เมื่อได้รับจดหมายจากกงอี่โม่แล้วครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่กงเจวี๋ยไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจ
เสด็จพี่้าให้เขากลับเมืองหลวง
ใช่! หากเขากลับเมืองหลวงในตอนนี้ฮ่องเต้ต้องพระราชทานรางวัลพร้อมแต่งตั้งตำแหน่งบางอย่างให้เขาแน่นอนเมื่อมีตำแหน่งมีอำนาจ มีทรัพย์สินเงินทอง หากจัดการอย่างดีเขาก็สามารถทำได้ทุกอย่างเขาเป็อ๋องผู้ร่ำรวยก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามที่้าแน่นอน
ทว่าเขาไม่ได้้าเช่นนี้!
ตอนนี้โหลวเย่มีท่าทีบางอย่างอีกฝ่ายอาจถือโอกาสตอนหิมะตกหนักเข้าจู่โจมอย่างฉับพลัน ทำให้พวกเขาไม่ทันตั้งตัวเขาจึงห้ามกลับไปแบบนี้ ยังไม่กล่าวถึงผู้บริสุทธิ์อย่างพวกชาวบ้านแต่ความจริงเขา้ามากกว่านี้ ทหารม้าในมือของเขาสามหมื่นนายยังไม่ทำให้เขารู้สึกพอใจดังนั้นเขาต้องสร้างผลงาน! เขาต้องใช้ความดีความชอบแลกกับอำนาจบารมี!
กงเจวี๋ยอยากไปตรวจสอบเื่นี้ให้ชัดเจนด้วยตัวเอง!
อ๋องแดนประจิมเป็คนแรกที่คัดค้าน!
เขาคิดว่ากงเจวี๋ยคิดมากไปเอง ทางใต้ดินเส้นหนึ่งไม่ได้สื่อถึงอะไรทางใต้ดินระหว่างแคว้นเช่นนี้มีอยู่มากมาย มีใครบ้างที่ไม่มีแผนการอย่างลับๆ? โหลวเย่ติดต่ออวี้เหิงอย่างลับๆ ก็ไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาอะไรนอกจากนี้่เหมันต์ของที่นี่มีอากาศหนาวมากแค่เื่พืชพันธุ์ธัญญาหารพวกเขาก็มีไม่เพียงพอแล้ว แล้วจะมาออกรบได้อย่างไร?
อันที่จริงเขาก็แค่ไม่อาจทนเห็นชาวบ้านลำบาก
อ๋องแดนประจิมดูแลแดนประจิมมาสิบปีที่นี่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมาก่อน หากเขายอมรับความคิดของกงเจวี๋ยนั่นก็หมายความว่าชาวบ้านต้องเตรียมพร้อมสำหรับการทำาอย่างแข็งขัน ปกติ่ปีใหม่เป็่ที่ผ่อนคลายที่สุดในรอบหนึ่งปีเขาไม่อยากให้เื่ที่ยังไม่มีอะไรชัดเจนเช่นนี้มาทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตระหนก
ทว่ากงเจวี๋ยไม่ได้คิดเช่นนี้
หากดูจากลักษณะดินแล้วทางใต้ดินเส้นนั้นเพิ่งถูกสร้างเสร็จได้ไม่นาน เห็นได้ชัดว่าโหลวเย่้าสืบข้อมูลจึงได้ขุดเส้นทางนี้ขึ้นมาหากคำนวณเวลาแล้ว เมื่อหนึ่งปีก่อนโหลวเย่ไปเยือนอวี้เหิงอย่างลับๆหากเริ่มขุดทางใต้ดินั้แ่ตอนนั้น เมื่อถึงตอนนี้ก็จะขุดสำเร็จได้ไม่นานหากไม่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารแล้วเมื่อหนึ่งปีก่อนโหลวเย่จะไม่ได้ไปขอยืมเสบียงจากอวี้เหิงหรือ? หรือบางทีพวกเขาอาจทำข้อตกลงบางอย่างแล้วก็เป็ได้!
กงเจวี๋ยเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง กงอี่โม่เคยกล่าวว่าสมองคนเราสามารถรับและวิเคราะห์ข้อมูลได้มากมายดังนั้นจึงทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นด้วยเหตุนี้บางครั้งจึงสามารถเชื่อความรู้สึกของตัวเองได้เช่นกัน!
ทว่าท่านตาไม่เชื่อเขา กงเจวี๋ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จากนั้นพลันยิ้มออกมา ไม่เชื่อแล้วอย่างไร? ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ตัดสินใจทำเื่นี้อย่างลับๆ!
ไป๋เซิงรู้เื่นี้แล้วก็รีบแสดงตัวไม่เห็นด้วยเป็คนแรก
“องค์ชาย ในเมื่อองค์หญิงเตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วเพราะเหตุใดท่านจึงไม่ทำตามความประสงค์ของนางล่ะ?” เขาไม่อยากให้ความคิดของกงเจวี๋ยกลายเป็ความจริงเนื่องจากหากเกิดาขึ้น นั่นก็ไม่ใช่เื่ของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็เื่ของคนทั้งแคว้น
กว่าหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขารู้สึกดีกับคนที่นี่เขาไม่อยากให้ที่นี่เกิดปัญหาเลยจริงๆ
อีกอย่างองค์หญิงให้องค์ชายกลับเมืองหลวงใช้ประโยชน์จากผลงานในครั้งนี้ขอทำหน้าที่ขุดคลองขนส่งได้ยินคนกล่าวว่าเพียงสองปีคลองขนส่งก็สามารถขุดสำเร็จแล้วถึงตอนนั้นก็จะเป็ผลงานอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดนับพันปีกอปรกับความดีความชอบจากการขุดบ่อและเส้นทางน้ำในแดนประจิมเส้นทางขององค์ชายในอนาคตย่อมราบรื่นอย่างแน่นอน องค์หญิงตั้งใจปูทางที่ดีเช่นนี้แล้วเพราะเหตุใดองค์ชายจึงไม่ยอมทำตามล่ะ?
กงเจวี๋ยย่อมเข้าใจความคิดของไป๋เซิง เขานั่งอยู่บนเนินเขามองขอบฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดเบื้องหน้ายามอาทิตย์อัสดงของแดนประจิมช่างงดงามยิ่งนัก ราวกับเปลวเพลิงเผาไหม้เมฆาและก็เหมือนกับกำลังเผาไหม้หัวใจของเขา
สีหน้าเ็าของกงเจวี๋ยก็แสดงออกอย่างนิ่งเฉยและดูมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้นเขากล่าวขึ้นอย่างช้าๆ
“การขุดคลองขนส่งย่อมเป็ผลงานอันยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งทว่าตอนนี้องค์รัชทายาทเป็ผู้คุมงานมาหนึ่งปีแล้ว หากข้าไปตอนนี้ถึงข้าจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่อาจสู้องค์รัชทายาทได้!”
เขากล่าวจนจบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ากลับฝืนยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้
เขาไม่ได้ไม่อยากรีบเจอหน้ากงอี่โม่ให้เร็วขึ้น หนึ่งปีครึ่งแล้วไม่รู้ว่านางจะเปลี่ยนไปเป็เช่นไร? ทว่าเขาจดจำได้อย่างดีว่าเขา้าอะไรเขา้าเพียงเสด็จพี่ของเขาเท่านั้นเอง! เขา้าอำนาจที่สามารถทำให้ผู้คนเกรงกลัวเขา้าอำนาจที่สามารถทำให้ทุกคนจำเป็ต้องหุบปาก! อำนาจเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่อ๋องผู้ร่ำรวยมีโอกาส!
ขอแค่เขาได้กำลังทหาร! จึงจะสามารถกุมความเป็ความตายของทุกคนอยู่ในกำมือ
“แต่... พวกเราจะสืบความจริงได้อย่างไร?”
ไป๋เซิงยังคงพยายามคัดค้าน เขาไม่้าให้กงเจวี๋ยเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
กงเจวี๋ยดึงหญ้าแห้งที่อยู่ใต้เท้าของตน เขากล่าวอย่างง่ายๆ“ในเมื่อพวกเขาใช้ทางใต้ดินแอบมาสืบข้อมูลแล้วทำไมพวกเราจะใช้เส้นทางนี้สืบบ้างไม่ได้ล่ะ?
ความคิดของเขาบ้าบิ่นเกินไปทำให้ไป๋เซิงไม่ได้เอ่ยปากค้านเขาอยู่เป็นาน
ใช้เส้นทางลับของศัตรูเพื่อสอดแนมศัตรู? คงมีเพียงผู้มีฝีมือสูงส่งและอาจหาญอย่างกงเจวี๋ยเท่านั้นจึงจะมีความคิดเช่นนี้ได้
ยามค่ำคืน กลุ่มคนชุดดำปรากฏตัวอยู่บริเวณชายแดนของโหลวเย่
ผู้นำของคนกลุ่มนี้เป็เด็กน้อยเท่านั้น เขาปิดบังใบหน้าของตนมีเพียงดวงตาที่ปรากฏอยู่ด้านนอก เป็ดวงตาสีน้ำหมึกที่แสนเ็าคู่หนึ่ง
เมื่อสักครู่พวกเขาใช้เส้นทางลับผ่านเข้ามาเมื่อฆ่าทหารยามตรงปากทางออกแล้วจึงพบว่าตัวเองได้มาถึงชายแดนโหลวเย่เสียแล้วชาวโหลวเย่มีเจตนาร้ายจริงๆเพราะพวกเขาขุดเส้นทางใต้ดินที่ยาวทะลุเข้ามาถึงในแคว้นเช่นนี้
กลุ่มคนที่ติดตามกงเจวี๋ยมาที่นี่ก็คือผู้กล้าที่ไม่กลัวความตายกงเจวี๋ยมีเงินและมีคนอยู่ในมือ การฝึกผู้กล้าเหล่านี้จึงไม่ใช่เื่ยากเพียงแต่เขายังเยาว์วัยแต่กลับมีวิสัยทัศน์ยาวไกลราวกับว่าเขาสามารถทำนายอนาคตได้เลยทีเดียว
พวกเขากลุ่มนี้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดไม่รู้ว่าเดินทางเป็ระยะไกลมากเพียงใด
“องค์ชาย! ด้านหน้ามีแสงไฟ!”
กงเจวี๋ยหรี่ตามองตรงไป ดูเหมือนว่าจะมีคนตั้งค่ายอยู่เบื้องหน้าจริงๆ
เขารีบส่งสัญญาณมือ ทุกคนต่างแยกย้ายกันเดินทางหากพบเหตุการณ์ผิดปกติก็จะรีบซ่อนตัวเพื่อรอสัญญาณคำสั่งจากกงเจวี๋ยต่อไป เช่นนี้พวกเขาจึงมุ่งหน้าเข้าใกล้บริเวณแสงไฟมากขึ้นเรื่อยๆ
ชาวโหลวเย่ก็พูดภาษาจีนเช่นกันเนื่องจากพวกเขาดูถูกความอ่อนแอของคนในแผ่นดินใหญ่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาวัฒนธรรมของพวกเราส่วนชนชั้นสูงจะใช้ภาษาอิงในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันภาษานี้ถือเป็ภาษาเฉพาะสำหรับชนชั้นสูงของพวกเขา ในขณะเดียวกันก็เพื่อเป็การป้องกันความลับรั่วไหล
เห็นได้ชัดว่าค่ายบริเวณนี้ไม่ใช่การตั้งค่ายธรรมดามันมีพื้นที่กว้างมาก อีกทั้งมีทหารลาดตระเวนทุกทิศทางราวกับ้าป้องกันอะไรบางอย่างกงเจวี๋ยแนบตัวเข้ากับก้อนหินก้อนหนึ่งพร้อมมองเข้าไปด้านในที่นั่นแต่ละคนต่างมีรูปร่างสูงใหญ่ ในวันที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้พวกเขายังสวมเพียงเกราะบางๆ เท่านั้นดวงตาคอยสอดส่องระยะไกลเพื่อเตรียมระวังตัวอยู่ทุกเวลา
นอกจากหน่วยลาดตระเวนแล้ว บริเวณกระโจมขนาดใหญ่ที่สุดตรงกลางกลับมีเสียงหัวเราะของสตรีดังลอยมาส่วนตรงทางเข้านั้นก็จุดกองไฟขนาดใหญ่ มีผู้คนไม่น้อยที่ล้อมกองไฟทานเนื้อดื่มสุรา บรรยากาศครึกครื้นยิ่งนัก
กงเจวี๋ยใจสั่นเล็กน้อย โหลวเย่ตั้งใจทำอะไรบางอย่างจริงๆ
มิฉะนั้นเพราะเหตุใดพวกเขาจึงตั้งค่ายอยู่ที่บริเวณไร้หมู่บ้านไร้ร้านค้าเช่นนี้?
เขาคิดถึงคำพูดของเสด็จพี่ประโยคหนึ่งอย่างอดไม่ได้
“กองสามไม่ต้องเคลื่อนตัว ฝ่ายเสบียงเคลื่อนตัวก่อน!”
“เมิ่งหนา! เ้าว่าพวกเราต้องรออีกนานเท่าไรดูอากาศสิ ดูเหมือนว่าหิมะแรกใกล้จะตกแล้ว”
แดนประจิมหิมะตกค่อนข้างเร็วอีกทั้งพอเริ่มตกแล้วก็จะตกต่อเนื่องกันหลายเดือน
ผู้ที่ชื่อเมิ่งหนาก็คือชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง! เขาดื่มสุราหรี่ตามองเบื้องหน้า “ก็อีกไม่กี่วันนี้แล้วรอทัพใหญ่มาถึง เมื่อหิมะตกหนัก พวกเราก็เข้าจู่โจมพวกเขาทำให้พวกเขาตั้งรับไม่ทัน!”
คำพูดของเขาตกถึงหูของกงเจวี๋ยที่ลอบเข้ามาด้านในพอดี ฝ่ายเสบียงมีเสบียงจริงๆ!
หัวใจของเขาสั่นเล็กน้อย เขารีบซ่อนตัวอย่างรวดเร็วหากที่นี่เป็แหล่งเก็บเสบียงจริงๆ ก็ต้องมีทหารยามเฝ้าอยู่เป็จำนวนไม่น้อยเหตุการณ์เป็ไปตามคาดมีเสียงโกรธจัดของชาวโหลวเย่ดังลอยมาอย่างรวดเร็วจากสถานที่ไม่ไกลนัก ต้องเป็เพราะอีกฝ่ายเห็นคนของเขาแล้ว!
กงเจวี๋ยหรี่ตาเล็กน้อยเขารู้เป็อย่างดีว่า่เวลาเช่นนี้ไม่ใช่เวลาอวดเก่งเขาต้องซ่อนตัวให้ดีเพื่อรอจังหวะเล่นงาน!
นี่คือโอกาสที่ดีมากครั้งหนึ่งมันปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว เขาไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจเช่นนี้ได้เลย!
