูดของนักศึกษา อาจารย์ หรือบุคคลสำคัญต่างๆเท่านั้นจึงจะมีน้ำหนักมากพอ!
มีนักศึกษาผู้หนึ่งกล่าวขึ้น“ั้แ่แม่น้ำหวายมุ่งไปทางอุดรต้องผ่านเมืองอีกไม่น้อย แม้ข้าน้อยไร้ความสามารถ แต่ข้าขอล่วงหน้าขึ้นไปกล่าวโน้มน้าวเหล่านักศึกษาเมืองอื่นให้ร่วมเดินทางกับพวกเรา!”
หากมีคนเดินทางล่วงหน้าไปกล่าวโน้มน้าวเหล่านักศึกษาเพื่อช่วยองค์รัชทายาทและองค์หญิงลากเรือเมื่อรอให้ถึงเมืองหลวงแล้วคงมีผู้คนมากมายยิ่งนัก!
อู๋เหิงได้ยินเช่นนี้ เขาจึงโค้งคำนับลงต่ำด้วยความดีใจ!
“ขอขอบคุณน้ำใจของทุกท่าน! ขอให้เหล่านักศึกษาทุกท่านรีบเคลื่อนตัวพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่นาน!”
ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเหล่านักศึกษาก็คืออาจารย์ผู้มีเส้นผมขาวโพลนเขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างสง่างาม เนื่องจากเขาคิดว่าองค์รัชทายาทเป็องค์รัชทายาทที่ดีท่านหนึ่งเขาจึงยินดีทำเช่นนี้
เขากล่าวเสียงดัง “ท่านโปรดรอสักครู่ รอข้าเปลี่ยนชุดแล้วข้าจะมารวมตัวที่ริมแม่น้ำ! ลากเรือเพื่อองค์รัชทายาท!”
มีชาวบ้านบางคนกล่าวว่า “ข้ายินดีติดตามอยู่ด้านหลังเรือรอรับคำสั่ง!”
อู๋เหิงรู้สึกถึงความตื่นเต้นตื้นตันที่อยู่ในทรวงอกมันไม่อาจควบคุมไว้ได้เลย! เขาโค้งคำนับลงต่ำอีกครั้งจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง!
“อีกหนึ่งชั่วยาม ข้าจะรอต้อนรับทุกท่านที่ท่าเรือแม่น้ำหวาย!”
ดังนั้นเมื่อฉางสี่และคนอื่นๆ เดินทางมาถึงแม่น้ำหวายแล้วพวกเขายังไม่ทันใกับเรือขนาดใหญ่กลางแม่น้ำ กลับต้องใกับผู้คนแน่นขนัดริมสองฝั่งแม่น้ำไปเสียก่อน
สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าก็คือ พวกเขาอยู่ในชุดทางการของนักศึกษาเป็ชุดศิษย์ขงจื๊อแขนยาวพื้นหลังสีฟ้าขาว รวมทั้งหมวกทรงสี่เหลี่ยมสำหรับนักศึกษาทุกคนกำลังรออยู่ที่นั่น ราวกับกำลังต้อนรับพวกเขา
ฉางสี่ตะลึงไปชั่วครู่จากนั้นจึงเอ่ยถามผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดด้วยสีหน้าโมโห “เกิดอะไรขึ้น? เพราะเหตุใดจึงมีผู้คนมากมายรวมตัวกันที่นี่?”
ขณะที่อู๋เหิงต้องเผชิญหน้ากับบุคคลข้างกายฮ่องเต้อันดับหนึ่งเขารู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ ทว่าเวลานี้มีนักศึกษาคอยสนับสนุนเขาเขาจึงรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น!
“กงกงโปรดมองดู!”
เขาผายมือชี้ไปยังเรือขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างนัก! “เรือใหญ่ลำนี้! เป็เรือที่องค์หญิงใช้เวลากว่าหนึ่งปีทุ่มเททั้งแรงใจและแรงกายสร้างขึ้นมา! เดิมทีองค์หญิงคิดมอบให้ฝ่าาในวันเฉลิมพระชนมพรรษาทว่าตอนนี้กงกงรีบร้อนกลับเมืองหลวง มันจึงเป็ยานพาหนะที่ดีที่สุดเพราะมันมีขนาดใหญ่มั่นคงจึงเหมาะแก่การรักษาตัวขององค์รัชทายาทและองค์หญิงในเวลานี้”
“ส่วนคนเหล่านี้” อู๋เหิงส่งยิ้มพร้อมกล่าวขึ้น“พวกเขาซาบซึ้งในบุญคุณขององค์รัชทายาทและองค์หญิงเมื่อได้ยินว่าฝ่าาเรียกพบอย่างเร่งด่วน ทว่าเรือลำใหญ่ขับเคลื่อนได้ช้าด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงรวมตัวกัน ยินดีลากเรือเปิดทางในครั้งนี้!”
ฉางสี่ขยับริมฝีปาก สีหน้าของเขาแย่มากสุดท้ายเขาจึงชี้ไปทางผู้เป็อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้าพร้อมกล่าวขึ้น“พวกเขาไม่มีเรี่ยวแรง แล้วจะลากเรือได้อย่างไร?”
“ยังมีพวกเราอีก!”
เวลานี้มีคนงานจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้ามา พวกเขาต่างสวมชุดผ้าป่านดูสะอาดมีพลังยิ่งนัก! “พวกเราก็ยินดีร่วมเดินทาง! ช่วยเปิดทางให้เรือั์ลำนี้!”
เวลานี้นักศึกษาที่เป็ผู้นำจึงคารวะพร้อมกล่าวขึ้น“แม้พวกเราไม่มีเรี่ยวแรง แต่พวกเรามีความตั้งใจ ขอให้ฟ้าดินเป็พยานหวังว่าใต้เท้าจะไม่ขัดขวางพวกเรา ขอให้พวกเราได้แสดงความตั้งใจด้วยเถิด!”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ นักศึกษาทุกคนจึงคารวะด้วยวิธีจั้วอีเวลานี้ฉางสี่จะยังกล้ากล่าวอะไรอีก? เพราะผู้มีการศึกษาเหล่านี้มีฐานะสูงส่งไม่ใช่บุคคลที่เขาสามารถควบคุมได้
เมื่อคิดถึงองค์หญิงน้อยที่ยังคงหมดสติในเวลานี้ฉางสี่จึงถอนหายใจยาว ถือว่าเขาตอบรับโดยปริยาย
ทุกคนแสดงสีหน้าดีใจ! ต่างทยอยเข้าประจำที่
เรือจะเคลื่อนตัวแล้ว!
บนเกล็ดที่อยู่ทั้งสองด้านของเรือลำใหญ่มีเชือกป่านที่ย้อมด้วยสีฟ้าผูกอยู่เชือกทั้งหมดมีประมาณห้าร้อยเส้นทิ้งตัวอยู่ทั้งสองด้านทว่าเวลานี้มันมีลักษณะราวกับกำลังสยายปีกเลยทีเดียว!
ทว่าทหารรักษาพระองค์ส่วนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุดตรงกลางคือเหล่านักศึกษา ส่วนสุดท้ายคือพวกชาวบ้าน ทุกคนต่างปฏิบัติตามคำสั่ง!
“ออกตัว”
เชือกทั้งหมดพลันยืดตรง! เกล็ดทั้งหมดพลิกกลับมา! มันสะท้อนประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด!
เรือขยับแล้ว! มันมีลักษณะราวกับสัตว์ป่าขนาดใหญ่! ร่างของมันเคลื่อนตัวอย่างทรงพลังและสง่างาม! ริมสองฝั่งแม่น้ำมีประชาชนคอยส่งเรือด้านหลังเป็สายน้ำจากทะเลสาบ มันโดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก! ราวกับเป็ตัวแทนแห่งยุคสมัย! มันกำลังมุ่งไปด้านหน้าอย่างช้าๆ!
