ภายในเรือนไผ่
“คุณหนูเ้าคะ...” อวี้เอ๋อร์หน้ามุ่ย รีบร้อนออกมาต้อนรับ ในมือถือจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง
เซี่ยเหอที่อยู่ข้างๆ ยิ้มอย่างจนใจ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสนุกว่า “คุณหนูเ้าคะ อวี้เอ๋อร์ทำผิดแล้ว!”
“คุณหนู เมื่อคืนรัชทายาทให้คนมาส่งจดหมาย แต่อวี้เอ๋อร์ยุ่งมากจึงได้ลืมไป...” นางยื่นจดหมายในมือออกไปด้วยอาการสั่นระริก ปากเล็กๆ เบะออก มีท่าทางหวาดกลัวและรู้สึกไม่เป็ธรรมอย่างยิ่ง
อวิ๋นซูจงใจทำสีหน้าเคร่งขรึม เนิ่นนานผ่านไปก็ยังไม่ยอมรับจดหมายในมือของนาง
“...คุณหนู...” แย่แล้ว คงไม่ใช่ว่าคุณหนูโกรธนางเข้าแล้วจริงๆ กำลังคิดจะเอ่ยปากขออภัย อวิ๋นซูกลับยื่นมือออกไปเคาะศีรษะนางเบาๆ “หากมีเื่เร่งด่วนอะไร เ้าคงต้องตายเพื่อชดเชยความผิดแล้วกระมัง?”
“เอ๋? ชดเชยความผิด...” อวี้เอ๋อร์อ้าปากค้าง
อวิ๋นซูค่อยๆ เปิดจดหมายออก สายตาร้อนรนดุจไฟของอวี้เอ๋อร์จ้องเขม็งไปยังท่าทางของนาง เนิ่นนานผ่านไปจึงกล่าวถามออกมาเสียงอ่อย “คุณหนูเ้าคะ เป็เื่ด่วนหรือไม่?”
“อืม ให้รัชทายาททรงรออยู่ทั้งวัน เ้าว่าสมควรตายเพื่อชดเชยความผิดหรือไม่?”
“...” อวี้เอ๋อร์แอบกลืนน้ำลายเงียบๆ เอาเถิด ครั้งนี้นางควรจะตายนับหมื่นครั้งเพื่อชดเชยความผิดจริงๆ
“ข้าจะทำโทษเ้า วันนี้ไม่อนุญาตให้เ้าไปเล่นเป็เพื่อนคุณชายสิบ!”
“...คุณหนู!”
คุณชายสิบน่ารักเหลือประมาณ ทุกๆ วันสาวใช้ทั้งสามคนนี้ต่างแย่งกันอุ้มเขา เมื่อคำพูดนี้ของอวิ๋นซูออกจากปาก ชุนเซียงและเซี่ยเหอพลันดีใจจนะโโลดเต้น อวี้เอ๋อร์ก้มหน้าต่ำ เคาะหัวตัวเองอย่างแรง ดูความทรงจำของนางสิ สมควรแล้ว!
ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างยินดี “หลานรัก มา ยิ้มให้ย่าสักครั้ง!”
เมื่ออวิ๋นซูเหยียบย่างเข้ามาก็เห็นภาพอันอบอุ่นเช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเล่นหูเล่นตากับทารกในอ้อมอก มือเล็กๆ อันขาวนวล ยื่นออกมาจากห่อผ้า แกว่งไปมาในอากาศไม่ทราบว่า้าจับอะไร
“อวิ๋นหงดูสิว่าผู้ใดกลับมา? พี่หกของเ้ากลับมาแล้ว!”
“ท่านย่าเ้าคะ” อวิ๋นซูเดินเเข้าไป มองไปยังเด็กตัวน้อยที่ไม่อยู่นิ่ง
“รางวัลจากในวังมาถึงแล้ว ซูเอ๋อร์ทำให้หน้าตาของจวนชางหรงโหวของพวกเราใหญ่ขึ้นมากจริงๆ นำความยินดีทั้งสองเื่มาถึงบ้าน เ้าว่าใช่หรือไม่อวิ๋นหงน้อย?”
อวิ๋นซูกลับมองสำรวจไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของแม่นมหลิว แน่นอนว่าเกิดเื่ราวเช่นนั้น ท่านย่าจะต้องไม่ให้แม่นมอยู่ในเรือนต่อไปแน่ บางทีอาจจะส่งไปที่เรือนอื่นก็เป็ได้
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ ควรจะกล่าวว่ามีเื่ยินดีสามเื่มาถึงประตูบ้านเ้าค่ะ ท่านลืมไปแล้วหรือ? บ้านสองส่งคนมาบอกว่า จะมีหลานให้ท่านอีกคนหนึ่งแล้ว!” แม่นมข้างๆ ยิ้ม ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ใช่ ใช่ เ้ากล่าวได้ถูกต้อง!”
อวิ๋นซูมองท่าทางยินดีของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วก้าวเข้าไปหา “ท่านย่าเ้าคะ ครั้งนี้ซูเอ๋อร์มาเพราะอยากคุยกับท่านย่าเื่นี้ ได้ยินว่าร่างกายของอนุสี่อ่อนแอ ซูเอ๋อร์อยากจะไปพักอยู่ที่จวนของท่านลุงรองสักหลายวัน รอให้บำรุงร่างกายของนางให้ดีค่อยกลับมาเ้าค่ะ”
“หือ? เ้ามีใจกตัญญูจริงๆ บ้านรองมีคนน้อย ควรจะใส่ใจให้มากหน่อย เพียงแต่จะให้เ้าไปคนเดียว ย่าก็รู้สึกไม่วางใจ...” ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความชื่นชม อวิ๋นซูช่างเอาใจใส่และจิตใจงดงามเหลือเกิน
“ซูเอ๋อร์จะพาชุนเซียงไปด้วยเ้าค่ะ ร่างกายของน้าสะใภ้รองก็ไม่ค่อยดี เมื่อก่อนซูเอ๋อร์ได้รับการดูแลจากน้าสะใภ้รองไม่น้อย ได้รับบุญคุณเพียงหนึ่งหยดสมควรกรุยลำธารเพื่อตอบแทน หวังว่าท่านย่าจะอนุญาต ไม่นานซูเอ๋อร์ก็กลับเ้าค่ะ”
เมื่อเห็นนางพูดอย่างจริงใจ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงสูดลมหายใจลึก “เช่นนี้ก็ดี”
สายตาของอวิ๋นซูมองไปยังอวิ๋นหงน้อยอย่างลึกล้ำ ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจโดยพลันว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ “วางใจเถิด น้องสิบของเ้าอยู่กับข้าที่นี่จะต้องได้กินจนอ้วนท้วนสมบูรณ์อย่างแน่นอน ผู้ใดก็อย่าได้คิดทำอะไรหลานของข้า!”
เื่ของเหอฮวามีจุดน่าสงสัยมากมาย ความจริงไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้ง อวิ๋นซูและฮูหยินผู้เฒ่าก็สามารถเดาได้ว่าผู้ใดอยู่หลังม่าน จนใจที่ตอนนี้สถานการณ์เป็เช่นนี้ไปแล้ว ต่อให้พวกนางรู้ก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อไม่มีพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามสิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือ ดูแลคุณชายสิบให้ดี อย่าให้เขามีอันตรายใดๆ อีก
ภายในเรือนไผ่ เซี่ยเหอและอวี้เอ๋อร์รู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่เต็มอก คุณหนูเพิ่งจะกลับมา เหตุใดจึงต้องไปอีกแล้ว
“ข้าไม่เป็ไร พวกเ้าไปจวนฮูหยินรองกับคุณหนูหกเถิด ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง” อนุห้าที่อยู่บนเตียงเข้าใจจิตใจของพวกนาง เซี่ยเหอและอวี้เอ๋อร์รีบพากันส่ายหน้า พวกนางจะเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? จะไม่สนใจงานสำคัญอย่างการดูแลอนุห้าได้อย่างไร
“พวกเ้าอยู่ดูแลอนุห้าที่นี่ให้ดีๆ หากมีคนน่าสงสัยอะไร ให้รีบกลับไปบอกท่านย่าและท่านพ่อทันที เื่อื่นไม่ต้องสนใจ” อวิ๋นซูกำชับ สาวใช้ทั้งสองเก็บอารมณ์ของตนโดยพลัน
เมื่อทราบว่าอวิ๋นซูเป็ผู้กล่าวเื่ที่จะมาพักที่จวนด้วยตัวเอง อารมณ์ของฮูหยินรองก็ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด นางรีบส่งคนไปเก็บกวาดห้องที่ติดกับตน คิดเพียงว่าเมื่ออวิ๋นซูมาจะสามารถคุยเป็เพื่อนนางได้มากๆ หน่อย
ตอนนี้เอง บริเวณประตูปรากฏเงาร่างสองสาย พวกนางยืนมองฮูหยินรองที่กำลังวุ่นวายอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบสงบ ไม่กล้าส่งเสียง
“อี๋เหนียงทั้งสองท่าน มีเื่อะไรหรือเ้าคะ?” ลวี่หลัวเบนสายตาขึ้น เห็นใบหน้าลังเลของอนุรองและอนุสาม
ฮูหยินสองจึงได้รู้ตัว คนทั้งสองพลันก้าวเข้ามา “ฮูหยิน”
ฮูหยินถอนหายใจเบาๆ ราวกับว่าสามารถคาดเดาเจตนาการมาเยือนของพวกนางได้
ภายในเรือน
“ฮูหยินเ้าคะ อนุสี่ผู้นั้นมีที่มาอย่างไรกันแน่?” อี๋เหนียงทั้งสองท่านนี้แม้ว่าจะไม่ได้รับความโปรดปรานมานานหลายปี แต่ฮูหยินก็ปฏิบัติต่อพวกนางอย่างดี ในจวนแห่งนี้มีอาหารเสื้อผ้าครบครัน พวกนางสองคนเองก็มีความคิดสงบเสงี่ยม ไม่อยากให้มีอนุสี่ที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหันจากที่ไหนก็ไม่รู้ ทั้งยังตั้งครรภ์ลูกของนายท่านอีกด้วย ทำให้ในใจของพวกนางรู้สึกไม่มั่นคงขึ้นทุกวัน
หลายปีมานี้ ไม่ใช่ว่าพวกนางไม่คิดหาวิธีดึงดูดความสนใจจากนายท่าน แต่มีเพียงฮูหยินเอ่ยปาก นายท่านถึงจะมาค้างที่เรือนของพวกนางอย่างไม่เต็มใจ ส่วนอนุสี่นั้นพวกนางเคยพบมาก่อนแล้ว ท่าทางเ็าทั้งไม่มีมารยาทแม้แต่น้อย เห็นพวกนางกระทั่งทักทายก็ไม่ยอมกระทำ แม้แต่ฮูหยินก็ไม่เคยทำกับพวกนางถึงเพียงนี้
“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางตั้งครรภ์อยู่ หากมารยาทอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้าง พวกเ้าก็อย่าใส่ใจ”
“ฮูหยิน พวกข้ารู้สึกไม่พอใจแทนท่าน! ท่านดูแลเรือนมาหลายปีถึงเพียงนี้ อยู่ดีๆ นายท่านก็พาคนที่มีที่มาไม่ชัดเจนกลับมาคนหนึ่ง นางเองก็ไม่เคยมาคารวะฮูหยินที่เรือนเลย ช่างไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีจริงๆ หากไม่ใช่ว่าฮูหยินมีจิตใจงดงาม จะยอมให้นางอยู่ต่อได้อย่างไร นางคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว!”
“ใช่แล้ว หากฮูหยินไล่นางออกไป ด้วยความรักถนอมที่นายท่านมีต่อฮูหยิน จะต้องไม่พูดอะไรโดยเด็ดขาด ฮูหยินใจดีเกินไปแล้วเ้าค่ะ!”
ทั้งสองคนผลัดกันพูด ล้วนเป็การบ่นว่าถึงความไร้มารยาทและความไม่รู้จักบุญคุณของอนุสี่
ฮูหยินรองทำเพียงยิ้ม ไม่ได้เก็บคำพูดของพวกนางมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
อี๋เหนียงทั้งสองระบายออกมาพอประมาณจึงเห็นว่าฮูหยินไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย พอคิดดูแล้วก็เข้าใจ หรือหลายปีมานี้พวกนางจะยังไม่เข้าใจนิสัยของฮูหยินอย่างชัดเจนอีก? หากนางไม่ใช่คนจิตใจดี จะให้พวกนางทั้งสองมีชีวิตที่ดีในจวนมาหลายปีได้อย่างไร
“ข้าคิดว่า อนุสี่ผู้นั้นเห็นว่าฮูหยินไม่แตะต้องนาง จึงกล้าไร้มารยาทกับพวกเราเช่นนี้”
“ใช่แล้ว ไม่เห็นว่าจะได้รับความโปรดปรานจากนายท่านมากเท่าไร ดูสิ หลายวันมานี้นายท่านก็ไม่ได้กลับมาดูนางสักครั้ง”
ทั้งสองเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ พากันพูดจาถากถางอนุสี่ ทันใดนั้นลมหนาวสายหนึ่งพัดมา เย็นเข้าไปถึงสันหลัง พวกนางชะงักไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดเอ่อล้นในใจ ราวกับว่ามีผู้ใดกำลังจ้องพวกนางอยู่
ค่อยๆ หันไปก็เห็นสตรีผู้มีใบหน้าซีดขาว
อนุสี่ในตอนนี้กำลังมองพวกนาง ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้
“เ้า เ้ามองอะไร?!” คำซุบซิบนินทาลับหลังของทั้งสองถูกเ้าตัวจับได้ แต่เมื่อคิดดูแล้วพวกนางสองคนอยู่ในจวนมานานกว่านาง จึงรู้สึกมีอำนาจขึ้นมาอีกครั้ง
ไหนเลยจะรู้ว่า สตรีผู้นั้นไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับยิ้มอย่างเ็า
“เ้ายิ้มอะไร?!”
อนุสี่ค่อยๆ เปิดปากพูด “พี่สาวทั้งสองท่านอยู่ที่จวนมานานถึงเพียงนี้ นายท่านเคยมอบสิ่งของใดให้พวกท่านหรือไม่?”
“...” ประโยคนี้ทำให้อี๋เหนียงทั้งสองพูดไม่ออก นายท่านไม่ได้สนใจพวกนางมากนัก จะมอบของให้ได้อย่างไร? สิ่งของบนร่างของพวกนางล้วนเป็รางวัลจากฮูหยิน “เ้า เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
อนุสี่ยกมือขึ้นแสดงกำไลหยกบนข้อมือ ท่าทางนิ่งสงบราวกับกำลังย้อนนึกถึงอะไรบางอย่าง “กำไลนี้เป็สิ่งของแทนความรักที่นายท่านมอบให้ข้า ข้าสวมใส่ทุกวัน ถึงแม้ระยะนี้นายท่านจะยุ่งจนไม่ได้กลับจวน แต่ข้าทราบว่าในใจของเขาคิดถึงข้าและเด็กในท้อง”
“เ้า...เ้าโอหังให้น้อยๆ หน่อย! ไม่รู้ว่าเ้าใช้วิธีอะไรมามอมเมานายท่าน เด็กในท้องก็ไม่แน่ว่าเป็ผู้ใด! เ้า...” อนุสามโกรธจนขึ้นสมอง สตรีเบื้องหน้าพลันสายตาเปลี่ยนไป ประกายเย็นวาบในดวงตาเช่นนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนใบหน้าของทั้งสอง
อนุรองถูกสายตานี้ทำให้ใจนได้สติกลับมา รีบดึงอนุสาม “อย่าพูดเลย หากฮูหยินได้ยินคงไม่ดี” นางเก็บสายตาของตนกลับมา อนุสี่ผู้นี้ กิริยาท่าทางช่างทำให้ผู้คนหวาดกลัวจริง
ในใจของอนุสามไม่ยินยอม แต่อนุรองก็พูดเช่นนี้แล้ว “ฮึ ผู้ใหญ่ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้น้อย” หันไปกำลังจะเดินจากไป ไม่คิดว่าน้ำเสียงอ่อนแรงจะดังขึ้นอีกครั้ง
“ได้ยินว่าหย่งจี๋เสี้ยนจู่แห่งจวนชางหรงโหวจะมาพักที่นี่หลายวัน เห็นได้ชัดว่านายท่านให้ความสำคัญกับเด็กในท้องของข้าเพียงใด เกียรติเช่นนี้ไม่ใช่ใครก็มีได้” ทุกคำของนางพูดออกมาได้อย่างชัดเจนยิ่งนัก ทั้งสองตกตะลึง อะไรนะ? คนผู้นี้จะไม่คุยโวโอ้อวดเกินไปหน่อยหรือ หย่งจี๋เสี้ยนจู่จะมาพักก็เพราะเห็นแก่หน้าฮูหยิน แต่นางกลับนำเกียรติทั้งหมดไปแปะบนหน้าตัวเอง!
“พวกเราไปเถิด อย่าไปสนใจคนบ้า!”
บริเวณไม่ไกล ข้ารับใช้หลายคนที่กำลังมองความครึกครื้นคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งดังขึ้น “อา...ทะ ท้องของข้า!”
คนทั้งสองเบื้องหน้าตกตะลึง นางเล่นลูกไม้อะไรอีก เมื่อหันกลับมาก็เห็นอนุสี่ใช้มืออันสั่นเทาชี้มายังพวกนาง “ปวด ปวดเหลือเกิน...”
“นี่หมายความว่าอย่างไร? พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย!”
อย่างไรก็ตาม อนุสี่กลับใช้มือประคองเสา อีกมือหนึ่งกุมท้องของตนเอง ข้ารับใช้ที่อยู่ไม่ไกลเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบล้อมเข้ามา “อนุสี่ เกิดเื่อะไรขึ้นขอรับ?”
“ข้า ข้าเจ็บท้อง...เป็เพราะพวกนาง...พวกนาง”
“นี่ เ้าอย่ามาใส่ร้ายผู้อื่น! พวกข้ายังไม่ได้แตะต้องเ้าเลยชัดๆ!” ทั้งสองโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ เบิกตากว้างพลางกล่าว คนผู้นี้ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน! “พวกเ้าเองก็เห็น พวกเราไม่ได้ทำอะไรนางเลย!”
เหล่าข้ารับใช้มองหน้ากัน พวกเขาอยู่ไกลจึงไม่ทราบว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากท่าทางแล้ว เห็นได้ชัดว่าอี๋เหนียงทั้งสองพูดจาถากถางอนุสี่
ไม่นาน ความเคลื่อนไหวทางด้านนี้ก็รู้ไปถึงฮูหยินรอง นางรีบมาดูสถานการณ์ตรงหน้า อี๋เหนียงทั้งสองรีบอธิบายอย่างร้อนรน “ฮูหยินเ้าคะ นางเสแสร้ง!”
แต่ว่า ใบหน้าของอนุสี่ดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
ฮูหยินรองมองพวกนางอย่างเคร่งขรึม “ไปตามหมอมา!”
